หร่วนซิงหว่านคิด แล้วก็พูดอีกว่า "แต่คนพวกนั้นไม่ใช่คนโง่ ตั้งแต่ที่ท่านทวดเริ่มปรากฏตัวในตอนแรก พวกเขาน่าจะดูออก ว่านี่เป็นกับดัก"
โจวฉือเซินงอนิ้วดีดลงที่หน้าผากของเธอเบาๆ "ยังวนอยู่กับเรื่องนี้อีก?"
"ไม่ใช่ ฉันแค่รู้สึกว่า เรื่องแบบนี้ก็เสี่ยงอยู่ อีกอย่างหนิงหนิง......ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่สามารถควบคุมได้ แล้วเกิดเรื่องกับหนิงหนิงขึ้นจริงๆ จะทำยังไงคะ"
"ก็ค่อนข้างเสี่ยง แต่ตำแหน่งประมุขตระกูลเจียง ไม่เคยใช้ความมั่นคงแล้วจะสามารถแลกมาได้"
หร่วนซิงหว่านอ้าปาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
โจวฉือเซินพูดก็มีเหตุผล ในเมื่อทั้งปู่ทวดและคุณพ่อของเจียงชูหนิงต่างก็วางแผนเรื่องนี้ด้วยกัน นั่นก็ชัดเจนแล้วว่า พวกเขามั่นใจในความปลอดภัยของหนิงหนิง
ผ่านไปสักพัก โจวฉือเซินก็ปล่อยเธอ เอนหลังกับด้านบนของราว พูดเสียงเรียบว่า "ไม่ว่าจะเป็นเจียงซ่างหานที่ได้ช่วยชีวิตพวกเขาในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกขอบคุณ แล้วยังเห็นกับตาว่าเจียงซ่างหานบีบบังคับเจียงหยุนจู๋ทีละก้าวๆ จนไม่มีทางถอยกลับอย่างไร พวกเขาทั้งหมดจะไม่มีทางทำอะไรบุ่มบ่ามอีกต่อไป อย่างน้อย ภายในช่วงเวลาอันสั้น ตระกูลเจียงจะไม่มีคนคัดค้านเจียงซ่างหานใดๆ อีก"
หร่วนซิงหว่านเอนตัวข้างเขา แล้วเม้มปากเบาๆ
เจียงซ่างหานอุบายของพวกเขานี้ที่จริงแล้วมีชั้นเชิงมาก เริ่มแรกให้คนตระกูลเจียงเหล่านั้นคิดว่าเจียงซ่างหานช่วยชีวิตพวกเขาก่อน แล้วเมื่อพวกเขาตระหนักว่าเรื่องทั้งหมดไม่ปกติ ก็ให้พวกเขาเห็นว่าเจียงซ่างหานจัดการกับเจียงหยุนจู๋อย่างไร ดังนั้นก็ทำให้พวกเขาที่ต่อให้มีคำพูดแสดงความไม่พอใจ ทำได้เพียงอดทนกล้ำกลืนเอาไว้
ผ่านไปสักครู่หนึ่ง หร่วนซิงหว่านยิ้ม "ในที่สุดฉันก็ได้รู้แล้ว ข่าวลือเกี่ยวกับเจียงซ่างหานพวกนั้น ว่าแพร่ออกมาได้อย่างไร"
เจียงซ่างหานโหดเหี้ยมอย่างแน่นอน ทั้งยังมีกลอุบาย ทำไมจะไม่สามารถทำให้คนเหล่านั้นขยาดได้
หร่วนซิงหว่านมองไปที่โจวฉือเซิน ท่าทีปรากฏความเป็นกังวลอยู่บางส่วน "ใช่สิ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เจียงโจวก็ไม่เป็นอะไรแล้ว พวกเราก็พาเจ้าตัวเล็กรับกลับไปได้แล้วใช่ไหมคะ?"
ก่อนหน้านี้คิดว่าท่านทวดเจียงเสียชีวิตไปแล้ว เจียงโจวทางนี้สถานการณ์ก็ซับซ้อน อีกทั้งยังไม่ปลอดภัย โจวฉือเซินจึงบอกว่าจะส่งทีมแพทย์รักษาไปที่หนานเฉิง
แต่ว่าตอนนี้......
เจียงซ่างหานคงจะไม่เห็นด้วย ที่พวกเขาจะนำทีมแพทย์รักษาของเขาไปด้วย
โจวฉือเซินลูบศีรษะของเธอ "ได้"
หร่วนซิงหว่านดวงตาเป็นประกาย "จริงเหรอคะ?"
"จะหลอกคุณทำไม" โจวฉือเซินพูดอย่างเชื่องช้าอีกว่า "ไม่ใช่พูดแล้วเหรอ ว่าเป็นของขวัญแต่งงานใหม่"
หร่วนซิงหว่านมุมปากยกขึ้น "ขอบคุณค่ะ"
โจวฉือเซินหัวคิ้วยกขึ้นเล็กน้อย เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น "คุณเองก็รู้ พูดคำนี้ไม่สู้......"
หร่วนซิงหว่านโอบรอบคอของเขา เงยศีรษะขึ้นจูบเขา
คราวนี้ เธอไม่ได้สัมผัสเหมือนที่เธอทำเมื่อสักครู่นี้แล้วถอยออกไป แต่หลับตาลง ค่อยๆ ยื่นปลายลิ้นออกมาเหมือนเช่นเคย
โจวฉือเซินดวงตาของเขามืดลงเล็กน้อย เหยียดแขนออกเพื่อโอบรอบเอวของเธอ ในทันทีก็กลับจากฝ่ายรับมาเป็นฝ่ายรุก และจูบอย่างลึกล้ำมากยิ่งขึ้น
ค่ำคืนยิ่งมืดมิด ความหนาวเย็นของลมยามค่ำคืนยิ่งแรง
โจวฉือเซินอุ้มหร่วนซิงหว่านกลับนอน วางเธอเอาไว้บนโซฟา แล้วเริ่มจุมพิตบนริมฝีปากเธออีกครั้ง
หลังจากที่คนสองคนบดเบียดเล้าโลมกันเป็นเวลานาน จู่ๆ หร่วนซิงหว่านก็ส่งเสียงพูดว่า"โจวฉือเซิน "
น้ำเสียงของชายหนุ่มต่ำลง "หืม?"
หร่วนซิงหว่านวางมือบนเอวของเขา กำแน่นอย่างไม่รู้ตัว พูดเสียงแผ่วเบา "พวกเรามีลูกอีกสักคนกันเถอะ"
โจวฉือเซินชะงัก ช้อนสายตามองเธอ "เป็นเพราะคำพูดที่เจียงหยวนพูดเมื่อวานเช้าเหรอ?ไม่ต้องไปสนใจเขา"
หร่วนซิงหว่านส่ายหัว มองไปยังเตียงที่อยู่ไม่ไกล "ฉันรู้สึกว่าถ้ามีน้องชายน้องสาวสักคน เจ้าตัวเล็กก็จะได้ไม่เหงามาก อีกอย่าง ถ้ามีลูกสองคน ก็จะได้คึกคักขึ้นมาอีกหน่อย คุณไม่รู้สึกว่าดีเหรอ?คิดภาพนั้นแล้วก็รู้สึกอบอุ่นมากๆ เลย"
โจวฉือเซินเงียบอยู่ไม่กี่วิถึงพูดว่า "คนเดียวก็คึกคักพอแล้ว"
หร่วนซิงหว่าน "......"
เธอพูด "ถ้าคุณไม่อยากมีก็ช่างเถอะค่ะ"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว
เอาอีกแล้ว รวบรัดตัดจบในสามบทสุดท้าย ตัดทิ้งดื้อๆ ไม่เล่าว่าพี่กับพ่อพระเอกเป็นยังไง และตระกูลของหนิงหนิงเป็นไงกัน น้าชั่วของหนิงหนิงตายจริงไหม...