สาวโก๊ะทะลุมิติ มาใช้ชีวิตในยุคโบราณ นิยาย บท 20

ฟางเหนียงเข้ามาในบ้านที่ตอนนี้พร้อมที่จะพังลงมาได้ตลอดเวลา นางมองชายที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับนางตอนนี้ ชายผู้นี้มีร่างกายที่สูงและซูบผอมมากแต่กลับไม่ทำให้หน้าตาอันหล่อเหลาของเขาลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย หน้าตาที่ดูเย็นชาเช่นนี้ยิ่งมองก็ยิ่งน่าหลงใหลชายคนนี้ก็คือ เหย่เจิ้งเจี๋ย เด็กชายที่ชอบแกล้งนางเมื่อครั้งในอดีตนั้นเอง นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขา ทำไมถึงกลายเป็นคุณชายตกอับไปได้ 

เจิ้งเจี๋ยที่ตอนนี้นั่งลงตรงข้ามกับฟางเหนียงก็เอ่ยออกมา “ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ที่เจ้าต้องมาลำบากกับข้า” เขาเอ่ยด้วยเสียงที่รู้สึกผิด เพราะกลัวว่านางจะรังเกียจเขาที่ไม่มีอะไรเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บอกได้เลยว่าตอนนี้เขายากจนกว่าทุกคนในหมู่บ้านนี้ก็ว่าได้ ฟางเหนียงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ จึงเอ่ยถามขึ้น “มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเจ้า ทำไมเจ้าถึงได้มาอยู่ที่นี้” เจิ้งเจี๋ยทำหน้าลำบาก แต่ก็ยอมบอกนาง เขาถอนหายใจยาวออกมาแล้วหันหน้าออกไปทางหน้าต่างอย่างเหม่อลอย แล้วบอกเรื่องทั้งหมดกับนาง 

"เมื่อหลายปีก่อนครอบครัวของท่านป้าเข้ามาลงทุนการค้ากับครอบครัวของข้าหลังจาก 2 ปีแรก ครอบครัวของท่านป้าทำธุรกิจเก่งขึ้น แต่ท่านพ่อกลับเริ่มไม่สบาย ปี 2 ปีแรกยังออกไปทำการค้าได้อยู่ แต่หลังจากนั้นท่านพ่อก็ไม่มีแม้แต่แรงจะลุกนั่งด้วยซ้ำ หมอที่ตรวจร่างกายของท่านพ่อก็หาสาเหตุไม่พบ ให้ยามากี่เทียบก็ไม่ทำให้อาการของท่านพ่อดีขึ้นสักนิด มีแต่แย่ลงไปเรื่อยๆ ท่านแม่ที่เห็นท่านพ่อเป็นเช่นนั้นก็เริ่มไม่สบายไปด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องธุรกิจก็ให้ทางครอบครัวท่านป้าจัดการไปก่อน ข้าเคยได้เรียนรู้ทำการค้าจากท่านพ่อมาบ้าง ช่วงแรกๆ ก็ได้ออกไปทำธุรกิจแทนท่านพ่อบ่อยครั้ง ตั้งแต่ท่านพ่ออาการหนักท่านป้าก็ให้ข้าอยู่ดูแลท่านพ่อ ไม่ให้ข้าไปทำธุรกิจด้วยเลยสักครั้ง หลังจากนั้นไม่นานการค้าก็เริ่มสะดุดสุดท้ายยื้อไว้ไม่ไหวธุรกิจการค้าของท่านพ่อก็เจ๊ง เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมากข้ายังไม่ได้ถามท่านป้าเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็เจ๊งไปก่อน ท่านพ่อที่ได้รู้เรื่องนี้แล้วมันก็ยิ่งทำให้อาการท่านพ่อแย่ลงไปกว่าเดิม ข้าจึงไปสืบหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าถึงได้รู้ว่าทั้งหมดนี้คือแผนการของท่านป้า เรื่องทั้งหมดนี้เกิดเพราะธุรกิจของท่านพ่อประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนทำให้ธุรกิจเล็กๆ ของท่านป้าเจ๊ง ท่านป้าจึงขอร่วมทำธุรกิจกับท่านพ่อแล้วถือโอกาสตอนที่ท่านพ่อไม่สบายยึดธุรกิจของท่านพ่อทั้งหมด กว่าข้าจะรู้ความจริงก็สายไปแล้ว ท่านป้ารู้ว่าครอบครัวข้ารู้ความจริงทั้งหมด ก็ไล่พวกข้าออกจากจวน ตอนที่การค้าสะดุดท่านป้าบอกให้เอาจวนของท่านพ่อไปค้ำไว้ก่อน แต่แท้จริงแล้วเอาไปย้ายเป็นชื่อของท่านป้าเอง ท่านพ่อที่รู้ความจริงก็รู้สึกผิดกับครอบครัวตนเองยิ่งนักไม่คิดเลยว่าพี่สาวแท้ๆ ของตนเองจะทรยศหักหลังเช่นนี้ ตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจด้วยกันท่านป้าแสดงได้เก่งมาก ทุกคนในครอบครัวข้าไม่สงสัยการกระทำของท่านป้าเลยสักนิด ตอนนั้นแม้แต่จวนตนเอง ข้าก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้ เงินที่เคยเก็บสะสมไว้เริ่มหมดไปกับการรักษาอาการป่วยของท่านพ่อ หลังจากที่ข้าถูกไล่ออกจากจวนข้าก็ไปหาหมู่บ้านเล็กๆ ที่อำเภออื่นแต่ยังอยู่ในเขตเมืองเฟิงฟู่ ผ่านไป 1 ปีท่านพ่อของข้าก็เสียชีวิต ท่านแม่ที่ยังทำใจไม่ได้ก็เริ่มตรอมใจสุดท้ายท่านแม่ก็จากไปตามท่านพ่อเมื่อปีก่อน" ตั้งแต่ย้ายมาอยู่หมู่บ้านแห่งนี้ร่างกายของเขาก็เริ่มแย่ลงทุกๆ วันเช่นกัน เขาเคยให้หมอตรวจดูแล้วแต่ก็ไม่พบสาเหตุ แต่เรื่องนี้เขาไม่ได้เล่าให้ฟางเหนียงฟัง

“เพราะท่านพ่อข้าไม่คิดว่าคนในครอบครัวจะไว้ใจไม่ได้ถึงได้พลาดท่าให้กับท่านป้า” เขากัดฟันพูดด้วยเสียงโกรธแค้น บ้านที่ทรุดโทรมเช่นนี้เขาอยากจะซ่อมแซมมันแต่เขาก็ไม่มีเงินพอจะซ่อมบ้าน เงินก้อนสุดท้ายที่เขามีก็เก็บไว้จ้างรถม้าไปรับนางมา เขารู้ว่าตอนนี้ตนเองไม่มีอะไรให้นางเลยแม้แต่จะจัดงานแต่งงานให้นางก็ไม่มีปัญญา ที่เขาจ้างรถม้าไปรับนางมานั้นเพราะเขาเป็นคนขอให้ท่านพ่อหมั้นนางให้กับเขาเอง เขาจึงอยากรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำไว้ หากเขาถอนหมั้นกับนางก็กลัวว่าคนอื่นจะครหานางว่าม่ายขันหมาก หากชายที่มาแต่งนางรู้เรื่องนี้อาจจะไม่ทำดีกับนางก็ได้ แต่ถ้าหากนางต้องการที่จะถอนหมั้น เขาก็พร้อมจะปล่อยนางไป เขาจึงเอ่ยถามนางด้วยความกังวล “เจ้ายังอยากแต่งงานกับข้าอยู่หรือไม่” เขาก้มหน้าลงแล้วพูดด้วยเสียงที่หมดหวัง ถึงแม้ว่าเขาไม่อยากปล่อยให้นางไปแต่งกับชายอื่น แต่หากว่านางไม่อยากอยู่กับเขามันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เห็นนางไม่ตอบเขาสักที เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง เขาอึ้งในสิ่งที่เห็นไปในทันที

ฟางเหนียงในตอนนี้ร้องไห้น้ำตาไหลพรากอาบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะรู้สึกสงสารท่านลุงกับท่านป้ามาก ท่านทั้งสองไว้ใจคนผิดจนทำให้ชีวิตของครอบครัวตัวเองสิ้นเนื้อประดาตัว ท่านทั้งสองคงตายตาไม่หลับเป็นแน่ “หลิวฟางเหนียงเจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่” เจิ้งเจี๋ยที่เห็นนางร้องไห้ไม่หยุดจึงรีบเข้าไปปลอบนางทันทีด้วยความเป็นห่วง “เจ้าถามข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เจ้าไม่อยากรับผิดชอบชีวิตข้าอย่างนั้นรึ เจ้าก็รู้ว่าข้าอายุมากแล้วหากจะแต่งกับชายอื่นก็คงไม่มีใครเอาข้าแล้ว” นางแสร้งพูดทำเป็นงอนเขา เพราะนางไม่อยากให้เขามากังวลเรื่องนาง แค่นี้เขาก็เสียใจมากแล้ว เจิ้งเจี๋ยที่เห็นท่าทางของฟางเหนียงเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาทันที

“ข้าผิดเองที่ถามเจ้าเช่นนั้น เจ้าเพิ่งมาถึงเหนื่อยๆ พักผ่อนก่อนแล้วกันนะห้องเจ้าอยู่ฝั่งซ้าย เดี๋ยวข้าไปต้มน้ำให้เจ้าอาบ” เขาพูดแล้วก็รีบเดินออกไป รอยยิ้มที่เขาส่งมาให้นางนั้นทำให้นางต้องนั่งนิ่งอึ้งไป รอยยิ้มนี้ทำไมถึงมีเสน่ห์เช่นนี้ ขนาดเขามีรูปร่างซูบผอมก็ยังหล่อได้ถึงเพียงนี้ แล้วถ้าหากเขากลับมามีร่างกายที่บึกบึนล่ะ จะหล่อถึงเพียงไหนกันเนี้ย โอ้ย!!! นางคิดแล้วก็เขินคนเดียว อนาคตสามีนางต้องหล่อเช่นนี้แหละถึงจะถูก อิอิ คิดแล้วนางก็ลุกเอาของไปเก็บในห้อง บ้านหลังนี้มีห้องอยู่ 2 ห้อง นางเข้าห้องฝั่งซ้ายที่เขาเตรียมไว้ให้นาง แล้วนั่งลงบนเตียงหยิบกระบอกน้ำที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ผสมอยู่มาดื่มทำให้นางรู้สึกหายเหนื่อยทันที นางอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วจึงออกไปทำกับข้าวให้เขาทาน ตอนที่นางจะไปอาบน้ำนางให้เขาไปซื้อเนื้อหมูและกระดูกหมูมาอย่างล่ะ 1 จิน นางจะทำหน่อไม้ผัดใส่หมู ต้มแซ่บกระดูกหมู และหน่อดองที่นางทำไว้ นางทำเสร็จแล้วจึงเรียกเขามาทานข้าว เขาที่พึ่งอาบน้ำเสร็จกำลังเช็ดผมแต่ไม่ได้ใส่เสื้อเดินออกมาจากห้องแล้วบอกนางว่าให้รอเขาแป๊บนึง ภาพนี้มันทำให้นางน้ำลายไหลออกมา ถึงเขาจะมีรูปร่างที่ผอมแต่ก็ยังมีซิกแพคเป็นชั้นๆ อยู่ จะเซ็กซี่ไปไหนล่ะเนี่ยพ่อคูณ

“หลิวฟางเหนียง เจ้าเป็นอะไรไป” เจิ้งเจี๋ยเดินเข้าไปหาฟางเหนียงแล้วเอาผ้าที่เช็ดผมนั้นเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมาข้างปากให้นาง ฟางเหนียงที่เพิ่งรู้สึกตัวก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องตัวเองทันที “อร้าย แล้วข้าจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอเขาล่ะ ไอ้น้ำลายบ้านี่ก็ไหลออกมาทำไมก็ไม่รู้ น่าอายชะมัด” ฟางเหนียงอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วตอนนี้ นางไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าน้ำลายมันไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาจะมองนางว่าเป็นผู้หญิงเช่นไรล่ะต่อจากนี้ "โอ๊ย!!! ยัยผู้หญิงโก๊ะเอ้ย" ฟางเหนียงได้แต่สบถด่าตนเองเบาๆ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สาวโก๊ะทะลุมิติ มาใช้ชีวิตในยุคโบราณ