สยบรัก บทที่ 43

sprite

ในขณะที่แสงไฟกำลังลอยมา มิลานก็ได้หันไปมอง ทีแรกตกใจคิดว่าเป็นกระสือ แต่พอมองดูดีๆ แสงไฟจากตะเกียงที่ส่องสว่างนั้นได้ส่องไปที่ใบหน้าของคนที่กำลังถือมันอยู่

หญิงสาวรีบลุกขึ้นทันทีที่แน่ใจว่าเป็นใครกำลังเดินตรงเข้ามา ..สายตาของเธอมองไปที่ป้ากับลุง ซึ่งนั่งเล่นคุยกันอยู่ใต้ถุนบ้าน

ทั้งสองเห็นใบหน้าของเธอเหมือนตื่นตระหนก ต่างก็หันกลับไปมองตามสายตานั้น พอหันกลับมาอีกทีเธอก็ได้หายไปแล้ว..คงหาที่ซ่อน

"ป้ากับลุงมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ"

"ไอ้หำมาตั้งแต่เมื่อไรลูก" ลุงเป็นคนเอ่ยถามขึ้น และมันก็ทำให้พ่อกับแม่ของมิลานหันไปมองพร้อมกัน ..ผู้ชายหน้าตาดีขนาดนี้ทำไมถึงชื่อหำ

"ผมแวะมาส่งไอ้เสกมันครับ.. แล้วนี่?" ในขณะที่เหนือตะวันกำลังคุยกับลุงสายตาของเขาก็มองไปดูสองสามีภรรยาที่นั่งอยู่แคร่ไม้ด้วยกัน

"ลุงกับป้าย้ายมาจากกรุงเทพฯ" ลุงพงษ์กับป้าวรรณีพูดตะกุกตะกักนิดหนึ่ง แต่พอเห็นว่าเหนือตะวันถามว่าพวกท่านเป็นใคร ต่างก็เชื่อในคำพูดของมิลานแล้วที่บอกว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะถ้าเป็นต้องรู้สิว่านี่คือพ่อกับแม่ของเมียตัวเอง

ลุงกับป้าก็เลยเก็บเรื่องนี้ไว้ให้ เพราะสงสารเด็กสาวที่หอบครอบครัวมาหวังจะพึ่งน้ำบ่อหน้า ถ้าพวกเขามีวาสนาด้วยกันจริงคงจะเจอกันเอง โดยไม่ต้องได้ให้ใครบอกกล่าว

ชายหนุ่มยิ้มให้กับท่านทั้งสองที่เพิ่งจะรู้จัก แต่เขาก็แอบคุ้นหน้าของชายวัยกลางคนคนนี้อยู่บ้าง

ส่วนชายวัยกลางคน หรือพ่อของมิลานนั้น ก็ไม่เคยรู้จักเขาเช่นกัน เพราะส่วนมากจะเข้าหาแต่ทางท่านรัฐมนตรีเท่านั้น

"ผมคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นานครับจะรีบกลับ" ชายหนุ่มยังไม่ทันได้คุยอะไรมากมาย เพราะเขาต้องรีบกลับไปตามหาเธอ

"จะรีบไปไหน"

"ธุระที่กรุงเทพฯยังไม่เสร็จเลยครับ"

"ถ้างั้นเราไปคุยที่บ้านกันดีกว่า" ป้าวรรณีเป็นคนชวน

พอทุกคนออกจากบ้านหลังนี้ไปมิลานก็ออกมาจากที่ซ่อน

"ลูกเตรียมที่นอนไว้ให้แล้วค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ขึ้นไปพักผ่อนดีกว่า" หญิงสาวทำเหมือนว่าที่เธอหายไปเพราะไปเตรียมที่นอนให้พวกท่าน และพ่อกับแม่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร

พอพวกท่านขึ้นไปข้างบนแล้ว ตอนนี้เหลือแค่เธอที่ยังยืนมองไปบ้านหลังนั้น หลังที่มีเขาอยู่ในเวลานี้ ทั้งที่ในใจคิดถึงเขามาก และเขาก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ทำไมดูเหมือนว่าเขาอยู่ไกล..ไกลมากจริงๆ

วันต่อมาที่กรุงเทพฯ

"ทำไมมึงถึงทำงานช้าแบบนี้"

"กูก็พยายามตามหาให้มึงอยู่"

"หายไปทั้งครอบครัวขนาดนั้นทำไมมึงถึงตามไม่เจอวะ.." เหนื่อยก็เหนื่อยเพราะเพิ่งขับรถกลับมาถึง แถมยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย

"มึงว่าพ่อมึงจะรู้เรื่องนี้ไหมวะ" มกราแอบสงสัยเรื่องนี้มาก

"มึงคิดว่าเป็นฝีมือของพ่อกูเหรอ"

"กูเปล่าคิด" มกรารีบปฏิเสธ เพราะห่วงความรู้สึกของเพื่อนมากกว่า

ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อมูลว่าเป็นฝีมือของพ่อเขาจริงไหม แต่เหนือตะวันก็ไม่ทิ้งความสงสัยนี้ไป

"ผมมาหาพ่อ"

"เออ..ท่านไม่อยู่ค่ะ" ที่แรกที่เขามาก็คือบริษัท เพราะตอนนี้ท่านต้องอยู่ที่นี่

เห็นแค่ท่าทางของเลขาเขาก็พอจะเดาออกแล้ว ชายหนุ่มเดินไปที่ห้องทำงานของผู้เป็นพ่อและเปิดประตูเข้าไปโดยไม่บอกกล่าว

"พ่อ?" สิ่งแรกที่เขาเห็นถึงกับทำให้ ชายหนุ่มหมดศรัทธาในตัวของผู้เป็นพ่อ "พ่อทำแบบนี้ได้ยังไง"

"ไม่มีอะไรหรอกน่าา คนเราเกิดมามีชีวิตเดียว ชอบอะไรก็ทำตามที่ชอบเท่านั้นเอง" สำราญปล่อยมือจากการโอบกอดร่างบางของหญิงสาวที่เกือบจะได้มาเป็นลูกสะใภ้ออก

และดูเหมือนว่าเธอคนนั้นจะอายอยู่มากที่ถูกจับได้

"แล้วพ่อเอาแม่ผมไปไว้ที่ไหน!!"

"ออกไปก่อน" สำราญหันไปพูดกับวุ้นเส้นให้ออกไปจากห้อง ..ใช่แล้วผู้หญิงคนนี้ก็คือวุ้นเส้น ตอนที่สำราญพูดกับภรรยา นั่นคือเขาพูดจริง เพราะดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าผู้หญิงที่ภรรยาอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้กำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน พอสำราญเสนอให้นิดหน่อยก็รีบตะครุบเอาไว้

"ผมคิดว่าพ่อจะมีความคิดบ้าง"

"มาหาพ่อมีอะไร จะมาบริหารงานเองอีกเหรอ.." สำราญเลือกที่จะไม่คุยเรื่องนั้นกับลูกชาย จึงเปลี่ยนเรื่องพูด

"ผมไม่ต้องการ" เหนือตะวันรีบพูดแทรกขึ้น เพราะเขาไม่ต้องการของพวกนี้อีกแล้ว ก่อนที่จะออกจากห้องนั้นมา เขาไม่ลืมที่จะถามเรื่องที่ตั้งใจมาก่อนหน้านั้น แต่คำตอบที่ได้คือ พ่อของเขาไม่รู้เรื่องที่เธอหายไป และไม่คิดอยากจะรู้เรื่องนี้ด้วย

ชายหนุ่มออกจากบริษัทก็กลับไปที่บ้านก่อน เพราะเป็นห่วงแม่เมื่อเห็นการกระทำของผู้เป็นพ่อแล้ว

"ตะวัน" ประไพเห็นลูกชายเข้ามาก็รีบเดินเข้าไปกอดลูกไว้

"แม่เป็นอะไร" พอเห็นสีหน้าของผู้เป็นแม่เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าท่านคงจะรู้เรื่องนี้แล้ว

"แม่ผิดเอง แม่คิดว่าพวกนั้นจะไม่แว้งกัดแม่แบบนี้"

"แม่รู้เรื่องนี้แล้วเหรอครับ"

"ลูกก็รู้เหรอว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

"ผมไปหาพ่อมาแล้ว"

"ทำไมแม่ถึงทำคุณกับคนไม่ขึ้น" นางอุตส่าห์ช่วยเรื่องหนี้สินของครอบครัวนั้น เพราะเห็นแบกหน้ามาหา แต่ไม่คิดว่า จะทำกับนางแบบนี้

"ผมอยากให้แม่ปลงครับ" ถ้าเป็นเหนือตะวันคนเก่าป่านนี้ทุกอย่างคงจะพังพินาศไปแล้ว เห็นกับตาขนาดนี้ แต่นี่เขากลับบอกให้แม่ปลง

"พรุ่งนี้แม่จะเซ็นต์ใบหย่าให้พ่อ..ลูกอย่าไปไหนนะ" นางถูกสามีขู่มาสารพัด ถึงยังไงก็ต้องได้เซ็นต์อยู่ดี

"ผมดีใจนะครับที่แม่ตัดสินใจได้แบบนี้" ลูกบางคนอาจจะเสียใจถ้าพ่อแม่ต้องแยกทางกัน แต่สำหรับเหนือตะวันแล้ว เขาคิดว่ามันอาจจะเป็นหนทางที่ดี

ชายหนุ่มอยู่ปลอบใจผู้เป็นแม่จนถึงเวลาค่ำมืด เขาแค่โทรกลับไปหามกราว่าทุกอย่างที่คิดไว้ไม่ได้เป็นไปตามที่คิด แล้วก็บอกไว้ว่าจะอยู่เป็นเพื่อนของแม่สักระยะ

เวลาเดียวกันนั้น.. ตอนนี้ตะวันได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว

วันนี้พ่อของเธอขออาสาตามลุงพงษ์ไปที่ทุ่งนาด้วย เพราะเสร็จจากการเกี่ยวข้าว ลุงพงษ์ก็ปลูกผักสวนครัว ถ้าเยอะหน่อยก็ให้ป้าวรรณีเอาไปขายในหมู่บ้าน

"คุณพ่อเหนื่อยไหมคะ" หญิงสาวถามขึ้นเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกลับมา

"ไม่เหนื่อยหรอกลูก ถือว่าได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย"

"วันหลังฉันขอไปด้วยนะอยากจะไปเห็น" เห็นสามีกลับมาทีไรชอบจะมาเล่าให้ฟัง ดุจดาวก็เลยอยากจะขอไปด้วย

"ได้สิ แต่ต้องเดินไกลหน่อยนะ"

มิลานได้แต่แอบมองพ่อและแม่คุยกัน เธอดีใจที่พวกท่านปรับตัวได้เร็ว

"ใครมาอยู่บ้านหลังของตาสี"

"เอ็งมาตั้งแต่เมื่อไรไอ้เสก" ป้าวรรณีถามขึ้นแบบตกใจ เพราะเสกสรรมาไม่ให้สุ้มให้เสียง

"ก็มาตอนที่ป้าเห็นนี่แหละ ถามหน่อยสิว่าบ้านหลังนั้นมีคนมาอยู่แล้วเหรอทำไมถึงเห็นแสงไฟ" เสกสรรยังไม่ทิ้งความสงสัยเดิม

"มีแล้ว"

"ใครมาอยู่เหรอป้า"

"ครอบครัวที่มาจากกรุงเทพฯ"

"มาจากกรุงเทพฯแล้วเขามาอยู่ที่แบบนี้ได้ยังไง ไฟก็ไม่มีน้ำประปาก็ไม่มี"

"แล้วเอ็งจะสงสัยอะไรนักหนาแล้วนี่มาทำไม"

"ก็คิดถึงป้ากับลุง ว่าแต่บ้านหลังนั้นมีลูกสาวไหมป้า"

"มี..ไม่มี" ป้าเผลอปากพูดออกไป

อ่าน สยบรัก บทที่ 43

นวนิยาย สยบรัก บทที่ 43 ได้รับการอัปเดตพร้อมรายละเอียดที่ไม่คาดคิดมากมายเพื่อลบปมทางอารมณ์มากมายระหว่างผู้นำชายและหญิง นอกจากนี้ผู้แต่ง ชะนีติดมันส์ ยังมีความแยบยลในการทำให้สถานการณ์แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก มาติดตาม บทที่ 43 ของซีรี่ส์ สยบรัก โดยผู้แต่ง ชะนีติดมันส์

คีย์เวิร์ดที่ค้นหา:

Story สยบรัก บทที่ 43

สยบรัก โดย ชะนีติดมันส์