ในเมืองหลวง
ช่วงตอนต้นของความเจริญรุ่งเรือง ตามถนนใหญ่และตรอกเล็กเต็มไปด้วยผู้คนสัญจรไปมา เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงร้องขายของ เสียงต่อราคา ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างครึกครื้น
ท่ามกลางเงาผู้คนที่ทับซ้อนกัน มีร่างเพรียวบาง กำลังเดินอย่างไร้จุดหมาย
ใกล้เวลาพลบค่ำ สีท้องฟ้าค่อนข้างมืดมัว ภายใต้แสงพระอาทิตย์ยามอัสดง ก้อนเมฆดำปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า
ฝนกำลังจะตกแล้ว
“ลูกรัก เลิกเล่นได้แล้ว ควรกลับบ้านแล้ว...”
“ท่านอาหลี่ ยังทำธุระไม่เสร็จหรือ?”
“กลับบ้านเก็บเสื้อผ้าแล้ว...”
บรรดาชาวบ้านแต่ละคนเดินกันอย่างรวดเร็ว เดินกันขวักไขว่ แต่ร่างที่เดินอยู่นั้น เห็นได้ชัดว่าอยู่ในอาการงุนงงยิ่ง ไม่มีทิศทาง ไม่มีจุดหมาย
ฉู่เชียนหลีมองไปด้านหน้า จ้องมองใบหน้าของชาวบ้านแต่ละคน
พวกเขาบางคนกลับบ้าน บางคนดูแลลูก สองสามีภรรยาช่วยกันทำงาน แต่ละคนมีครอบครัวที่ต่างกันไป ทั้งครึกครื้นทั้งอบอุ่นหัวใจมากขนาดนั้น
ตัวอาศัยอยู่ในต่างโลก เพียงลำพัง
ท่านพ่อไม่โปรดปราน ท่านแม่ไม่รัก ไม่มีพี่น้อง ไม่มีเพื่อนสนิท ไม่มีแม้กระทั่งคนที่จะพูดด้วย
นางเข้ากับโลกใบนี้ไม่ได้
ฝนตกแล้ว
เม็ดฝนละเอียดลอยเข้าปะทะใบหน้าตามกระแสลม เจ็บเล็กน้อย หนาวนิดหน่อย
จ้องมองบรรดาชาวบ้านที่ต่างคนต่างกลับบ้าน นางเดินท่ามกลางสายฝนอย่างไร้จุดหมาย เดินไปถึงถนนเส้นหนึ่งที่ไม่รู้จักชื่อ นั่งกอดเข่าอยู่ที่บันได จ้องมองผู้คนสัญจรไปมา
ความรู้สึกโดดเดี่ยวพลุ่งพล่านขึ้นในหัวใจอีกครั้ง
อยากกลับบ้านจังเลย
อยากกลับไปที่ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดจังเลย
ทุกวันหลังเลิกงาน พอกลับถึงบ้านจะมีแม่คอยทำอาหารเย็นที่ร้อนกรุ่นให้ พ่อนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟา แมวของนางชอบมาวนเวียนอยู่ที่ข้างเท้านาง ถูไถนางอย่างสนิทสนม ร้องเหมียว ๆ อย่างออดอ้อน ยังมีเพื่อนสนิทที่รักกันมากคนนั้น ที่พร้อมจะบุกน้ำลุยไฟไปกับนาง
เมื่อคิดถึงภาพอดีต เบ้าตาแดงก่ำอย่างอดไม่ได้
นอนร้องไห้เงียบ ๆ ด้วยสายตาที่ขมุกขมัว
นางเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อกับแม่ ไม่เคยถูกดุด่ามาก่อน พรสวรรค์โดดเด่น ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย อายุเพียงยี่สิบต้น ๆ ก็ได้ครองตำแหน่งสูงสุดของวงการแพทย์ แต่กลับถูกชายหนุ่มยุคโบราณคนหนึ่งดุด่าแบบนั้น
บีบบังคับนาง ดุด่านาง ปรักปรำนางโดยไม่รู้เรื่องจริงเท็จ
น้ำเสียงของชายหนุ่มอบอุ่นอ่อนโยน ไพเราะราวกับไข่มุกที่ร่วงกระทบจานหยก ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน
“...” ฉู่เชียนหลีรู้สึกกระดากเล็กน้อย
ถูกคนอื่นเห็นด้านที่อ่อนแอ รีบยกแขนเสื้อขึ้นบังใบหน้า เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างรีบร้อน ตอนที่เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง กลับมามีท่าทางที่สงบอีกครั้ง
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” นางกล่าวเสียงแหบแห้งเล็กน้อย
ชายหนุ่มจ้องมองนาง ควักอะไรบางอย่างออกมาจากด้านในแขนเสื้อ กำเอาไว้แน่นแล้วยื่นไปตรงหน้าของนาง เอ่ยถามคล้ายกับกำลังหยอกเย้ากับเด็กน้อย
“เจ้าลองทายดูว่าในมือของข้ามีอะไร?”
ฉู่เชียนหลีตะลึงงันไปเล็กน้อย
ไม่เข้าใจความหมายของเขา แต่ครุ่นคิด “เมล็ดแตงโม?”
ชายหนุ่มค่อย ๆ คลายฝ่ามือออก
ภายในฝ่ามืองาม มีลูกอมที่ห่อด้วยกระดาษสีชมพูอย่างสวยงามเม็ดหนึ่งวางอยู่
เขากล่าว “เด็กที่ชอบร้องไห้จะได้กินลูกอม ให้เจ้า”
เขาลูบศีรษะของนาง อบอุ่นราวกับพี่ชายที่อยู่ข้างบ้าน นัยน์ตาคู่นั้นราวกับมีเศษดวงดาวนับพัน อ่อนโยนไม่มีที่สิ้นสุด แต่กลับสะท้อนให้เห็นภาพนางเพียงคนเดียว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ