ฉู่เชียนหลีจ้องมองเขาอย่างเลื่อนลอย คนนี้เป็นคนแรกที่ดีต่อนางในต่างโลกนี้...
“ท่านเป็นใคร?”
ตอนนั้นเจอเขาที่ในวัง บัดนี้เจอเขาที่บนถนนอีกครั้ง
ชายหนุ่มไม่พูดจา แกะลูกกวาด หยิบลูกกวาดสีชมพูเขียวเม็ดหนึ่งออกมา ลูกกวาดรสพุทราเขียวผสมนมวัว ยื่นเข้าไปใกล้ริมฝีปากของนางเล็กน้อย
“อู๋หมิงจือเป้ย[footnoteRef:1]” [1: อู๋หมิงจือเป้ย หมายถึง บุคคลนิรนาม]
“ใต้หล้ายังมีคนที่มีชื่อแปลกประหลาดขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ? แซ่อู๋ ชื่อหมิงจือเป้ย?”
“…”
ฉู่เชียนหลีเห็นชายหนุ่มสำลัก รู้สึกว่าตลกขบขัน
รวมทั้งลูกกวาด หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ
“ขอบคุณ!”
อารมณ์ของนางดีขึ้นเล็กน้อยทันที มือทั้งสองข้างยันขั้นบันไดข้างหลังเอาไว้ แล้วเงยหน้าขึ้น มองชายหนุ่มด้วยท่าทางสบาย ๆ
“ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ตอนที่ข้าเคยเห็นท่าทางจนตรอกของท่าน ท่านก็เคยเห็นท่าทางจนตรอกที่สุดของข้า ท่านต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามพูดกับผู้ใดเด็ดขาด”
ท่าทางนางร้องไห้จะต้องอัปลักษณ์มากแน่ ๆ
“อืม ไม่พูด” ชายหนุ่มอารมณ์ดีมาก น้ำเสียงอ่อนโยน
“เกี่ยวก้อยสัญญา”
ฉู่เชียนหลียกมือขวาขึ้น ยื่นนิ้วก้อยออกมาแล้วเกี่ยวกัน
มุมริมฝีปากของชายหนุ่มฉีกยิ้ม ก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง นิ้วก้อยเกี่ยวเข้าด้วยกัน ส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง “อืม เกี่ยวก้อย”
เขาเลิกชุดแล้วนั่งที่ขั้นบันไดข้างนาง
เหลือบตามองใบหน้าด้านข้างของนาง “อารมณ์ไม่ดีอย่างนั้นหรือ?”
ฉู่เชียนหลีชะงักไป “พอประมาณ เพียงแค่รู้สึกว่าโดดเดี่ยวเท่านั้น แผ่นดินกว้างใหญ่ ที่สำหรับซุกหัวนอนมากมาย แต่ข้ากลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น”
ความของการมีชีวิตอยู่บนโลกคืออะไร?
คือความสำเร็จ? คือการมีลาภยศชื่อเสียง? คือความห่วงใย? หรือว่าคือครอบครัว มิตรภาพและความรัก?
นางคิดว่าควรจะเป็นความห่วงใย
มนุษย์เกิดมาครั้งเดียว มีคนคอยห่วงใย แล้วก็ถูกห่วงใย ไม่ว่าจะที่ไหนเมื่อไหร่ ไปที่ไหน ก็จะมีคนคอยเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือว่าลำบาก ก็ยังมีเกราะป้องกันที่อบอุ่น
แต่ว่านางไม่มี
มุมริมฝีปากของชายหนุ่มเม้มแน่นขึ้นเล็กน้อย มองไปทางชาวบ้านที่เยาะหยันบนถนน ดวงตามีความหดหู่และโดดเดี่ยวไม่น้อย
“ข้าเคยมีครอบครัวที่ไหนกัน...”
ค่ำคืนที่ฝนตกหนัก ฝนเทลงมาปานฟ้ารั่ว
ทันใดนั้นภายในหัวสมองก็มีเสียงแค้นเคืองของหญิงสาวดังขึ้น รวมทั้งท่าทางร้องไห้
——อาการป่วยของนางคือการเสแสร้ง
——เป็นนางที่ลงมือกับข้าก่อน เหตุใดจึงต้องขอโทษ?
——ข้าต้องการหย่า หย่า! หย่ากับท่าน!
ความคิดของเขายุ่งเหยิงราวกับด้ายป่าน ไม่สามารถสงบจิตใจได้เลยสักนิด ฝนตกหนักเช่นนี้ แต่นางไม่กลับมา ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ใด แล้วจะไปที่ใดได้อีก?
ตอนกลางวัน...เป็นเขาที่บุ่มบ่ามเกินไป
ในเวลานี้
ด้านนอกประตู เยว่เอ๋อร์วิ่งฝ่าสายฝนเข้ามา คุกเข่าลงบนพื้นร้องไห้เสียงดัง
“ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง ขอร้องท่านช่วยส่งคนไปตามหาพระชายาด้วยเจ้าค่ะ! นางหายตัวไปแล้ว!”
“บ่าวเพิ่งกลับมาจากจวนอัครมหาเสนาบดีฉู่ นางไม่ได้กลับไปที่นั่น บ่าวตามหาอย่างไรก็ตามหานางไม่พบ!”
เฟิงเย่เสวียนตะลึงงันไปทันที
ฝนตกหนักขนาดนี้ นางไม่อยู่ที่จวนอัครมหาเสนาบดีฉู่ ยังจะไปที่ไหนได้อีก?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ