ฝนห่านี้ตกหนึ่งคืนเต็ม ๆ เพิ่งจะหยุดลงเมื่อตอนรุ่งสาง พระอาทิตย์ขึ้น อากาศหลังฝนตกเย็นสบายและสดชื่น
เฟิงเย่เสวียนยืนอยู่ที่ห้องหนังสือมาตลอดทั้งคืน สายลมยามเช้าพัดปะทะบนใบหน้า ใบหน้าของเขาเย็นชาราวกับมีน้ำค้างเคลือบเอาไว้ หนาวเหน็บจนทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้
หานเฟิงยืนอยู่ด้านหลัง แอบนวดขา
ทันใดนั้น ชายหนุ่มเอ่ย
“สาวใช้ของพระชายายังไม่กลับมาหรือ?”
หานเฟิงยืนตัวตรงทันที แอบกล่าวในใจ ‘ท่านอยากจะถามถึงพระชายาจะถามมาตรง ๆ ไม่ได้ใช่หรือไม่? เหตุใดจึงต้องอ้อมขนาดนี้?’
“ข้าน้อยจะไปดูเดี๋ยวนี้ขอรับ”
ถูกบังคับให้ยืนมาทั้งคืน ในที่สุดก็ได้ขยับแล้ว ทันทีที่ขยับเท้า ขาทีชาจนเกือบจะหกล้ม รีบเกร็งร่างกายทันที เริ่มหายใจ และก้าวเดินออกไปด้วยร่างกายที่แข็งทื่อ
หลังจากผ่านไปสองเค่อ
หานเฟิงก็กลับมา “แม่นางเยว่เอ๋อร์กล่าวว่า นางอยากจะปรนนิบัติพระชายาอยู่ที่โรงเตี๊ยมไหลฝู ไม่กลับมาแล้วขอรับ”
“...”
ทันทีที่พูดจบ ลมหายใจของชายหนุ่มก็หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม
หานเฟิงขนหัวลุก
ติดตามนายท่านมานานหลายปีขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นนายท่านท่าทางบึ้งตึงขนาดนี้มาก่อน
เมื่อก่อน ตอนที่นายท่านเกิดโทสะ ซ้อมคน สังหารคน เลือดกระจายไปทั่วยังไม่น่ากลัวขนาดนี้ ตอนที่น่ากลัวที่สุดคือตอนที่นายท่านนิ่งเงียบไม่พูดจา...
ครู่หนึ่ง
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่ง
“เรียกหลิงเชียนอี้มา”
โรงเตี๊ยมไหลฝู
ฉู่เชียนหลีหลับไปนาน ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายอย่างสบาย เยว่เอ๋อร์ขดตัวอยู่ที่ด้านในของตั่งนอน ระมัดระวังตัวเล็กน้อย
“พระ พระชายา... บ่าวนอนตั่งนอนตัวเดียวกันกับท่าน ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นะเจ้าคะ...”
“เด็กคนนี้ นอนก็นอนไปแล้ว มีอะไรไม่เหมาะสมอีก? อีกอย่าง ต่อไปไม่ต้องเรียกตัวเองว่าบ่าว เจ้ากับข้าล้วนเป็นคน เป็นคนก็เท่ากับทุกคนเท่าเทียมกัน”
“ต่อไปเรียกแค่ชื่อของข้าก็พอ”
“บ่าวไม่กล้า”
“หืม?” ในน้ำเสียงที่ลากยาวแฝงไปด้วยน้ำเสียงเตือนที่อันตรายยิ่ง
เยว่เอ๋อร์รีบเปลี่ยนคำพูด “ดะ...ได้...หวัง... เสียวฉู่”
อ๋องหลี?
ฉู่เชียนหลีได้ยินแล้ว จึงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “องค์ชายแต่งงานกับบุตรสาวขุนนาง เหตุใดจึงกลายเป็นการใฝ่สูง?”
ด้านข้าง สีหน้าของเยว่เอ๋อร์มีความรางเลือนเล็กน้อย กล่าวเสียงเบา
“เสียวฉู่ เจ้าคงไม่รู้ ถึงแม้ว่าอ๋องหลีคนนี้จะมีสถานะเป็นถึงองค์ชาย แต่มารดาของเขาเป็นนางกำนัล สถานะต้อยต่ำ ไม่ได้รับความโปรดปราน เป็นองค์ชายที่ถูกทอดทิ้งที่ไม่มีอนาคต”
“เขาได้แต่งงานกับคุณหนูสามฉู่ ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับการสนับสนุนจากจวนอัครมหาเสนาบดีฉู่ จะไม่เรียกว่าใฝ่สูงได้อย่างไร?”
ราชวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานหรือการรับอนุ ทั้งหมดล้วนชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย คำนวณจากผลประโยชน์
เฮอะ
ฉู่เชียนหลีหัวเราะอย่างเย็นชา ไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วก้มหน้ากินข้าว
“ฉู่เชียนหลี!”
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังเข้ามาในแก้วหู เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นร่างของชายหนุ่มวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
“ฉู่เชียนหลี ๆ ๆ~~”
“เรียกหาปู่ของเจ้ามีเรื่องอันใด?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ