ฉะนั้นการที่อยู่ ๆ ได้ยินอวิ๋นซานหูพูดถึงแม่นางอวิ๋นในยามนี้แล้ว อวิ๋นหลิงจือจึงเอ่ยถามซักไซ้ไล่เลียงทันที “ชื่อแซ่เต็ม ๆ ของแม่นางอวิ๋นผู้นั้นว่าอะไรหรือ? ตอนนี้คนผู้นั้นอยู่ที่ใดเล่า? รูปร่างหน้าตาของนางเป็นเช่นไร?”
อวิ๋นซานหูกำลังเจ็บปวดรวดร้าว ทันทีที่ได้ยินพี่สาวเอ่ยถามติดต่อกันถึงสามเรื่อง นางถึงกับสับสนมึนงงไม่น้อย
เรื่องพวกนี้มันสำคัญตรงไหนกัน?
เรื่องละเอียดยิบย่อยพกวนี้มันไม่สำคัญเลยสักนิด
สิ่งที่สำคัญที่สุดในยามนี้ก็คือบาดแผลบนใบหน้าของนาง!
ครั้นอวิ๋นหลิงจือเห็นสายตาน้อยเนื้อต่ำใจระคนเอาเรื่องของน้องสาวแล้ว นางก็ได้สติทันทีว่ายามนี้มิใช่เวลามาถามเรื่องพวกนี้
อีกทั้งในห้องโถงแห่งนี้ยังมีคนรวมกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่
เรื่องของแม่นางอวิ๋น ไว้นางค่อยหาโอกาสอื่น ๆ สอบถามรายละเอียดกับน้องสาวเป็นการส่วนตัวคราวอื่นก็ได้
“ให้ข้าดูแผลของเจ้าหน่อย”
อวิ๋นหลิงจือนั้นพอจะเข้าใจวิชาแพทย์อยู่บ้าง
เพียงแต่นางสติปัญญาไม่สูงมากนัก กอปรกับไม่ได้สนใจใคร่รู่วิชาแพทย์มากเท่าใด สาเหตุที่นางบีบบังคับให้ตนเองเล่าเรียนวิชาแพทย์ ก็เพราะว่านางพบว่าการรู้วิชาแพทย์นั้นเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้นางเข้าไปอยู่ในแวดวังสตรีชั้นสูงได้ ทำให้นางได้รับความชมชอบจากสตรีชั้นสูงและผู้อาวุโสบางคน
เนื่องจากสำหรับสตรีในห้องหอผู้มีฐานะสูงศักดิ์แล้ว มีบางเรื่องที่หมอบุรุษไม่อาจทำได้
อย่างเช่นหากมีร่างกายบางส่วนไม่สบาย หรือมีตุ่มพองแดงขึ้นในที่ลับแล้ว หมอบุรุษล้วนไม่อาจตรวจรักษาให้ได้
ทว่าในฐานะที่อวิ๋นหลิงจือเป็นสตรีเฉกเช่นเดียวกัน ทั้งยังเข้าใจวิชาแพทย์อยู่บ้าง นั่นจึงเป็นข้อได้เปรียบประจำตัวของนาง
อวิ๋นซานหูขับบ่าวรับใช้ที่คอยปรนนิบัติอยู่ในห้องให้ออกไปทั้งหมด ถึงจะเปิดม่านบริเวณดวงหน้าออก
ทันทีที่ผืนม่านเปิดออก ฮูหยินรองอวิ๋นกับอวิ๋นหลิงจือถึงกับตกใจตัวโยน
แม้บาดแผลบนดวงหน้าของอวิ๋นซานหูเริ่มเยียวยาและสมานกันแล้ว ทว่าบาดแผลยาวเช่นนั้น หากกลายเป็นแผลเป็น ชั่วชีวิตนี้ของอวิ๋นซานหูก็จบสิ้นเสียแล้ว
แม้อวิ๋นหลิงจือจะเข้าใจวิชาแพทย์กับวิธีนวดแบบงู ๆ ปลา ๆ แต่บาดแผลบนใบหน้าของอวิ๋นซานหูนั้นสาหัสเกินไป นางไม่มีปัญญามากพอจะช่วยได้
“ไว้ท่านพ่อกลับมาแล้ว ท่านพ่อต้องมีวิธีแน่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ