เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1724

………………..

แม้ว่าจะไม่มีการเอ่ยนาม แต่ลั่วเหยี่ยนก็สามารถสัมผัสได้ทันทีว่า…เสียงนั้นกำลังเรียกพวกเขาอยู่!

การกระทำของเขาหยุดชะงักและหันกลับไปมอง

ใบหน้าของเขามีประกายระแวดระวังและหมดความอดทน

“เจ้าคิดจะทำอันใดอีก? ยังทำร้ายหนานอีอีไม่พออีกหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่ได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นมา เหมือนกับว่าได้ยินเรื่องน่าขันอันใดบางอย่าง นางหัวเราะขึ้นเสียงเบา

“เหตุใดผู้อาวุโสลั่วเหยี่ยนพูดเช่นนี้เล่า? ข้าทำร้ายหนานอีอีตั้งแต่เมื่อใดกัน? ตั้งแต่ต้นจนจบ…ก็เป็นพวกเจ้าที่ไล่ตามพวกเราไม่เลิกราและยังคิดที่จะสังหารพวกเราไม่ใช่หรือ?”

พวกเขาก็แค่ตอบโต้และป้องกันตัวเท่านั้น แล้วเหตุใดอีกฝ่ายถึงไม่ยอมแพ้และยอมจำนนเสียที?

“หรือว่า อนุญาตให้แก่พวกเจ้าที่สามารถชนะได้อย่างเดียว สามารถรังแกผู้อื่นได้ ผู้อื่นห้ามตอบโต้ ห้ามป้องกันตนเองใช่หรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการล่วงเกินพวกเจ้า?”

ลั่วเหยี่ยนพูดอันใดไม่ออก

เขาเป็นคนที่มากลางทาง ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอย่างชัดเจน หลังจากฟังคำพูดของหนานอีอีแล้วเขาก็ตัดสินว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของอีกฝ่าย

แต่เมื่อครู่นี้ เขาเพิ่งได้ยินคำพูดจากปากของผู้อาวุโสอูเผิง ในที่สุดเขาถึงเพิ่งได้รู้ว่าความจริงเป็นอย่างใด

แน่นอนว่าเขารู้ว่า ที่เรื่องมาถึงตรงนี้ได้ ความผิดส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องที่หนานอีอีก่อ

แต่เขาก็รักและเอ็นดูหนานอีอีมาโดยตลอด ดังนั้นจึงแก้ต่างให้นางภายในใจโดยไม่รู้ตัว

กอปรกับสถานการณ์ตอนนี้ของหนานอีอีก็น่าสลดเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้เขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ดังนั้นจึงนำความโกรธและเคียดแค้นไปลงที่คนอื่นทั้งสิ้น

สายตาของฉู่หลิวเยว่จดจ้องที่หนานอีอี

เหมือนว่าหนานอีอีจะสามารถสัมผัสได้ ดังนั้นจึงหันกลับมามองนาง

คนสองคน สายตาทั้งสี่ประสานกัน

ทันใดนั้นหัวใจของหนานอีอีก็เย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที! ร่างทั้งร่างเหมือนตกลงไปในถังน้ำแข็ง ความหนาวเย็นเสียดแทงกระดูก!

ภายในสมองของนางตอนนี้ มีความคิดอย่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน!

ซั่งกวนเยว่…น่ากลัวจริงๆ!

เสียงครวญครางในลำคอของนางหยุดลงอย่างกะทันหัน

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาเหล่านี้ก็ทำให้นางร้องไห้ไม่ออกเลย!

ซั่งกวนเยว่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“ดูเหมือนว่าจะร้องไห้จนพอแล้ว”

หนานอีอีผู้นี้เป็นคนที่แปลกประหลาดน่าดู

ก่อนหน้านี้เพราะนางพูดจาให้คนแตกกัน กลับดำเป็นขาว จึงถูกหรงซิวตัดลิ้น

คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้นางก็ยังไม่สำนึก และยังกล้ากรีดร้องเสียงครวญครางต่อหน้าผู้คน

นี่นางคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่…

แต่ในที่สุดนางก็เงียบลงแล้ว

ฉู่หลิวเยว่หันหน้ากลับมามอง

ว่างเปล่า

ความดำมืดที่อยู่โดยรอบถูกนางดูดกลืนพลังแห่งสวรรค์และโลกไปตั้งนานแล้ว ตอนที่กำลังซ่อมแซมเนื้อเพลงฉินความมืดเหล่านั้นก็ค่อยๆ จางหายไปแล้ว

ตอนที่นางซ่อมแซมเนื้อเพลงฉินสำเร็จ ความมืดสายสุดท้ายก็ถูกแสงสว่างเจิดจ้าส่องสะท้อน

และผู้อาวุโสอาจิ่งก็ได้หายตัวไปด้วยเช่นเดียวกัน

ฉู่หลิวเยว่กวาดสายตามองรอบด้าน

นางอยู่บริเวณศูนย์กลางของพื้นที่พิเศษในกำแพงแห่งนี้

กำแพงแห่งนี้เปลี่ยนเป็นความโปร่งแสงแล้ว ดังนั้นคนภายนอกจึงมองเห็นตัวของนางได้อย่างชัดเจน อีกทั้งนางก็ยังสามารถมองเห็นด้านนอกได้ทั้งหมด

ดูจากปฏิกิริยาของพวกเขา พวกเขาน่าจะมองไม่เห็นผู้อาวุโสอาจิ่ง และยิ่งไม่รู้ถึงการมีตัวตนของเขา

ฉู่หลิวเยว่จึงเกิดความรู้สึกเสียใจอยู่หลายส่วน

นางรู้ว่าผู้อาวุโสอาจิ่งช่วยเหลือนางมามาก

จนกระทั่งตอนนี้ แม้คำพูดขอบคุณนางก็ยังไม่ทันได้พูดออกไป แต่ก็ต้องจากกันแล้ว…

เป็นเรื่องน่าเสียดายจริงๆ

นางเงียบไปครู่หนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็สามารถจัดการความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว และหันกลับไปมองทางถวนจื่อ

นางโบกมือเรียก

“ถวนจื่อ!”

“อาเยว่!”

เมื่อเห็นว่าในที่สุดฉู่หลิวเยว่ก็สามารถจัดการเรื่องราวได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น ถวนจื่อถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก จากนั้นก็วิ่งมาหานางด้วยความยินดีและพุ่งตัวเข้ากอดนางโดยตรง

แขนทั้งสองข้างโอบกอดลำคอของฉู่หลิวเยว่เอาไว้จนแน่น นางขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของฉู่หลิวเยว่ จากนั้นก็ถูไถใบหน้าของนางด้วยความสนิทสนม

“อาเยว่! อาเยว่! ถวนจื่อคิดถึงมากๆ!”

หัวใจของฉู่หลิวเยว่รู้สึกอุ่นวาบ และกระชับอ้อมกอดของนางให้แน่นขึ้น

“…ข้าก็คิดถึงเจ้า”

สำหรับถวนจื่อแล้วอาจจะผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่วัน

แต่สำหรับนางแล้วเวลาได้ผ่านไปหลายสิบปี

…ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสอาจิ่งเคยพูดว่า นางใช้เวลาได้น้อยกว่าที่กำหนด ดังนั้นเวลาจึงผ่านไปไม่ถึงร้อยปี

แต่ว่าเวลาก็ผ่านไปหลายสิบปี

ก่อนหน้านี้นางไม่เคยตระหนักถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ตอนนี้เมื่อนางได้โอบกอดร่างอ่อนนุ่มของถวนจื่อ พร้อมฟังเสียงออดอ้อนที่นุ่มนวลของนาง ทำให้ความปรารถนาที่จางหายไปนานท่วมท้นขึ้นมาภายในใจของนางอีกครั้ง

ขณะที่ฉู่หลิวเยว่กำลังจะเดินออกจากกำแพง สายลมอันแผ่วเบาสายหนึ่งพัดจนแขนเสื้อของนางม้วนขึ้น

ราวกับว่ามีระลอกคลื่นมาจากด้านหลังของนาง

หัวใจของนางสั่นไหว จากนั้นก็หันกลับไปมอง

แต่กลับกลายเป็นว่าถวนจื่อตื่นตูมเกินไปโดยไม่จำเป็น ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาเป็นห่วงอยู่นาน

นางลูบศีรษะของถวนจื่อเบาๆ แล้วเอ่ยกระตุ้นเสียงเบา

“ถวนจื่อขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสองหรือยัง?”

ถวนจื่อพยักหน้าอย่างแรง จากนั้นก็โค้งคำนับผู้อาวุโสทั้งสองอย่างมีมารยาท

“ขอบคุณท่านปู่ประมุข! ขอบคุณท่านปู่ผู้อาวุโสที่ห้า!”

เมื่อมองใบหน้ากลมเกลี้ยงน่ารักของนาง นิ้วชี้ของอี้เจาก็ขยับขึ้นเล็กน้อย

…เขาแทบจะไม่สามารถรักษาภาพลักษณ์ได้แล้ว

ในตอนนั้นเองผู้อาวุโสอี้อวี่ที่อยู่ด้านข้างก็ย่อเข่าลงเล็กน้อย จากนั้นก็กางแขนทั้งสองข้างออกพร้อมส่งยิ้มให้กับถวนจื่อแล้วพูดว่า

“ถวนจื่อ! รีบมาให้ท่านปู่ผู้อาวุโสที่ห้าดูหน่อยสิ เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”

เมื่อเปรียบเทียบกับอี้เจาและผู้อาวุโสท่านอื่น ผู้อาวุโสอี้อวี่มีท่าทีต่อฉู่หลิวเยว่และถวนจื่อมาดีตั้งแต่ต้น

กอปรกับช่วยเหลือพวกนางทั้งที่ลับและที่แจ้งมาไม่น้อย ฉู่หลิวเยว่และถวนจื่อจึงรู้สึกสนิทสนมกับเขามากกว่า

ตอนนี้เมื่อได้ยินผู้อาวุโสอี้อวี่พูดเช่นนี้ ถวนจื่อก็วิ่งตึกๆ เข้าไปหาในทันทีอย่างไม่คิดอันใดมาก

นางเงยหน้าเล็กๆ ขึ้น หมุนตัวเป็นวงกลมแล้วเผยรอยยิ้มกว้าง

“ท่านปู่ผู้อาวุโสที่ห้าดูสิ! ข้าสบายดีมาก!”

ภายในใจของถวนจื่อก็รู้สึกซาบซึ้งต่อพวกเขามาก ดังนั้นตอนนี้นางจึงแสดงความกระตือรือร้นและรอยยิ้มอย่างไม่ลังเล

หัวใจของผู้อาวุโสอี้อวี่จะละลายแล้ว

อ๊าก!

น่ารักมาก!

เผ่าหงส์ทองคำไม่เคยมีหงส์ทองคำตัวไหนที่สามารถแปลงกายได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ในสถานการณ์ทั่วไปแล้ว ที่พวกเขาสามารถเห็นรุ่นเยาว์อย่างน้อยก็มีอายุสิบกว่าขวบแล้ว

แต่ถวนจื่อในตอนนี้เพิ่งจะสามสี่ขวบเท่านั้น เขาจึงรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!

ต่อให้รู้ว่าถวนจื่อมีสายเลือดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังสามารถเปิดเส้นชีพจรที่สี่ได้แล้ว นางถือว่าหัวกะทิในกลุ่มเด็กรุ่นใหม่อย่างแน่นอน แต่ตอนที่เห็นนางทำท่าทางออดอ้อนน่ารัก ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกรักใคร่เอ็นดูโดยไม่รู้ตัว

จนแทบอยากจะนำของดีๆ ทั่วทั้งโลกมาวางกองอยู่ในมือของนาง

ผู้อาวุโสอี้อวี่อดใจไม่ยื่นมือออกไปไม่ได้ จากนั้นก็ลองลูบมวยผมของนาง แล้วกล่าวคำชมเชยอย่างจริงใจ

“ถวนจื่อสุดยอด!”

ถวนจื่อหัวเราะคิกคัก จากนั้นก็พุ่งตัวมากอดขาของผู้อาวุโสอี้อวี่เอาไว้

“ท่านปู่ผู้อาวุโสที่ห้าก็สุดยอด!”

เมื่อครู่นี้นางมองเห็นหมดแล้วตอนที่ตระกูลหนานที่หยิ่งผยองต่อคนทั้งโลก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านปู่ผู้อาวุโสที่ห้าและคนอื่นๆ พวกเขาก็ยังต้องมีท่าทีทำความเคารพ!

ผู้อาวุโสอี้อวี่ “!!!”

อี้เจา “???”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์