………………..
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
สีหน้าของอีกฝ่ายนิ่งค้างไปชั่วครู่หนึ่ง
นางถามเขา แล้วมองด้วยสีหน้าจริงจัง
นางไม่รู้จักคนคนนี้จริงๆ
ชายคนนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากจัดเสื้อผ้าของตัวเองจนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พูดออกมาทีละคำว่า
“หนานจิ่นซูแห่งตระกูลหนาน”
ฉู่หลิวเยว่กะพริบตาปริบๆ
“อ๋อ คนตระกูลหนานนั่นเอง?”
เหมือนนางจะได้ยินชื่อของหนานจิ่นซูมาบ้าง
ก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้อาวุโสตระกูลหนาน ชื่อเสียงไม่โดดเด่น หลังจากที่หนานอีฝานตายไปแล้ว เขาก็รีบนำตัวเองสู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็ว แล้วกลายเป็นประมุขตระกูลหนานในปัจจุบัน
เดิมทีเขาไม่สมควรได้นั่งตำแหน่งนี้ เพียงแต่หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น คนตระกูลหนานบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ก็มีอยู่ไม่มาก
นี่จึงเป็นโอกาสของหนานจิ่นซู
ในช่วงนี้ ตระกูลหนานไม่มีข่าวคราวอันใดออกมาเลย น่าจะเป็นเพราะกำลังดูแล รักษากำลังของตัวเองอยู่
ฉู่หลิวเยว่คิดว่าพวกเขาจะใช้เวลาพักรักษาตัวนานกว่านี้เสียอีก คิดไม่ถึงเลยว่า พวกเขาก็มาที่พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ด้วย
“ตัวข้านั้นมีชื่อเสียงไม่มาก นายท่านเยว่ไม่เคยได้ยินก็เป็นเรื่องปกติแล้ว”
หนานจิ่นซูควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับเป็นปกติดังเดิม
ฉู่หลิวเยว่ไม่มีความสนใจที่จะสนทนาต่อ หลังจากที่นางตอบรับหนึ่งคำ นางก็หมุนตัวเดินจากไปในทันที
“นายท่านเยว่ช้าก่อน!”
หนานจิ่นซูหัวเราะออกมา สายตาก็มองไปทางถวนซิ่นจื่อที่คาดเอวนางอยู่
“ไม่มีอันใด ข้าเพียงแค่ประหลาดใจเท่านั้น นายท่านเยว่ไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ แล้วเหตุใดถึงมาที่นี่ได้?”
ริมฝีปากของฉู่หลิวเยว่ยกยิ้มขึ้น
“ช่วยไม่ได้ พรสวรรค์ข้าดีเกินไป แม้จะไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ยังแข็งแกร่งกว่าคนอื่นนิดหน่อย แล้วยังสามารถเดินรอบพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ได้ ประมุขหนานมีความคิดเห็นอย่างใดหรือ?”
หนังตาของหนานจิ่นซูกระตุกอย่างแรง
เขารู้ตั้งนานแล้วว่าฉู่หลิวเยว่มีฝีปากกล้า แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง!
ไม่ว่าอย่างใดก็ตาม ในตอนที่เขากำลังจะโต้เถียงสักประโยค เขาก็สบเข้ากับดวงตาดำมืด จนรู้สึกสะท้านขึ้นมาทันที
เขาไม่เคยลืมว่า แม่นางที่อยู่ตรงหน้านี้ โหดเหี้ยมมากเพียงใด!
เมื่ออยู่ต่อหน้านาง คนที่เสียเปรียบก็เป็นได้แค่ตัวเขาเท่านั้น
แต่เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เขาก็หัวเราะออกมา
“ที่ไหนกันเล่า ข้าแค่รู้สึกประหลาดใจที่ได้พบกับนายท่านเยว่ที่นี่”
“เรื่องเล็กหน่อยเช่นนี้ก็สามารถทำให้ประมุขหนานประหลาดใจได้แล้ว ความอดทนต่อจิตใจของท่านนั้นย่ำแย่ขนาดนั้นเชียว?”
ฉู่หลิวเยว่ยักไหล่
หนานจิ่นซูมีใบหน้ามืดครึ้มลง “เจ้า…”
“หนานจิ่นซู”
จิ้นอวิ๋นไหล่เรียกชื่อเขาขึ้นมาอย่างกะทันหัน
หนานจิ่นซูรีบดึงสติกลับมาทันที เขาจึงประสานมือคารวะ “เสินสื่อลำดับที่เจ็ด มีอันใดจะสั่งการหรือขอรับ?”
สายตาของจิ้นอวิ๋นไหล่กวาดมองไปทางฉู่หลิวเยว่
“เจ้าจัดการคนเหล่านี้ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยตามมาที่พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์”
คำพูดนี้เขาพูดกับหนานจิ่นซู



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...