เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2238

………………..

นางพลันบังเกิดความรู้สึกอับอายขึ้นมาอย่างหาได้ยาก

“นี่… ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะลุกลามใหญ่โตขนาดนี้จนลากร้านเจินเป่าเก๋อไปพัวพันด้วย”

หมิงซูมองนางด้วยสายตาแปลกพิกล

“คุณหนูซั่งกวนพูดถึงอันใดหรือ”

ฉู่หลิวเยว่กระแอมในลำคอคราหนึ่ง

“หากมิใช่เพราะข้าดึงดันจะไปเก็บกระวานเร้นมังกรที่เทือกเขาโอสถมาให้ได้ ก็คงไม่เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นในภายหลัง จนกระทบกับการค้าของเจินเป่าเก๋อ…”

“ไฮ่ ท่านพูดถึงเรื่องนี้หรอกหรือ?”

หมิงซูพลันเข้าใจในบัดดล ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

“ท่านไม่ต้องขอโทษขอโพยเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก อย่างใดเสียเดิมทีพวกเราร้านเจินเป่าเก๋อก็ไม่ได้เน้นค้าขายสมุนไพรเป็นหลักอยู่แล้ว ก็แค่มียอดขายน้อยลงเท่านั้น ไม่ว่าจะค่ายกลหรืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ กระทั่งอสูรศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มีสัดส่วนมากกว่าสมุนไพรพวกนี้อยู่มากโข!”

ฉู่หลิวเยว่พลันตกตะลึง

“…ความหมายของท่านก็คือ…”

“ฮี่ฮี่ ท่านลองคิดดูซี ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีเทือกเขาโอสถที่ซึ่งมีวัตถุดิบล้ำค่าจากสวรรค์เติบโตอยู่นับไม่ถ้วน แม้ก่อนหน้านี้เสินสื่อลำดับแปดจะออกกฎมามากมาย แต่เซียนหมอส่วนใหญ่ก็ยังเข้าไปเก็บสมุนไพรที่ตนต้องการได้ เหลือเพียงส่วนน้อยที่ต้องมาดำเนินการผ่านร้านเจินเป่าเก๋อของเรา ซึ่งก็คือเงินเล็กน้อยแค่นี้ไม่นับเป็นอันใดได้ ท่านไม่ต้องใส่ใจหรอก!”

ฉู่หลิวเยว่ “…”

เจินเป่าเก๋อนี่ช่าง…

ร่ำรวยจนไม่สนผู้ใดจริง!

การค้าสมุนไพรมากมายปานนี้ บอกไม่ต้องก็คือไม่เอาแล้ว

นี่ถ้าเปลี่ยนเป็นซานซานล่ะก็ เกรงว่าคงร้องไห้โฮออกมาให้นางเห็นแล้ว

“ว่าแต่ท่านเถอะ ตอนนี้ชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มากจริงๆ!”

หมิงซูยกนิ้วโป้งให้นางพลางกล่าวชื่นชมออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ

“ทุกคนต่างพูดกันว่าเป็นเพราะคุณหนูซั่งกวนยืนกรานจะท้าประลองกับเหลียงเหอให้ได้ ถึงทำให้ท่านผู้นั้นตัดสินใจลงมือปราบเทวทูตลำดับแปดในที่สุด อีกทั้งยังยกเลิกกฎที่นางเคยตั้งไว้ทั้งหมดด้วย นับแต่นี้ไป ทุกคนล้วนเข้าออกเทือกเขาโอสถได้ตามใจชอบ ไม่รู้มีคนมากมายเท่าไรที่รู้สึกซาบซึ้งต่อท่านกันหนา!”

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ท่านล้อข้าเล่นแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับข้าเลยจริงๆ”

นางก็แค่อยากเก็บกระวานเร้นมังกรไปสองสามต้นก็เท่านั้น

ส่วนเรื่องที่ตามมาทีหลัง… ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของนางแล้วจริงๆ

หมิงซูหัวเราะคิกคัก

“อย่างใดเสียไม่ว่าจะยังไง ต่อจากนี้สถานะของท่านในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่เหมือนเดิมแล้ว ยามพวกเขาเห็นท่าน ก็ต้องเอ่ยขอบคุณด้วยตัวเองอย่างเสียไม่ได้แล้ว!”

มุมปากของฉู่หลิวเยว่กระตุกน้อยๆ ไม่ได้เอาเรื่องนี้มาคิดใส่ใจอีก

คนพวกนั้นจะมีท่าทีต่อนางอย่างใด แท้จริงแล้วนางก็หาได้ใส่ใจมากนัก

“ท่านไม่กล่าวโทษข้าก็ดีแล้ว ที่ข้ามาครั้งนี้เพราะอยากจะคัดลอก ‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ ต่อน่ะ”

หมิงซูรีบเอ่ยขึ้นมาทันที “เชิญเลยท่าน!”

ฉู่หลิวเยว่เดินขึ้นไปชั้นบนพลางเอ่ยถามว่า

“ร่างกายของผู้ดูแลรองดีขึ้นมาบ้างหรือยัง”

“ดีขึ้นมากแล้ว! คิดไม่ถึงว่าคุณหนูซั่งกวนจะยังนึกถึงเรื่องนี้ได้ด้วย?”

หมิงซูเอ่ยถามอย่างประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

ฝีเท้าของฉู่หลิวเยว่ชะงักไป สีหน้านางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

“เช่นนั้นมิรู้ว่าครั้งนี้ผู้ดูแลรองพอมีเวลามาพบข้าบ้างหรือไม่?”

“นี่… เกรงว่าจะไม่ได้ ท่านอาจยังไม่ทราบ ผู้ดูแลรองของเราไม่ได้กลับมานานมากแล้ว ที่กลับมาครั้งนี้เหตุผลหนึ่งก็เพื่อฟื้นฟูร่างกาย อีกเหตุผลหนึ่งคือบัญชีของร้านเจินเป่าเก๋อหลายปีมานี้ยังต้องให้เขาตรวจดูอย่างละเอียด คาดว่าคงมิมีเวลามาพบท่านไปสักระยะจริงๆ”

เขาเหลือบมองฉู่หลิวเยว่อย่างระมัดระวังรอบหนึ่ง

“คุณหนูซั่งกวนมีเรื่องด่วนหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

“เปล่าหรอก ในเมื่อผู้ดูแลรองไม่มีเวลา เช่นนั้นก็ช่างเถอะ ค่อยพบกันคราวหลังก็ไม่ต่าง”

พูดจบ นางก็หมุนกายเดินขึ้นไปชั้นสอง

ทั่วทั้งชั้นสองยังคงเงียบสงบอย่างเคย

หลังจากส่งมอบค่ายกลที่คัดลอกเสร็จเรียบร้อยให้แก่หมิงซู นางก็จากไปอย่างรวดเร็ว

เดิมทีนางคิดจะมุ่งหน้ากลับไปยังจวนของตนเลย ทว่าเมื่อเดินมาถึงครึ่งทาง จู่ๆ กลับรู้สึกว่ามีเงาร่างหนึ่งทะยานแวบผ่านไปบนกลางอากาศอย่างว่องไว

นางเหลือบสายตาขึ้นมอง ทันเห็นเพียงเห็นแผ่นหลังที่ดูคุ้นตาไม่น้อยเท่านั้น

“เสินสื่อลำดับเจ็ด?”

ดูจากทิศทางแล้ว คงกำลังมุ่งหน้าไปทางประตูสวรรค์

นางกะพริบตาปริบๆ จากนั้นก็รู้ตัวในทันทีว่าอาจมีคนมาอีก

ประตูสวรรค์จะเปิดลากยาวไปจนครบปี ในระยะนี้ ตราบใดที่ผู้ฝึกตนทั้งหมดจากอาณาจักรเสิ่นซวี่สามารถผ่านมหาสมุทรผืนนั้นแล้วข้ามสะพานมาได้ ทุกคนก็จะสามารถเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้

เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วตั้งแต่พวกนางมาที่นี่ จะมีผู้อื่นขึ้นมาบ้างก็เป็นเรื่องปกติ

ฉู่หลิวเยว่ทอดสายตามองไปทางนั้น ในใจพลันบังเกิดความใคร่รู้ขึ้นมาหลายส่วน

ไม่รู้ว่าคนที่มาครั้งนี้จะเป็นใคร

เพียงแต่จุดที่นางยืนอยู่ค่อนข้างไกลจากประตูสวรรค์ เห็นหน้าค่าตาของคนไม่ชัด ทำได้แค่มองเห็นว่าคนมาใหม่นั้นมีค่อนข้างมาก อย่างน้อยก็สักเจ็ดแปดคนได้

เมื่อจิ้นอวิ๋นไหลไปถึงประตูสวรรค์ ก็เริ่มทำการตรวจสอบทันที

ฉู่หลิวเยว่มองดูอยู่พักหนึ่ง เห็นว่าไม่รู้เพราะเหตุใดความเร็วของพวกเขาถึงดูช้าอยู่บ้าง เวลาล่วงเลยไปแล้วก็ยังไม่เข้ามา

นางเองก็รอจนเบื่อ จึงหมุนฝีเท้าหมายจะจากไป

ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินสุรเสียงหนึ่งดังแว่วมาจากฟากนั้นแต่ไกล

“โอ้ นั่นนายท่านเยว่ไม่ใช่หรือ?”

ฉู่หลิวเยว่ถึงกับชะงัก ก่อนจะเบนสายตามองไป

บุรุษผู้หนึ่งที่เพิ่งได้ข้ามประตูสวรรค์มากำลังหันมองมาทางนี้

ในตอนนั้นเอง เมื่อไม่มีแสงจากประตูสวรรค์คอยบดบัง นางก็เห็นรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนในที่สุด

“เจ้าคือใคร”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์