………………..
นางพลันบังเกิดความรู้สึกอับอายขึ้นมาอย่างหาได้ยาก
“นี่… ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะลุกลามใหญ่โตขนาดนี้จนลากร้านเจินเป่าเก๋อไปพัวพันด้วย”
หมิงซูมองนางด้วยสายตาแปลกพิกล
“คุณหนูซั่งกวนพูดถึงอันใดหรือ”
ฉู่หลิวเยว่กระแอมในลำคอคราหนึ่ง
“หากมิใช่เพราะข้าดึงดันจะไปเก็บกระวานเร้นมังกรที่เทือกเขาโอสถมาให้ได้ ก็คงไม่เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นในภายหลัง จนกระทบกับการค้าของเจินเป่าเก๋อ…”
“ไฮ่ ท่านพูดถึงเรื่องนี้หรอกหรือ?”
หมิงซูพลันเข้าใจในบัดดล ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
“ท่านไม่ต้องขอโทษขอโพยเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก อย่างใดเสียเดิมทีพวกเราร้านเจินเป่าเก๋อก็ไม่ได้เน้นค้าขายสมุนไพรเป็นหลักอยู่แล้ว ก็แค่มียอดขายน้อยลงเท่านั้น ไม่ว่าจะค่ายกลหรืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ กระทั่งอสูรศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มีสัดส่วนมากกว่าสมุนไพรพวกนี้อยู่มากโข!”
ฉู่หลิวเยว่พลันตกตะลึง
“…ความหมายของท่านก็คือ…”
“ฮี่ฮี่ ท่านลองคิดดูซี ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีเทือกเขาโอสถที่ซึ่งมีวัตถุดิบล้ำค่าจากสวรรค์เติบโตอยู่นับไม่ถ้วน แม้ก่อนหน้านี้เสินสื่อลำดับแปดจะออกกฎมามากมาย แต่เซียนหมอส่วนใหญ่ก็ยังเข้าไปเก็บสมุนไพรที่ตนต้องการได้ เหลือเพียงส่วนน้อยที่ต้องมาดำเนินการผ่านร้านเจินเป่าเก๋อของเรา ซึ่งก็คือเงินเล็กน้อยแค่นี้ไม่นับเป็นอันใดได้ ท่านไม่ต้องใส่ใจหรอก!”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
เจินเป่าเก๋อนี่ช่าง…
ร่ำรวยจนไม่สนผู้ใดจริง!
การค้าสมุนไพรมากมายปานนี้ บอกไม่ต้องก็คือไม่เอาแล้ว
นี่ถ้าเปลี่ยนเป็นซานซานล่ะก็ เกรงว่าคงร้องไห้โฮออกมาให้นางเห็นแล้ว
“ว่าแต่ท่านเถอะ ตอนนี้ชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มากจริงๆ!”
หมิงซูยกนิ้วโป้งให้นางพลางกล่าวชื่นชมออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ
“ทุกคนต่างพูดกันว่าเป็นเพราะคุณหนูซั่งกวนยืนกรานจะท้าประลองกับเหลียงเหอให้ได้ ถึงทำให้ท่านผู้นั้นตัดสินใจลงมือปราบเทวทูตลำดับแปดในที่สุด อีกทั้งยังยกเลิกกฎที่นางเคยตั้งไว้ทั้งหมดด้วย นับแต่นี้ไป ทุกคนล้วนเข้าออกเทือกเขาโอสถได้ตามใจชอบ ไม่รู้มีคนมากมายเท่าไรที่รู้สึกซาบซึ้งต่อท่านกันหนา!”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ท่านล้อข้าเล่นแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับข้าเลยจริงๆ”
นางก็แค่อยากเก็บกระวานเร้นมังกรไปสองสามต้นก็เท่านั้น
ส่วนเรื่องที่ตามมาทีหลัง… ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของนางแล้วจริงๆ
หมิงซูหัวเราะคิกคัก
“อย่างใดเสียไม่ว่าจะยังไง ต่อจากนี้สถานะของท่านในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่เหมือนเดิมแล้ว ยามพวกเขาเห็นท่าน ก็ต้องเอ่ยขอบคุณด้วยตัวเองอย่างเสียไม่ได้แล้ว!”
มุมปากของฉู่หลิวเยว่กระตุกน้อยๆ ไม่ได้เอาเรื่องนี้มาคิดใส่ใจอีก
คนพวกนั้นจะมีท่าทีต่อนางอย่างใด แท้จริงแล้วนางก็หาได้ใส่ใจมากนัก
“ท่านไม่กล่าวโทษข้าก็ดีแล้ว ที่ข้ามาครั้งนี้เพราะอยากจะคัดลอก ‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ ต่อน่ะ”
หมิงซูรีบเอ่ยขึ้นมาทันที “เชิญเลยท่าน!”
ฉู่หลิวเยว่เดินขึ้นไปชั้นบนพลางเอ่ยถามว่า
“ร่างกายของผู้ดูแลรองดีขึ้นมาบ้างหรือยัง”
“ดีขึ้นมากแล้ว! คิดไม่ถึงว่าคุณหนูซั่งกวนจะยังนึกถึงเรื่องนี้ได้ด้วย?”
หมิงซูเอ่ยถามอย่างประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
ฝีเท้าของฉู่หลิวเยว่ชะงักไป สีหน้านางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เช่นนั้นมิรู้ว่าครั้งนี้ผู้ดูแลรองพอมีเวลามาพบข้าบ้างหรือไม่?”
“นี่… เกรงว่าจะไม่ได้ ท่านอาจยังไม่ทราบ ผู้ดูแลรองของเราไม่ได้กลับมานานมากแล้ว ที่กลับมาครั้งนี้เหตุผลหนึ่งก็เพื่อฟื้นฟูร่างกาย อีกเหตุผลหนึ่งคือบัญชีของร้านเจินเป่าเก๋อหลายปีมานี้ยังต้องให้เขาตรวจดูอย่างละเอียด คาดว่าคงมิมีเวลามาพบท่านไปสักระยะจริงๆ”
เขาเหลือบมองฉู่หลิวเยว่อย่างระมัดระวังรอบหนึ่ง
“คุณหนูซั่งกวนมีเรื่องด่วนหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
“เปล่าหรอก ในเมื่อผู้ดูแลรองไม่มีเวลา เช่นนั้นก็ช่างเถอะ ค่อยพบกันคราวหลังก็ไม่ต่าง”
พูดจบ นางก็หมุนกายเดินขึ้นไปชั้นสอง
…
ทั่วทั้งชั้นสองยังคงเงียบสงบอย่างเคย
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...