………………..
สีหน้าของซูจิ้งพลันนิ่งอึ้งไป
“แต่ข้าไม่…”
นางพลันนึกอันใดออก สีหน้าจึงเปลี่ยนไปทันควัน
“หรือว่า… เป็นเพราะซั่งกวนเยว่ผู้นั้น? แต่ว่า… ต่อให้นางมีร้านเจินเป่าเก๋อคอยหนุนหลัง ก็ไม่น่าถึงขั้นทำเช่นนี้กระมัง?”
จวิ้นอวิ๋นไหลขมวดคิ้ว
ความจริงแล้วหลังจากที่เขารู้เรื่องนี้ เขาเองก็ขบคิดอยู่หลายต่อหลายครั้ง
เดาไปเดามา ทุกอย่างก็ล้วนชี้ไปที่ตัวคนผู้นั้น
แต่…
มิใช่ว่านางเพิ่งมาถึงตำหนักศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่นานหรอกหรือ
องค์เทพถึงกับออกหน้าด้วยตัวเองเพื่อคนเช่นนี้ผู้เดียว?
จะขบคิดเรื่องนี้อย่างใดก็ดูจะไม่ถูกต้อง
แต่นอกจากเหตุผลข้อนี้แล้วก็ดูจะไม่มีคำอธิบายอื่นใดอีก
“ดูท่าแล้วนางจะสำคัญต่อร้านเจินเป่าเก๋อมากกว่าที่พวกเราคาดไว้…”
จิ้นอวิ๋นไหลพลันชะงัก
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าไปหาเรื่องคนที่ร้านเจินเป่าเก๋อให้ท้ายมั่วซั่ว ตอนนี้เป็นอย่างใดเล่า?”
ยามถูกประณามต่อหน้าธารกำนัลจนอับอายขี้หน้านั้นไม่เท่าไร ที่สำคัญที่สุดก็คือ… ตำแหน่งเสินสื่อลำดับแปดของนางเองก็สั่นคลอนไปด้วย!
ซูจิ้งกัดริมฝีปากอย่างแรง พูดอันใดไม่ออกเลยสักคำ
ต่อให้ในใจนางจะไม่อยากยอมรับมากแค่ไหน นางก็รู้ดีว่าคราวนี้ตัวเองก่อหายนะไปเสียแล้ว อีกทั้ง… ยังมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะเป็นเพราะซั่งกวนเยว่ผู้นั้น!
“มิเช่นนั้น อย่าว่าแต่ข้า เสินสื่อลำดับหนึ่งก็ช่วยเจ้าไม่ได้”
ทั่วทั้งร่างของซูจิ้งสั่นเทิ้ม นางผงกศีรษะรับอย่าง
“…ขอบคุณเสินสื่อลำดับเจ็ดที่ชี้แนะ ข้าเข้าใจแล้ว”
…
เชียงหว่านโจวค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ชั่วพริบตา ในดวงตากระจ่างใสสดชื่น ราวกับมีไอเย็นเยียบปรากฏวาบผ่านในทันใด
เขาพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด
ไอเย็นที่ผนึกเอาไว้ภายในร่างถูกเขาแปรสภาพไปเป็นพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองแล้วจนหมดสิ้น
พลังอันอุดมสมบูรณ์ไหลเวียนไปตามแขนขาทั้งสี่อย่างคล่องแคล่ว ทุกจุดล้วนกักเก็บไว้ซึ่งพลังระเบิดอันน่าหวาดหวั่น
เขายกมือขึ้นพลางยื่นมันออกไปด้านหน้า
หึ่ง!
พื้นที่ว่างพลันสั่นไหว!
ริ้วคลื่นสายหนึ่งพลันแผ่กระจายออกไปทั้งสี่ทิศ!
ยามเขาแผ่ฝ่ามือออกจากกัน การกระเพื่อมไหวตรงหน้าพลันราบเรียบทันที
ความรู้สึกที่แผ่วเบาไปทั่วร่างเช่นนี้… ไม่ได้ประสบมาหลายปีแล้ว
เขาเหลือบสายตาขึ้นไปมองด้านหน้า
ไกลออกไปสุดสายตา มีตำหนักใหญ่หลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่
ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามจนมิอาจล่วงล้ำได้!
เขาหลับตาลง ยามลืมตาขึ้นมาอีกรอบ ทั้งสีหน้าและแววตาก็กลับมานิ่งสงบแล้ว
จากนั้น เขาก็เคลื่อนไหวร่างกาย เดินมายังใจกลางของสวนหย่อม ก่อนจะหยุดยืนนิ่งห่างจากฉู่หลิวเยว่ที่อยู่ตรงหน้าไปไม่กี่ก้าว
อายุเท่านี้ก็บุกทะลวงสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว ช่างหาได้ยากยิ่งโดยแท้
อีกอย่างสภาพร่างกายของเขาค่อนข้างพิเศษ ดังนั้นย่อมควรแก่การยินดีและปลาบปลื้มที่การบุกทะลวงครั้งนี้สำเร็จได้
เชียงหว่านโจวจ้องนางตาไม่กะพริบ ในแววตาราวกับมีกระแสคลื่นบางอย่างโหมซัด
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับตกใจ “เสี่ยวโจว เป็นอันใดไป?”
เชียงหว่านโจวหลุบตาลงน้อยๆ
“ขอบพระคุณ… นายท่าน”
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกว่าเขาดูแปลกไปอยู่หลายส่วน แต่ก็พูดไม่ออกว่าตรงไหนที่ผิดแผกจากเดิม

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...