เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2237

………………..

สีหน้าของซูจิ้งพลันนิ่งอึ้งไป

“แต่ข้าไม่…”

นางพลันนึกอันใดออก สีหน้าจึงเปลี่ยนไปทันควัน

“หรือว่า… เป็นเพราะซั่งกวนเยว่ผู้นั้น? แต่ว่า… ต่อให้นางมีร้านเจินเป่าเก๋อคอยหนุนหลัง ก็ไม่น่าถึงขั้นทำเช่นนี้กระมัง?”

จวิ้นอวิ๋นไหลขมวดคิ้ว

ความจริงแล้วหลังจากที่เขารู้เรื่องนี้ เขาเองก็ขบคิดอยู่หลายต่อหลายครั้ง

เดาไปเดามา ทุกอย่างก็ล้วนชี้ไปที่ตัวคนผู้นั้น

แต่…

มิใช่ว่านางเพิ่งมาถึงตำหนักศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่นานหรอกหรือ

องค์เทพถึงกับออกหน้าด้วยตัวเองเพื่อคนเช่นนี้ผู้เดียว?

จะขบคิดเรื่องนี้อย่างใดก็ดูจะไม่ถูกต้อง

แต่นอกจากเหตุผลข้อนี้แล้วก็ดูจะไม่มีคำอธิบายอื่นใดอีก

“ดูท่าแล้วนางจะสำคัญต่อร้านเจินเป่าเก๋อมากกว่าที่พวกเราคาดไว้…”

จิ้นอวิ๋นไหลพลันชะงัก

“ก่อนหน้านี้ข้าเคยเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าไปหาเรื่องคนที่ร้านเจินเป่าเก๋อให้ท้ายมั่วซั่ว ตอนนี้เป็นอย่างใดเล่า?”

ยามถูกประณามต่อหน้าธารกำนัลจนอับอายขี้หน้านั้นไม่เท่าไร ที่สำคัญที่สุดก็คือ… ตำแหน่งเสินสื่อลำดับแปดของนางเองก็สั่นคลอนไปด้วย!

ซูจิ้งกัดริมฝีปากอย่างแรง พูดอันใดไม่ออกเลยสักคำ

ต่อให้ในใจนางจะไม่อยากยอมรับมากแค่ไหน นางก็รู้ดีว่าคราวนี้ตัวเองก่อหายนะไปเสียแล้ว อีกทั้ง… ยังมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะเป็นเพราะซั่งกวนเยว่ผู้นั้น!

“มิเช่นนั้น อย่าว่าแต่ข้า เสินสื่อลำดับหนึ่งก็ช่วยเจ้าไม่ได้”

ทั่วทั้งร่างของซูจิ้งสั่นเทิ้ม นางผงกศีรษะรับอย่าง

“…ขอบคุณเสินสื่อลำดับเจ็ดที่ชี้แนะ ข้าเข้าใจแล้ว”

เชียงหว่านโจวค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ชั่วพริบตา ในดวงตากระจ่างใสสดชื่น ราวกับมีไอเย็นเยียบปรากฏวาบผ่านในทันใด

เขาพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด

ไอเย็นที่ผนึกเอาไว้ภายในร่างถูกเขาแปรสภาพไปเป็นพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองแล้วจนหมดสิ้น

พลังอันอุดมสมบูรณ์ไหลเวียนไปตามแขนขาทั้งสี่อย่างคล่องแคล่ว ทุกจุดล้วนกักเก็บไว้ซึ่งพลังระเบิดอันน่าหวาดหวั่น

เขายกมือขึ้นพลางยื่นมันออกไปด้านหน้า

หึ่ง!

พื้นที่ว่างพลันสั่นไหว!

ริ้วคลื่นสายหนึ่งพลันแผ่กระจายออกไปทั้งสี่ทิศ!

ยามเขาแผ่ฝ่ามือออกจากกัน การกระเพื่อมไหวตรงหน้าพลันราบเรียบทันที

ความรู้สึกที่แผ่วเบาไปทั่วร่างเช่นนี้… ไม่ได้ประสบมาหลายปีแล้ว

เขาเหลือบสายตาขึ้นไปมองด้านหน้า

ไกลออกไปสุดสายตา มีตำหนักใหญ่หลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่

ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามจนมิอาจล่วงล้ำได้!

เขาหลับตาลง ยามลืมตาขึ้นมาอีกรอบ ทั้งสีหน้าและแววตาก็กลับมานิ่งสงบแล้ว

จากนั้น เขาก็เคลื่อนไหวร่างกาย เดินมายังใจกลางของสวนหย่อม ก่อนจะหยุดยืนนิ่งห่างจากฉู่หลิวเยว่ที่อยู่ตรงหน้าไปไม่กี่ก้าว

อายุเท่านี้ก็บุกทะลวงสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว ช่างหาได้ยากยิ่งโดยแท้

อีกอย่างสภาพร่างกายของเขาค่อนข้างพิเศษ ดังนั้นย่อมควรแก่การยินดีและปลาบปลื้มที่การบุกทะลวงครั้งนี้สำเร็จได้

เชียงหว่านโจวจ้องนางตาไม่กะพริบ ในแววตาราวกับมีกระแสคลื่นบางอย่างโหมซัด

ฉู่หลิวเยว่ถึงกับตกใจ “เสี่ยวโจว เป็นอันใดไป?”

เชียงหว่านโจวหลุบตาลงน้อยๆ

“ขอบพระคุณ… นายท่าน”

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกว่าเขาดูแปลกไปอยู่หลายส่วน แต่ก็พูดไม่ออกว่าตรงไหนที่ผิดแผกจากเดิม

“ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ลงผนึกให้เจ้า”

เชียงหว่านโจวหลุบตาลง ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา

“ช่างเถอะ อย่างใดเสียตอนนี้ก็ดีแล้ว หาไม่เจอก็ไม่เป็นไร”

ฉู่หลิวเยว่กล่าว

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเมื่อกี่ปีก่อน ตัวเชียงหว่านโจวเองยังจำไม่ได้ก็ยิ่งพูดยากกันไปใหญ่

เชียงหว่านโจวผงกศีรษะหงึกหงัก

“ข้าเชื่อฟังนายท่านทุกอย่าง”

บัดนี้ในใจฉู่หลิวเยว่นับว่าวางเรื่องหนึ่งลงได้แล้ว หลังจากพูดคุยต่ออีกสองสามประโยค ก็ตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่ร้านเจินเป่าเก๋อ

นางยังคัดลอก “ภาพทมิฬสิ้นอัคคี” ไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ

อีกอย่าง นางเองก็อยากไปลองดูว่าจะหาโอกาสพบกับผู้ดูแลรองของร้านเจินเป่าเก๋อได้หรือไม่

ยามฉู่หลิวเยว่มาถึงร้านเจินเป่าเก๋อก็แทบไม่มีใครอยู่แล้ว

ฟากหมิงซูนั้นกำลังจัดแจงสมุนไพรบนชั้นวางสินค้าอยู่

“ใต้เท้าหมิง”

ได้ยินสุ้มเสียงนี้ หมิงซูหันศีรษะกลับไปมองขวับ ครั้นพบว่าเป็นฉู่หลิวเยว่ก็รีบส่งยิ้มให้

“โอ้ คุณหนูซั่งกวน เหตุใดวันนี้ถึงได้แวะเวียนมากันเล่า?”

ฉู่หลิวเยว่กวาดตามองรอบๆ คราหนึ่ง

“มีเวลาว่างจึงแวะมา ว่าแต่เหตุใดในร้านท่าน… ถึงได้ร้างคนเช่นนี้?”

หมิงซูหัวเราะร่า

“ตอนนี้ยอดเทือกโอสถสามารถเข้าออกได้ตามใจแล้ว พวกเขาอยากได้สมุนไพรอันใดก็ไปเก็บเอาเองได้ คนที่มาย่อมลดน้อยลงมาก”

หางคิ้วของฉู่หลิวเยว่กระตุกกึก

เรื่องนี้… เหมือนจะเป็นเพราะนางอย่างใดอย่างนั้น?

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์