ซือเย่จือคิดเอาไว้แล้วว่าซือถิงต้องปฏิเสธ ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจและโน้มน้าวอย่างอดทน
“ซือถิง พ่อรู้ว่าเจ้ากับซือหยางติดต่อกับฉู่หลิวเยว่อยู่ตลอด เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับเจ้าแน่นอน เจ้า…”
“ท่านพ่อ ซือถิงรับคำสั่งนี้ไม่ได้” น้อยครั้งที่ซือถิงจะขัดคำพูดของซือเย่จือ
ซือเย่จือตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าซือถิงต่อต้านเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
“แต่ครั้งนี้ไม่เพียงแค่หรงเจินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจักรพรรดินีและหรงจิ้นด้วย! อย่างไรเสียจักรพรรดินีก็เป็นคนของตระกูลซือ หากเกิดอันใดขึ้นกับพวกเขา มันจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับตระกูลซือ”
ซือถิงเหลือบมองซือเย่จือ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างใจเย็น
“หรงเจินเป็นถึงองค์หญิงสี่ หากหายตัวไปก็ควรจะแจ้งฝ่าบาททันทีและขอให้ราชองครักษ์ออกตามหาจักรพรรดินีจะแอบส่งเรื่องนี้ให้ตระกูลซืออย่างลับๆ ได้อย่างไร อีกอย่าง ฉู่หลิวเยว่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเรื่องนี้หรือขอรับ”
เขาจำได้ว่าหรงเจินและฉู่หลิวเยว่เคยมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน จะมีก็แค่ครั้งที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงวันเกิดขององค์รัชทายาทหรงจิ้นเท่านั้น
ตอนนั้นหรงเจินจงใจทำให้ฉู่หลิวเยว่อับอายต่อหน้าทุกคน แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฉู่หลิวเยว่จัดการไปแล้ว
หรงเจินอาจจะไม่พอใจฉู่หลิวเยว่ตั้งแต่ตอนนั้นก็เป็นได้
ตามลักษณะนิสัยของนางแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่หลังจากเกิดเรื่องราวในครั้งนั้นนางก็แอบไปทำร้ายฉู่หลิวเยว่บ่อยๆ
แต่ตอนนี้นางหายไป แล้วเกี่ยวอันใดกับฉู่หลิวเยว่ล่ะ
ซือเย่จือพูดไม่ออก
เขาไม่สามารถบอกเรื่องที่เมิ้งเหล่ายังมีชีวิตอยู่ให้ซือถิงฟังได้ แต่ซือถิงเป็นคนดื้อรั้น หากตัดสินใจที่จะล้วงลึกลงไปแล้วล่ะก็…
“เรื่องพวกนี้ซับซ้อนมากเกินกว่าที่จะอธิบายได้ในตอนนี้ ถึงอย่างไรมันก็เป็นเรื่องของตระกูลซือ เจ้าแค่ไปถามดูจะเป็นอันใดไป” ซือเย่จือรู้สึกปวดหัวกับเรื่องดังกล่าว “ขอเพียงห้ามให้ฉู่หลิวเยว่รู้ว่าเจ้ากำลังถามเรื่องที่เกี่ยวกับหรงเจินก็พอ . . . ”
“นางต้องรู้แน่นอนอยู่แล้ว”
ซือถิงกล่าวอย่างมั่นใจ
ฉู่หลิวเยว่ฉลาดกว่าที่คิด และหลายครั้งก็เดาไม่ออกว่านางคิดอันใดอยู่
“ท่านพ่อ ข้าเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับฉู่หลิวเยว่มาสองสามเดือนแล้ว และข้าก็รู้เรื่องของนางมาบ้าง ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนางจริงๆ นางจะตื่นตัวทันทีที่ข้าพูด ในทางกลับกัน ถ้ามันไม่สำคัญจริงๆ การซักถามอย่างกะทันหันดังกล่าวต้องกระตุ้นความสงสัยของนางอย่างแน่นอน”
ดังนั้นการพยายามค้นหาข่าวจากฉู่หลิวเยว่นั้นจึงไม่มีประโยชน์
ซือเย่จือเอนหลังพิงเก้าอี้พลางครุ่นคิด
เขารู้ว่าสิ่งที่ซือถิงพูดนั้นก็มีเหตุผล
แต่จะทำอย่างไรได้?
เปลี่ยนคนหรือ เขาไม่วางใจจริงๆ
ซือถิงมองมาที่เขา ดวงตาของเขาเคร่งขรึม
“ท่านพ่อ ฉู่หลิวเยว่ได้รับเลือกจากรองแม่ทัพมู่ ท่านจะเอาทั้งตระกูลซือไปเสี่ยงเพื่อเห็นแก่จักรพรรดินีและองค์รัชทายาทจริงๆ หรือ”
ซือเย่จือนิ่งไป!
…
มู่ชิงเห่อกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน
ปีศาจแดงยืนเบื่อที่หน้าต่าง มันหวีขนของมันเป็นครั้งคราว
บาดแผลจากการต่อสู้ครั้งก่อนหายดีแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ามันยังคงส่งผลต่อภาพลักษณ์ ดังนั้นมันจึงอยู่นิ่งๆ และคิดว่าจะออกไปหลังจากที่มันหายดีแล้ว
“ล้มเหลวเพื่อเพิ่มประสบการณ์ ข้าสอนคำนี้กับเจ้ามาหลายคราแล้ว เจ้าก็ไม่ฟัง สุดท้ายเจ้าก็ต้องทนทุกข์ทรมานเอง”
มู่ชิงเห่อค่อยๆ เหลือบมองปีศาจแดง และรินชาให้ตัวเอง
เมื่อปีศาจแดงได้ยินคำนั้น มันก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน
มู่ชิงเห่อมองไปที่ควันสีขาวที่ลอยขึ้นมา สีหน้าของเขาไร้ความรู้สึก
“ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับเจ็ด เจ้าก็กล้าที่จะต่อสู้กับอสูรร้ายศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือ”
ปีศาจแดงตัวแข็งทื่อ ตั้งแต่ต้นจนจบที่มู่ชิงเห่อเอ่ยมานั้นมันไม่ขยับตัวเลยสักนิด!
มู่ชิงเห่อรู้ได้อย่างไร?
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของมัน มู่ชิงเห่อก็หรี่ตาลง
“ดูแล้วต้องใช่แน่ๆ” ถูกหลอกแล้ว!
ปีศาจแดงเมื่อเข้าใจก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
สิ่งที่มู่ชิงเห่อเอ่ยออกมาเป็นเพียงการคาดเดาของเขาเพื่อหลอกปีศาจแดงเท่านั้น!
ปีศาจแดงจ้องไปที่มู่ชิงเห่ออย่างโกรธเคือง
ทุกครั้งที่สิ่งนี้เกิดขึ้น มันจะทรยศต่อนายของไม่ช้าก็เร็วเสมอ!
มู่ชิงเห่อหยิบแก้วน้ำชาขึ้นมาและค่อยๆ ถูมันในมือของเขา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...