เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1726

………………..

หรงซิวมีสีหน้าเย็นชา จากนั้นก็รีบคว้ามือของนางเอาไว้อย่างรวดเร็ว!

เงาร่างของเขาก็หายตัวไปอย่างพร้อมเพรียง!

ความว่างเปล่าที่พังทลายถูกความดำมืดเข้มข้นเข้าปกคลุมอย่างรวดเร็ว พร้อมซ่อนร่องรอยของพวกเขาอย่างมิดชิด!

“นางหนูเยว่เออร์!”

“อาเยว่!”

ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ

แต่อย่างใดก็ตามทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก พวกเขายังไม่ทันได้ตอบสนอง คนก็ได้หายไปแล้ว!

หนานซู่ไหวขมวดคิ้วแน่นเป็นปม ต้องการจะฉีกมิติอีกครั้งเพื่อติดตามพวกเขาไป!

ซั่งกวนจิ้งยื่นมือออกมาขวางเขาไว้

“ไม่มีประโยชน์ มิติในที่แห่งนี้เกิดการสั่นสะเทือน รอยแยกแต่ละรอยมีทิศทางที่แตกต่างกัน ต่อให้จะฉีกมิติในพื้นที่ตำแหน่งเดียวกัน ก็ไม่สามารถเดินทางไปที่แห่งเดียวกับพวกเขาได้”

ซั่งกวนจิ้งเคยมาที่แห่งนี้มาก่อน นับว่าเป็นคนที่คุ้นเคยกับอาณาจักรเสิ่นซวี่มากที่สุดในกลุ่มบุคคลที่อยู่ที่นี่

หากแม้กระทั่งเขายังพูดเช่นนี้ นั่นก็หมายความว่าไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้จริงๆ

“เช่นนั้นจะทำอย่างใดดี?”

หนานซู่ไหวรู้สึกร้อนรนเป็นอย่างมาก

คนผู้นี้เพิ่งออกมาจากภายในภำแพงที่เต็มไปด้วยอันตราย ยังพูดคุยกันไม่ได้สองประโยคเลย นางกลับตกลงไปในมิติที่ว่างเปล่าอีกแล้ว จนตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ในที่แห่งใด

ใต้หล้ากว้างใหญ่ แล้วเช่นนี้จะตามหาได้อย่างใด?

ซั่งกวนจิ้งขมวดคิ้วขึ้นและจมดิ่งอยู่ในความคิด

“ความจริงแล้วเรื่องเช่นนี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก…”

“ข้าเดาว่า นางหนูเยว่เออร์น่าจะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นยังมีหรงซิวอยู่ เพียงแต่ว่า…การที่จะตามหาพวกเขาได้ตอนนี้ เกรงว่าจะเป็นเรื่องยากแล้ว”

คำพูดเหล่านี้ทำให้ทุกคนเงียบเสียงลง

บุพกาลชายแดนเหนือ!

นั่นเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างมากอีกทั้งยังห่างจากที่นี่เป็นหมื่นลี้!

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญที่สุด

สำหรับพวกเขาเหล่านี้ ต่อให้เป็นบุพกาลชายแดนเหนือ หรือสถานที่ที่อันตรายมากกว่านี้ใช่ว่าพวกเขาจะไปไม่ได้

แต่ปัญหาในตอนนี้คือ…พวกเขาต้องระบุตำแหน่งที่แน่นอนของฉู่หลิวเยว่และหรงซิวก่อน!

อาณาจักรเสิ่นซวี่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ใครจะรู้เล่าว่าพวกเขาจะถูกส่งไปที่ใด?

ท่ามกลางความเงียบงันแทบจะทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องไห้เสียงหนึ่งดังขึ้น

“ฮือ! อาเยว่หายไปแล้ว! ฮือ! อาเยว่!”

คนที่ร้องไห้ก็คือ ถวนจื่อ

ซั่งกวนจิ้งและคนอื่นๆ มองหน้ากันไปมา

เรื่องเมื่อครู่นี้มันเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน มีเพียงแค่หรงซิวที่มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็วที่สุด และติดตามไปได้

เนื่องจากถวนจื่ออยู่ในอ้อมแขนของอี้เจา จึงไม่สามารถติดตามไปได้ในทันที ทำให้ถูกทิ้งอยู่ที่นี่

เมื่อเห็นว่าถวนจื่อร้องไห้ อี้เจาก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาในทันที ก่อนจะรีบยกมือเช็ดน้ำตาให้กับถวน

จื่อด้วยความระมัดระวัง

ฝ่ามือของเขาทั้งใหญ่และหยาบกระด้าง มือของเขานั้นใหญ่กว่าใบหน้าของถวนจื่อเสียอีก

การกระทำเหล่านี้ดูงุ่มง่ามอย่างชัดเจน

“ถวนจื่อ อย่าร้อง ไม่ต้องร้องไห้นะ…”

อี้เจาก็เป็นกังวลมากเช่นกัน

หากใครทำไม่ดี อี้เจาก็จะตำหนิ เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มความกดดันให้กับพวกเขาได้อย่างมหาศาลแล้ว

โดยสรุปแล้วไม่มีใครกล้าทำตัวกำเริบเสิบสานต่อหน้าอี้เจาเลย

แต่ถวนจื่อนั้นแตกต่างออกไป

ด้านหนึ่งก็เป็นเพราะนางไม่ได้เติบโตภายในภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง ซึ่งนางก็ไม่เคยเห็นอี้เจามีท่าทางเคร่งขรึมและแข็งแกร่งมาก่อน

ส่วนอีกด้านหนึ่ง…นางติดตามฉู่หลิวเยว่มานาน ดังนั้นจึงมีนิสัยตามใจและเย่อหยิ่ง เดิมทีนางไม่กลัวว่าอี้เจาจะโกรธเลย

…หากนางกลัว ก่อนหน้านี้นางคงไม่ไปเผชิญหน้ากับพวกเขาที่ตำหนักศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงหรอก

ดังนั้นเมื่อถวนจื่อเริ่มร้องไห้อย่างปวดใจขึ้นมา

อี้เจาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา

ถวนจื่อกำหมัดกรอด

“ข้าจะลองหาต่อไป ข้าต้องหาอาเยว่เจอแน่นอน!”

ขอเพียงแค่ฉู่หลิวเยว่ไปถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง นางก็จะสามารถหาเจอได้อย่างรวดเร็ว!

เมื่อถวนจื่อตัดสินใจเช่นนี้ก็ไม่มีใครคัดค้าน

อี้เจาวางถวนจื่อลง เพื่อให้นางจดจ่ออยู่กับการค้นหาลมปราณของฉู่หลิวเยว่

ถวนจื่อนั่งขัดสมาธิ จากนั้นก็หลับตาลงอีกครั้ง

คนอื่นๆ ที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นก็เงียบเสียงและกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว ความเงียบเข้าปกคลุม พวกเขารอคำตอบจากถวนจื่อด้วยความอดทน

อีกด้านหนึ่ง ฉู่หลิวเยว่ที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าใต้ฝ่าเท้าของนางนั้นมีเพียงความว่างเปล่า ร่างกายไหลไปตามทิศทางที่ไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้นนางก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีฝ่ามืออันอบอุ่นกำลังกุมข้อมือของนางเอาไว้จนแน่น

ทันใดนั้นรอบข้างก็ตกอยู่ท่ามกลางความมืดมิด!

แต่นางกลับถูกฝ่ามือนั้นดึงเข้าหาตัวและตกอยู่ในอ้อมกอดที่คุ้นเคย

กลิ่นน้ำหอมเย็นจางๆ ปะทะเข้าที่จมูกของนางทันที ทำให้ฉู่หลิวเยว่รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก

“หรงซิว?”

หรงซิวตอบรับเสียงต่ำ น้ำเสียงของเขาทุ้มกว่าเดิมหลายส่วน มืออีกข้างหนึ่งก็โอบรอบเอวบางของนางเอาไว้ พร้อมกระชับคนในอ้อมกอดเอาไว้จนแน่น

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกประหลาดใจไปครู่หนึ่ง

การเคลื่อนไหวของหรงซิวเร็วขึ้นกว่าเดิมไม่น้อยเลย…

และลมปราณบนร่างกายของเขา…

เมื่อครู่นี้นางยังไม่ทันได้สังเกตเขาอย่างละเอียด แต่ในตอนนี้ได้มาอยู่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ นางจึงรู้สึกว่าบนตัวของเขานั้นมีอันใดเปลี่ยนแปลงไป

นางเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยแล้วถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจว่า

“เจ้า…ตามมาทันได้อย่างใด? เจ้า…ทะลวงด่านแล้วหรือ?”

หรงซิวก้มศีรษะลง พร้อมบีบเอวของนางเบาๆ จากนั้นเขาก็ตามหาริมฝีปากหวานหอมและอ่อนนุ่มท่ามกลางความมืดได้อย่างง่ายดาย

รอยยิ้มอันคลุมเครือก็จางหายไป

“…เรื่องไล่ตามเจ้า เป็นเรื่องที่ข้าถนัดมากที่สุด และหลงใหลมากที่สุดเช่นกัน”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์