เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1729

………………..

หินตกลงน้ำก้อนเดียวทำให้เกิดระลอกคลื่นนับพัน!

สีหน้าของทุกผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว!

ชื่อของหรงซิวนั้น ส่วนใหญ่พวกเขาก็เคยได้ยินมาแล้ว

แต่ประเด็นสำคัญเลยก็คือ แม่นางคนนั้นที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา คาดไม่ถึงว่าจะเป็นซั่งกวนเยว่!

ก่อนหน้านี้ ภายในเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ชื่อเสียงเรียงนามนี้โด่งดังกว่าหรงซิวเป็นอย่างมาก

“ซั่งกวนเยว่? คนที่อยู่ในสำนักหลิงเซียวคนนั้นน่ะหรือ?”

“นางนั่นแหละ! ได้ยินมาว่าซั่งกวนจิ้งคือบรรพบุรุษของนาง ในปีนั้นหลังจากซั่งกวนจิ้งขโมยโครงกระดูกชิ้นนั้นของเผ่าเราไป ตอนนี้โครงกระดูกชิ้นนั้นก็ยังอยู่กับซั่งกวนเยว่! ก่อนหน้านี้ที่ผู้อาวุโสโหมวเหยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็เพราะนาง!”

“นี่มัน…ดูเหมือนว่านางจะอยู่ในระดับเทพขั้นสูงเท่านั้นไม่ใช่หรือ? ฝีมือของผู้อาวุโสโหมวเหยาแข็งแกร่งปานนั้นเหตุใดถึงตกเป็นรองนางได้ล่ะ?”

“ชู่ว! เบาเสียงหน่อย! ไม่เห็นหรืออย่างใดว่าสีหน้าของผู้อาวุโสโหมวเหยาย่ำแย่มากแค่ไหนแล้ว?”

“…แต่ข้าก็พูดความจริงนี่นา ข้าสงสัยซั่งกวนเยว่ผู้นั้นแข็งแกร่งตรงที่ใดกัน?”

“แข็งแกร่งตรงที่ใด…หึ วันนี้นางมาที่เกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเอง ความกล้าขนาดนี้คนธรรมดาทั่วไปจะมีได้หรือ?”

“จะว่าไปแล้วก็จริง! แต่ว่าที่นางมาในครั้งนี้ เกรงว่าผู้อาวุโสโหมวเหยาคงไม่ปล่อยนางไปง่ายๆ แน่นอน?”

ทุกคนซุบซิบกันขึ้นมา

แม้ว่าพวกเขาจะกดเสียงต่ำ แต่บุคคลภายในที่แห่งนี้ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่ง แล้วจะไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้ได้อย่างใด?

โหมวเหยากำหมัดกรอด บนหน้าผากมีเส้นเลือดสีเขียวปูดโปน

คำพูดเหล่านี้ช่างไม่น่าฟังเสียจริง!

หากเป็นก่อนหน้านี้ ต่อให้พวกเขาคิดเรื่องเหล่านี้ในใจ ก็ไม่มีทางกล้าพูดออกมาต่อหน้าเขาเช่นนี้เด็ดขาด

แต่ในตอนนี้นั้นไม่เหมือนกันแล้ว

คนเหล่านี้ดูถูกดูแคลนเขาได้ในทันที

โหมวเหยารู้สึกโมโหจนทนไม่ได้ สุดท้ายเขาก็โทษว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของแม่นางคนนั้น!

หากไม่ใช่เพราะนาง เขาจะมาตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างใด!

ความทุกข์ทรมานทั้งหมด ซั่งกวนเยว่จะต้องรับกลับคืนเป็นร้อยเท่าพันเท่า!

เมื่อเห็นแววตาแห่งความเคียดแค้นชิงชังที่ปิดไม่มิดของโหมวเหยา เดิมทีฉู่หลิวเยว่ก็รู้สึกตื่นตระหนกมากพออยู่แล้ว กลับผ่อนคลายลงมากอย่างไม่สามารถอธิบายได้

…ไม่ว่าอย่างใดก็ตามนางได้ล่วงเกินไท่ซวีเฟิ่งหลงไปแล้ว

จะตื่นตระหนกไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด?

ถ้าเช่นนั้นก็สู้เผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างสงบจะดีกว่า ดูสิว่าพวกเขาจะทำอย่างใดได้อีก!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ความกดดันที่อยู่ภายในใจของฉู่หลิวเยว่ก็ลดลงไปอย่างมาก

ริมฝีปากแดงของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็พูดกับโหมวเหยาด้วยรอยยิ้มว่า

“ผู้อาวุโสโหมวเหยา ไม่เจอกันนานเลยนะเจ้าคะ คิดไม่ถึงว่าท่านจะจดจำผู้เยาว์ได้ด้วย”

โหมวเหยาโกรธมากจนแทบจะหายใจไม่ออก

พูดแบบนี้มันหมายความว่าอย่างใดกัน?

นางทำร้ายเขาจนมีสภาพเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ไม่มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อถึงตอนนี้คาดไม่ถึงว่านางจะยังพูดเช่นนี้ออกมาได้!

เขาหัวเราะเสียงเย็นหนึ่งเสียง แล้วกัดฟันกรอด คำพูดแต่ละคำเหมือนเล็ดลอดออกมาจากซอกฟัน ทั้งนี้ยังแฝงด้วยความเคียดแค้นอย่างสุดซึ้ง

“ผู้เฒ่าอย่างข้าไม่เพียงจดจำเจ้าได้ แต่ข้ายังจดจำการกระทำทุกสิ่งอย่างของเจ้าได้อย่างชัดเจน!”

กล่าวในอีกนัยหนึ่งหมายความว่า บัญชีความแค้นของนางกับเขา เขาไม่มีทางลืมเลือน!

มุมปากของฉู่หลิวเยว่กดยิ้มลึกขึ้น ทำราวกับว่านางฟังความหมายแฝงที่อยู่ในนั้นไม่ออก

“เช่นนั้นก็คงทำให้ท่านเป็นห่วงแล้ว!”

“ซั่งกวนเยว่! เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!”

ฉู่หลิวเยว่ยังไม่ทันได้พูดอันใดออกมา แต่ก็มีเสียงอันน่าเกรงขามและราบเรียบดังขึ้นจากข้างกายของเขา

“โหมวเหยา”

เมื่อได้ยินดังนั้น โหมวเหยาก็หน้าเปลี่ยนสีไปในทันที ในที่สุดเขาก็กัดฟันกรอดแล้วนั่งลงที่เดิม

เพียงแต่ดวงตาคู่นั้นยังคงจับจ้องไปที่ฉู่หลิวเยว่ตาเขม็งเช่นเดิม

หากสายตาของเขาสามารถกลายเป็นมีดได้ เกรงว่าฉู่หลิวเยว่จะถูกเขาลงทัณฑ์ด้วยทัณฑ์เลาะกระดูกไปแล้ว

ทั้งสองคนแตกต่างกันอย่างมาก

อี้เจาเคร่งขรึมเย็นชา ความเย่อหยิ่งถูกฝังอยู่ในกระดูก

ส่วนโหมวหยาง…มีสีหน้าอ่อนโยน ท่าทางพูดคุยง่ายกว่าอี้เจามาก

เมื่อได้ยินหรงซิวพูดเช่นนั้น เขาก็พูดออกมาพร้อมรอยยิ้มว่า

“ทุกคนล้วนพูดว่าโอรสสวรรค์แห่งพระราชวังเมฆาสวรรค์มีพรสวรรค์โดดเด่น ใบหน้างดงาม เมื่อได้เห็นวันนี้ ก็เหมือนว่าจะไม่ธรรมดาจริงๆ”

คำพูดล้วนเต็มไปด้วยความเกรงใจ ท่าทีสงบนิ่งอย่างมาก

ในใจของฉู่หลิวเยว่ลอบขมวดคิ้วขึ้นแน่นเป็นปม

แม้ว่าจะไม่สามารถอธิบายรายละเอียดออกได้ แต่นางก็รู้สึกว่าโหมวหยางผู้นี้มีบางอย่างผิดปกติไป

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นประมุขแห่งเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลง ฐานะสูงส่ง อยู่บนยอดสูง เหตุใดจะต้องมาเกรงใจพวกเขาเช่นนี้ด้วย?

อีกทั้งการเกรงใจแบบนี้ก็เหมือนกับตอนที่หนานอีฝานเกรงใจหรงซิว เพียงแต่ความหวาดกลัวและหวาดระแวงนั้นแตกต่างออกไป

ดูแล้วเหมือนกับว่าโหมวหยางกับหรงซิวเพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกจริงๆ

เช่นนั้นท่าทางของเขาเช่นนี้ ก็ยิ่งดูแปลกประหลาดมากยิ่งขึ้น

“ผู้นี้คือ…ซั่งกวนเยว่หรือ?”

สายตาของโหมวหยางหันมามองทางฉู่หลิวเยว่

แววตาคมกริบชัดเจน ราวกับสามารถมองทุกอย่างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แต่…กลับไม่ได้ทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายเลย

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกระแวดระวังมากยิ่งขึ้น

โหมวหยางผู้นี้…ไม่ธรรมดาเลย!

เขาไม่ได้มีความอ่อนโยนอย่างที่ตาเห็นแน่นอน!

ความคิดนี้ก็ปรากฏขึ้นภายในสมองของนางอย่างรวดเร็ว แต่นางไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกไป

“ผู้เยาว์ซั่งกวนเยว่ คารวะประมุขโหมวหยาง”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์