เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1731

………………..

ทันทีที่สิ้นเสียง โหมวเหยาก็หัวเราะเสียงเย็นออกมา

“จะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว? อาศัยแค่พวกเจ้าน่ะหรือ? ช่างใจกล้านัก! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย เพียงแค่แผ่นจานหยกอย่างเดียว ตอนนี้พวกเจ้าจะสามารถหาอันใดที่มีลักษณะเหมือนกันมาทดแทนกันได้หรือ? แล้วยังทำให้งานหมื่นคีรีล่าช้า ความผิดนี้ เจ้าจะรับผิดชอบมันได้อย่างใด?”

หรงซิวเหลือบสายตามองเขาเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ

“ข้าหรงซิว พูดได้ก็สามารถทำได้แน่นอน ในเรื่องนี้เกรงว่าไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นเป็นห่วง”

โหมวเหยารู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา เพลิงโกรธปะทุขึ้นอย่างรุนแรงมากกว่าเดิม

หรงซิวผู้นี้…เป็นคนที่ยากจะยั่วยุ!

เมื่อทั้งสองคนนี้อยู่ด้วยกัน ก็ทำให้คนอื่นรู้สึกโมโหจนเป็นบ้าได้!

โหมวหยางส่งสายตาให้กับโหมวเหยา

“โหมวเหยา เจ้าอย่าเพิ่งใจร้อน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีหนทางจริงๆ”

โหมวเหยาไม่กล้าโต้เถียงคำพูดของเขา เพียงแต่แค่นหัวเราะเสียงเย็นหนึ่งเสียง จากนั้นก็กลืนคำพูดที่เหลือทั้งหมดลงคอ

โหมวหยางเงยหน้าหันไปมองทางหรงซิวกับฉู่หลิวเยว่พร้อมกวาดสายตามองพวกเขาทั้งสองคนอย่างแผ่วเบาแต่แสดงความหมายไม่ชัดเจน

“ความจริงแล้วพวกเขาก็ไม่ต้องการทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่ ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้เป็นผลดีแก่พวกเราทั้งสองฝ่าย เอาอย่างนี้ถ้าหากพวกเจ้ามีวิธีซ่อมแซมแผ่นจานหยกนั้นให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิมภายในเวลาครึ่งชั่วยาม ข้าก็จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป เป็นอย่างใด?”

ทันทีที่สิ้นเสียงนั้นภายในจัตุรัสขนาดใหญ่ก็เงียบเสียงลง

สายตาของคนจำนวนนับไม่ถ้วนจับต้องมาที่เงาร่างของคนทั้งสองที่อยู่กลางจัตุรัส

อยากรู้อยากเห็น สงสัย ประชดเสียดสี…

ทุกคนมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป แต่จนท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังคงรอคอยเรื่องราวน่าสนุก

เพราะพวกเขารู้เป็นอย่างดีว่า…บนโลกใบนี้ ไม่มีใครสามารถทำภารกิจนี้ได้สำเร็จภายในเวลาครึ่งชั่วยามแน่นอน!

“ประมุขโหมวหยางพูดจริงหรือไม่?”

หรงซิวเมินเฉยกับสายตารอบข้างทั้งหมด พร้อมถามขึ้นเสียงเรียบ

โหมวหยางพยักหน้า

“แน่นอนอยู่แล้ว”

เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก สิ่งที่เขาพูดออกมาแต่ละคำล้วนผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว

มุมปากของหรงซิวยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

“ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้น…ขอเชิญท่านและทุกคนรอสักครึ่งชั่วยามนะขอรับ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็หันหน้ามองกันไปมา

หรงซิวหมายความว่าอย่างใด?

หรือว่าเขาจะสามารถทำได้จริงๆ ภายในเวลาครึ่งชั่วยามจะสามารถซ่อมแซมแผ่นจานหยกให้อยู่ในสภาพเดิมได้อย่างใด?

นี่เขามั่นใจในตัวเองถึงระดับใดกัน!

ฉู่หลิวเยว่สาวเท้าก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว แล้วกุมมือของเขาไว้

หรงซิวหันหน้ากลับไปมอง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

สายตาทั้งสี่ประสานกัน

หัวใจของฉู่หลิวเยว่สงบลงในทันที

หรงซิวสามารถทำได้แน่นอน

ต่อให้ทุกคนไม่เชื่อ แต่นางเชื่อ

หรงซิว…สามารถทำเรื่องเหล่านั้นได้จริงๆ!

หลังจากนั้นหรงซิวก็เดินออกไปที่ด้านข้างก่อนจะหยิบแผ่นจานหยกที่แตกเป็นเสี่ยงขึ้นมา

“เยว่เออร์ ขอข้ายืมของหน่อยสิ”

ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย

หรงซิวพูด

“กระดูกของไท่ซวีเฟิ่งหลง”

หางตาของฉู่หลิวเยว่กระตุกขึ้นอย่างรุนแรง!

หรงซิวต้องการของชิ้นนี้ไปทำอันใด?

สายตาของนางหันไปมองทางแผ่นจานหยกที่แตกละเอียดอย่างไม่รู้ตัว ความไม่สบายใจพวยพุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงและกะทันหัน

โหมวเหยาแพ้การเดิมพัน อีกทั้งเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะไล่ตามเอากระดูกนี้คืนอีกต่อไปแล้ว

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงทั้งหมดแสดงท่าทีต่อโหมวเหยาเปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่แล้วก็มาจากสาเหตุนี้

หากไม่เอากระดูกชิ้นนั้นออกมาก็ช่างเถอะ พวกเขายังทำเป็นเมินเฉยได้อยู่

แต่ในตอนนี้กระดูกชิ้นนั้นมาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว แล้วจะให้พวกเขาอดทนต่อไปได้อย่างใด?

เมื่อเห็นว่าหรงซิวสามารถสลายแรงกดดันของเขาได้อย่างง่ายดาย ภายในใจของโหมวเหยาก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

เมื่อครู่นี้เขายังไม่ได้ทุ่มเต็มแรง เพียงแค่ต้องการเพิ่มแรงกดดันให้กับพวกเขาเท่านั้น จึงได้ใช้พลังไปเพียงครึ่งหนึ่ง

ผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงทั่วไป ไม่สามารถทนรับแรงกดดันนี้ได้แน่นอน

อย่างใดก็ตามแต่นี่เหมือนว่าจะไม่ได้สร้างปัญหาให้กับหรงซิวเลยแม้แต่น้อย

ฝีมือของหรงซิวนั้น…เหมือนว่าจะแข็งแกร่งกว่าข่าวลือเสียอีก!

โหมวหยางพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา

“แต่สิ่งนี้มันคือกระดูกของคนตระกูลข้า เจ้าจะนำมาใช้เรื่อยเปื่อยได้อย่างใด!”

การกระทำเช่นนี้เหมือนกับการตบหน้าไท่ซวีเฟิ่งหลงทุกคน!

ทันใดนั้นหรงซิวก็หัวเราะออกมาหนึ่งเสียง

“ประมุขโหมวหยาง แม้ว่ากระดูกชิ้นนี้จะเป็นของผู้อาวุโสท่านหนึ่งในเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงจริงๆ แต่…ตอนนี้มันเป็นของข้าแล้ว ข้าอยากจะทำอันใดกับมันอย่างใด เหมือนว่าท่านจะไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นนะ? ในจุดนี้ผู้อาวุโสโหมวเหยาพูดเอาไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว ผู้อาวุโสโหมวเหยา ท่านพูดว่าอย่างใดบ้างนะ?”

แม้ว่าโหมวเหยที่ได้ยินดังนั้นยังรู้สึกกรุ่นโกรธอยู่ ทันใดนั้นหัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาทันที!

ในวินาทีนั้นเขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า สายตาที่เต็มไปด้วยคำตำหนิและความขุ่นเคืองจำนวนมากจ้องมองมาที่ตนเอง!

ผู้อาวุโสโหมวเหยาพูดตะกุกตะกัก ภายนอกแข็งกร้าว ภายในอ่อนแอ

“เจ้าพูดจาไร้สาระอันใดกัน! ในตอนแรกของการเดิมพันไม่ได้พูดสิ่งนั้นขึ้นมาเสียหน่อย!”

ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“เหมือนว่าท่านจะลืมง่ายเสียจริง ในตอนนั้นท่านยังพูดอยู่เลยว่า หลังจากข้าชนะการเดิมพันในครั้งนั้นแล้ว จะมอบกระดูกเหล่านั้นให้ข้า ไท่ซวีเฟิ่งหลงจะไม่ไล่ถามหาความผิดกับข้าอีก ซึ่งนั่นหมายความว่า พวกเจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะแย่งกระดูกชิ้นนี้อีกต่อไป ในวันนั้นมีผู้ร่วมเหตุการณ์เป็นพยานอยู่ไม่น้อย ผู้อาวุโสโหมวเหยา อยากจะให้ข้าเชิญคนเหล่านั้นมาหรือไม่?”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์