เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1733

………………..

“แล้วพวกเรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างใด?”

ผู้อาวุโสอี้อวี่มีสีหน้าตึงเครียดเล็กน้อย ภายในใจเกิดความกังวลขึ้นหลายส่วน

สัมพันธ์ระหว่างอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาลทั้งสองละเอียดอ่อนอย่างมาก

พวกเขาเป็นปรปักษ์กัน แต่ไม่เคยลงมืออย่างจริงจังมาก่อน

มีท่าทีเกรงใจ แต่ภายในใจกลับไม่ได้ยอมอีกฝ่าย

พวกเขาต่อสู้กันมาหลายปีแล้วทั้งในที่ลับและที่แจ้ง

แต่ทั้งสองฝ่ายมีกฎที่ไม่ได้เขียนเอาไว้อย่างเป็นทางการข้อหนึ่งว่า ห้ามก่อเรื่องในถิ่นที่มั่นของอีกฝ่ายเด็ดขาด!

นี่คือเส้นตายของทั้งสองฝ่าย

หากใครคนใดล้ำเส้น จะต้องเกิดความปั่นป่วนที่ยิ่งใหญ่แน่นอน

หากผู้เฒ่าทั้งหลายของไท่ซวีเฟิ่งหลงรู้ว่าพวกเขามาที่นี่ เรื่องจะต้องวุ่นวายแน่นอน!

นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้อาวุโสอี้อวี่ไม่สบายใจ

เขาเงยหน้าขึ้นมา จากนั้นก็หันไปมองทางถวนจื่อที่อยู่ด้านหน้า

เหมือนนางยังคงไม่รู้ตัว และเดินทางไปด้านหน้าอย่างตื่นเต้น

“หากยังเดินทางต่อไปเรื่อยๆ เกรงว่าจะถึงเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์แล้ว!”

ผู้อาวุโสอี้อวี่รู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย

เขาไม่เคยไปเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อมาถึงดอนสิบสามแล้ว แค่คิดก็รู้ว่าด้านหน้าจะต้องเป็นรังของไท่ซวีเฟิ่งหลงแน่นอน!

คิ้วของอี้เจาขยับขึ้นเล็กน้อย

“ดอนสิบสามเป็นเพียงบริเวณรอบนอกของเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เมื่อพวกเรามาถึงที่นี่ ก็ไม่ถือว่าเป็นการล้ำเส้น แต่พวกเราไม่สามารถเดินทางต่อไปด้านหน้าได้อีกแล้ว”

โดยเฉพาะครั้งนี้ที่มีเขากับผู้อาวุโสอี้อวี่เดินทางมาด้วย

อี้เจาตะโกนเรียกถวนจื่อขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ถวนจื่อชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง แต่นางก็พบว่าอี้เจาและผู้อาวุโสอี้อวี่ล้วนหยุดยืนอยู่ที่เดิม

“ท่านปู่ประมุข มีอันใดหรือเจ้าคะ?”

ถวนจื่อถามขึ้นอย่างสงสัย

เมื่อซั่งกวนจิ้งและคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้น ก็ทยอยหยุดฝีเท้าตามกันไปด้วย จากนั้นก็หันกลับมามอง

อี้เจาจ้องหน้าถวนจื่ออยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้นว่า

“ถวนจื่อ เจ้าแน่ใจหรือว่าซั่งกวนเยว่อยู่ที่ด้านหน้านี้?”

ถวนจื่อพยักหน้าขึ้นลง

“แน่ใจเจ้าค่ะ!”

ระหว่างทางที่ผ่านมาทุกคนก็เดินตามนางมาตลอดทางไม่ใช่หรือ?

แต่เหตุใดท่านปู่ประมุขถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหันล่ะ?

อี้เจาชะงักไปเล็กน้อย

เมื่อซั่งกวนจิ้งเห็นว่าสีหน้าของเขาไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่า

“ประมุขอี้เจา มีอันใดผิดปกติหรือ?”

อี้เจาส่ายหน้า

“ไม่มีอันใด เพียงแค่ข้ากับอี้อวี่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้แล้ว จึงทำได้เพียงส่งถวนจื่อที่นี่”

ซั่งกวนจิ้งและคนอื่นๆ ตกใจอย่างมาก

ถวนจื่อเบิกตากว้างแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ

“เหตุใดหรือเจ้าคะท่านปู่ประมุข?”

อี้เจายกมือขึ้นแล้วชี้ไปด้านหน้า

“ที่แห่งนี้คือดอนสิบสาม เป็นเขตแดนของไท่ซวีเฟิ่งหลงแล้ว เดินทางจากตรงนี้เข้าไป ด้านหน้าน่าจะเป็นเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ ด้วยฐานะของข้ากับอี้อวี่มีความพิเศษอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่สามารถเดินทางต่อไปได้”

หากเป็นเช่นนั้นละก็ ก็ถือว่าช่วยไม่ได้จริงๆ

ผู้อาวุโสอี้อวี่คิดไม่ถึงว่าเขาจะถามคำถามเช่นนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลังจากที่ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นมาว่า

“เรื่องนี้ท่านก็รู้ทั้งหมดแล้วไม่ใช่หรือ? เขาเป็นโอรสสวรรค์แห่งพระราชวังเมฆาสวรรค์ไง!”

อี้เจาส่ายหน้า

“ข้าหมายถึง…ฐานะตัวตนด้านอื่นๆ”

ผู้อาวุโสอี้อวี่นึกอันใดมาได้อย่างกะทันหัน

“หรือเพราะท่านเห็นปฏิกิริยาของหนานอีฝาน…จึงได้รู้สึกสงสัยในตัวของหรงซิวขึ้นมา?”

อี้เจาพยักหน้า

เรื่องนี้ไม่มีอันใดให้ปฏิเสธ

ท่าทางของหนานอีฝานที่ปฏิบัติต่อหรงซิวนั้นมันแปลกประหลาดมากเกินไป

อำนาจของตระกูลหนานเหนือกว่าพระราชวังเมฆาสวรรค์ หนานอีฝานมีฐานะเป็นประมุขของตระกูล ไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะหวาดกลัวหรงซิวเช่นนี้

“เรื่องนี้…ข้าก็ไม่ค่อยรู้จริงๆ หลายปีมานี้หรงซิวแห่งพระราชวังเมฆาสวรรค์ก็มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก แต่ไม่เคยได้ยินมาว่านอกจากตำแหน่งโอรสสวรรค์แห่งพระราชวังเมฆาสวรรค์แล้ว ยังจะมีฐานะอื่นซ่อนอยู่อีก…เช่นนั้นให้ข้ากลับไปตรวจสอบดีหรือไม่?”

ผู้อาวุโสอี้อวี่ลองถามหยั่งเชิง

อี้เจากำลังจะพยักหน้า แต่ทันใดนั้นก็ชะงักไป เหมือนว่ากำลังลังเลอันใดบางอย่าง

หลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็โบกมือขึ้น

“ช่างเถอะ ในเมื่อเขาไม่พูด พวกเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปสืบ เรื่องเหล่านี้เมื่อถึงเวลาที่สมควรจะรู้ มันก็จะได้รู้ด้วยตนเอง”

สุดท้ายเขาก็หันมองตามทิศทางที่ถวนจื่อและคนอื่นๆ จากไป

เมื่อเห็นว่าเงาร่างหลายสายหายไปจากครรลองสายตาแล้ว

ลมพัดชายเสื้อของพวกเขาปลิวขึ้น

อี้เจาหลุบตาลงต่ำปกปิดอารมณ์ในแววตา จากนั้นก็หมุนตัวกลับมา

“พวกเราก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับแล้ว”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์