เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1738

………………..

ตอนที่พวกเขาเพิ่งเดินทางมาถึงที่นี่ ก็มีชายคนนั้นมาขวางทางเอาไว้

หลังจากที่หนานซู่ไหวแสดงตัวตนและเจตจำนงของตนเองแล้ว คนผู้นั้นก็หันตัวกลับไปยังที่เกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่าจะไปขอคำชี้แนะ

คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้

ถวนจื่อเหลือบสายตาไปมองทางด้านหลังของชายพูดนั้น แต่เมื่อไม่เห็นเงาร่างของฉู่หลิวเยว่ ความรู้สึกผิดหวังก็บังเกิดขึ้นมาทันที

หนานซู่ไหวและคนอื่นๆ รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

ชายคนนั้นหยุดอยู่กลางทะเล พร้อมยืนอยู่กลางอากาศ กวาดสายตามองคนเหล่านี้อย่างเคร่งขรึม จากนั้นก็ถ่ายทอดคำพูดของโหมวหยางตามความเป็นจริง

ทันทีที่สิ้นเสียง ถวนจื่อก็ระเบิดอารมณ์ออกมา

“พวกเจ้าหมายความว่าอย่างใด? จะไม่ให้พวกเราเข้าไปเจออาเยว่อย่างนั้นหรือ!”

ชายผู้นั้นเหลือกสายตามองถวนจื่ออย่างสื่อความหมาย พร้อมกวาดสายตาสำรวจนางขึ้นลง จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

“แม้ว่าเจ้าจะอายุยังน้อย แต่ท้ายที่สุดแล้วก็มีสายเลือดแห่งเผ่าหงส์ทองคำ คาดไม่ถึงว่ากฎแค่นี้พวกเจ้าก็ยังไม่เข้าใจ?”

ที่พวกเขามาปรากฏตัวที่นี่อย่างกะทันหัน มันก็เป็นสิ่งที่เกินกว่าเหตุแล้ว แล้วจะปล่อยให้พวกเขาเข้าไปได้อย่างใด?

หากไม่ใช่เพราะภายในเผ่ากำลังจัดงานหมื่นคีรี อีกทั้งเด็กคนนี้ก็ยังเยาว์วัยมาก และยังทำพันธสัญญากับซั่งกวนเยว่ ท่านประมุขไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปอย่างง่ายดายแน่นอน

“ข้าขอแนะนำเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะสามารถมาได้ เจ้ารีบออกไปโดยเร็วจะดีกว่า! ไม่เช่นนั้น…อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”

ถวนจื่อกลับรู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น

“เจ้าพูดว่าอย่างใดนะ!”

นางตามมาอย่างยากลำบาก กว่าจะได้พบเจออาเยว่ แต่คาดไม่ถึงว่าคนเหล่านี้จะไม่ให้นางเข้าไป?

นางไม่มีทางตอบตกลงเด็ดขาด!

ไม่ว่าตอนนี้พวกเราอยากจะเจอพวกเขาทั้งสองมากแค่ไหน เมื่อเห็นท่าทางของเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงแล้ว หากพวกเขาแข็งตอบ จะต้องเกิดการสูญเสียแน่นอน

ต่อให้พวกเขามีหลายคน ก็ไม่สามารถก่อเรื่องที่เกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้

เมื่อได้ยินดังนั้นถวนจื่อก็สงบสติอารมณ์ลง

เรื่องอื่นนางไม่กลัว นางแค่ไม่อยากก่อปัญหาให้กับอาเยว่เท่านั้น

นางกระทืบเท้าปึงปังด้วยความโกรธ แล้วหันศีรษะออก ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา

หนานซู่ไหวสาวเท้าก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ยืนขวางที่ด้านหน้าของถวนจื่อเอาไว้ ก่อนจะประสานมือมาทำความเคารพอย่างมีมารยาท

“ความจริงแล้วที่พวกเรามากันในวันนี้ ก็ไม่ได้มีเรื่องอื่นใด ในเมื่อตอนนี้ท่านไม่สะดวก ถ้าเช่นนั้น…ท่านสามารถบอกได้หรือไม่ว่า ตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างใดบ้างสบายดีหรือไม่? ขอเพียงได้ทราบเรื่องนี้ พวกเราก็จะได้จากไปอย่างหมดห่วง”

หนานซู่ไหวเป็นเจ้าสำนักหลิงเซียว สถานะสูงส่ง แต่ตอนนี้กลับต้องพูดอย่างเกรงใจและมีมารยาท อีกฝ่ายก็ไม่ต้องการล่วงเกินเขา ดังนั้นสีหน้าของเขาจึงอ่อนลงหลายส่วน

“แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอันใด เพียงแต่ต้องอยู่ในเผ่าของพวกเราสักพัก เมื่อจัดการเรื่องราวได้เสร็จสิ้น พวกเขาก็จะออกมาได้แล้ว”

เหตุผลที่แท้จริงนั้นเขาไม่สามารถพูดได้

หนานซู่ไหวขมวดคิ้วขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อครู่นี้ตอนที่คนผู้นี้ไล่ให้พวกเขาออกไป เขารู้สึกได้ว่ามีอันใดบางอย่างผิดปกติ แต่เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วดูเหมือนว่า

…หรงซิวกับซั่งกวนเยว่น่าจะยังไม่สามารถออกจากเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้สักพักหนึ่ง!

แค่คิดก็รู้แล้วว่า การที่พวกเขาบุกเข้าไปอย่างกะทันหัน เผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงไม่มีทางยอมเลิกราได้โดยง่ายเด็ดขาด

มีความเป็นไปได้แปดส่วนที่พวกเขาจะต้องถูกขังอยู่ด้านใน…

ทันใดนั้นซั่งกวนจิ้งก็พูดขึ้นว่า

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็กลับกันก่อนเถอะ”

ถวนจื่อกำลังจะพูดว่า “ไม่” ซั่งกวนจิ้งกลับลูบมวยผมนางเบาๆ แล้วพูดว่า

นางสามารถสัมผัสได้ว่าบรรยากาศนั้นผิดปกติไป หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งแล้ว ในที่สุดนางก็มุ่ยปาก แล้วพยักหน้า

หลังจากนั้นพวกเขาก็กล่าวคำอำลา จากนั้นก็หมุนตัวจากไป

แต่เหมือนว่าไท่ซวีเฟิ่งหลงยังคงไม่ไว้วางใจ สายตาจึงจับจ้องเขาตาเขม็ง

ส่วนถวนจื่อยิ่งไม่ต้องพูดถึง นางเป็นนายน้อยของเผ่าหงส์ทองคำ!

เมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกัน ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องความแข็งแกร่งเลย!

คนธรรมดาทั่วไปไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาแน่นอน ต่อให้เป็นสถานที่ที่อันตรายมากมาย พวกเขาก็สามารถเดินทางไปได้

เดิมทีซั่งกวนจิ้งยังคิดอยู่ว่า เมื่อมีการนำทางจากถวนจื่อ พวกเขาต้องตามหาหรงซิวและฉู่หลิวเยว่เจอแน่นอน

ตอนแรกเขาถูกส่งไปที่บุพกาลชายแดนเหนือก็ยังสามารถรอดชีวิตกลับมาได้ไม่ใช่หรือ?

แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าทั้งสองคนนี้จะถูกส่งมาที่เกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์!

เรื่องนี้ทำให้เขาประสบปัญหาใหญ่อย่างมาก

นอกจากเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงจะปล่อยตัวพวกเขาออกมาเอง ไม่อย่างนั้น…

ถวนจื่อเงยหน้ามองพวกเขาทั้งหลาย ต่อให้นางไม่กลัวฟ้าไม่เกรงดิน แต่นางก็รู้ว่าเรื่องนี้ตึงมือเป็นอย่างมาก

นางจับแขนเสื้อของหนานซู่ไหว

“ท่านปู่เจ้าสำนัก ท่านจะต้องมีหนทางใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

แม้ว่าทุกคนจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่นางกลับรู้สึกว่า ท่านปู่เจ้าสำนักนั้นนิ่งเงียบเป็นพิเศษ

หนานซู่ไหวจมอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงจะระแวดระวังตัวมากที่สุด ดังนั้นจึงไม่เหมาะแก่การเคลื่อนไหว พวกเราต้องรอดูสถานการณ์อยู่ตรงนี้ไปสักระยะ”

ในตอนนี้มีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่เหมาะสมที่สุด

ถวนจื่อพยักหน้า

ซั่งกวนจิ้งขมวดคิ้วแน่นยิ่งกว่าเดิม

“ก่อนหน้านี้เป็นเพราะว่ากระดูกของไท่ซวีเฟิ่งหลงชิ้นนั้น ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาผูกความแค้นกับนังหนูเยว่เออร์ ครั้งนี้ เกรงว่าพวกเขาจะไม่ยอมเลิกราโดยง่ายแน่นอน”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์