เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1901

………………..

ลั่วเหยี่ยนและคนอื่นๆ วางแผนจะหลบหนีจากความวุ่นวายนี้ แต่ก็ถูกพลังที่บ้าคลั่งพุ่งกลับมาจนเสียหาย!

เห็นท้องฟ้าที่กำลังพังทลายลงเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงถล่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลั่วเหยี่ยนรู้สึกเพียงร่างกายตนเองเหมือนถูกฉีกและรัดคอจากพลังนับไม่ถ้วน

เขาโคจรพลังอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างค่ายกลคลุมรอบตัวเขา!

แต่พลังที่โจมตีอย่างน่ากลัวนั่น ยังคงสร้างความหวาดผวาต่อผู้คน!

แม้แต่พวกเขายังต้องรวบรวมพลังทั้งหมดภายในร่างกายถึงสามารถฝืนยึดมั่นให้อยู่ทีเดิมได้โดยไม่ถูกพลังจากทุกทางพัดออกไป!

ลั่วเหยี่ยนกำมือทั้งคู่ไว้แน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะออกมาจากอก!

ค่ายกลท่าเรือดอกท้อได้พังทลายลง พวกเขาไม่มีทางออกไปได้แล้ว!

สำนักกระบี่ทมิฬและฉู่หลิวเยว่ต้องการฝังทุกคนไปพร้อมกับพวกเขา!

ในขณะเดียวกันทุกคนในเมืองต่างรับรู้สึกความผิดปกติ จึงค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นไปมอง

“แย่แล้ว! ค่ายกลของท่าเรือดอกท้อถูกทำลายแล้ว!”

เมื่อคำนั่นเอ่ยออกมาคนนับไม่ถ้วนเริ่มตื่นตระหนกและรีบหลบหนีออกจากท่าเรือดอกท้อ

อีกทั้งพลังระหว่างสวรรค์และโลกไร้การควบคุมโดยสิ้นเชิง!

ผู้ที่พลังแข็งแกร่งอยู่บ้างเล็กน้อยยังสามารถยึดให้มั่นเอาไว้ได้ แต่หากพลังไม่แข็งแกร่งพอก็จะเริ่มเกิดปฏิกิริยาต่างๆ ขึ้น

ใบหน้าขาวซีด หายใจติดขัด และไม่อาจทนต่อแรงบีบคั้นของพลังมิติที่พลังทลายลงอย่างรวดเร็วนี้ได้

จนกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

ในที่สุดสถานการณ์ก็เลวร้ายอย่างมาก

ในสำนักกระบี่ทมิฬมีแต่คนตายมากมายนับไม่ถ้วน

ความตั้งใจของทุกคนในเมืองก่อนหน้านี้ ทั้งหมดต่างเร่งรีบมาและล้อมสำนักกระบี่ทมิฬเอาไว้ ทั้งสองฝ่ายเกิดการต่อสู้กันอย่างรุนแรงดุเดือดขึ้น!

คนบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน

ภายในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก

สำนักกระบี่ทมิฬต้องการฆ่าพวกเราทั้งหมด!”

ต้วนชิงเฉวียนเป็นคนแรกที่ตอบโต้และตะโกนด้วยเสียงทุ้ม!

ทุกคนค่อยๆ มีปฏิกิริยาตอบโต้กลับมา

ใช่!

ถ้าหากสำนักกระบี่ทมิฬไม่ยืนกรานที่จะไล่ฆ่าหรงซิวกับฉู่หลิวเยว่ ถ้าหากพวกเขาไม่สร้างค่ายกลที่แปลกประหลาดและน่ากลัวนั่น ถ้าหากไม่สนใจและไม่ทำให้เกิดทัณฑ์สวรรค์ที่พลังแปลกประหลาดนั่น

ค่ายกลของท่าเรือดอกท้อจะพังทลายลงได้อย่างใด!

ทุกคนคงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ทั้งความเป็นและความตายเช่นนี้!

ความโกรธและความแค้นที่รุนแรงได้เติมเต็มหัวใจของทุกคน!

ที่แท้คนของสำนักกระบี่ทมิฬกำลังตกอยู่สภาวะไร้กำลังและหมดหนทางจนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เหน็บหนาวและตึงเครียด จนพวกเขารู้สึกขี้ขลาดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

เมื่อเวลาเช่นนี้มาถึงพวกเขาจึงเข้าใจว่ามั่วอวิ๋นและคนอื่นๆ ไม่คิดที่จะกลับมาช่วยพวกเขา

แม้กระทั่งความเป็นความตายของพวกเขาก็ไม่ได้สนใจ!

“ค่ายกลพังทลาย จนพวกเราถูกปิดล้อมอยู่ที่นี่แล้ว!”

คนกลุ่มแรกที่ตอบสนองด้วยการพยายามหลบหนีจากท่าเรือดอกท้อ ทั้งหมดถูกหยุดด้วยความวุ่นวายในมิติที่ทับซ้อนกัน

ในกลุ่มพวกเขายังมีบางคนที่ถูกกลืนกินอย่างโหดเหี้ยมจากความว่างเปล่าที่พังทลาย และไม่สามารถออกมาได้อีก

เมื่อได้ยินเสียงคนเหล่านี้ที่ต่อสู้ดื้นรนและกรีดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนตาย คนด้านหลังจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงความขี้ขลาดออกมาก

“แย่แล้ว…ท่าเรือดอกท้อจบสิ้นแล้ว! วันนี้พวกเราจะตายอยู่ที่นี่!”

“ต่อให้วันนี้ข้าต้องตาย ก็จะลากคนที่อยู่เบื้องหลังของสำนักกระบี่ทมิฬออกมา!”

ในกลุ่มคนที่เงียบไป มิรู้ว่าเป็นใคร จู่ๆ ก็พูดออกมาประโยคหนึ่งด้วยเสียงตะคอกอย่างรุนแรง

ประโยคนี้เหมือนประกายไฟที่ร่วงหล่นลงมาและเปลวไฟก็ลุกโชนขึ้นในทันที!

การต่อสู้กันของทั้งสองฝ่ายยิ่งรุนแรงมากขึ้น!

เมื่อคนของสำนักกระบี่ทมิฬต้องเสียเปรียบ ในเวลานี้ผู้คนโกรธเคืองและยิ่งพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ!

ไม่เพียงแต่สำนักกระบี่ทมิฬเท่านั้น ในขณะนี้ท่าเรือดอกท้อทั้งหมดได้ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายแล้วเช่นกัน

บนทางคนมากมายนับไม่ถ้วนต่างวิ่งหนีไปมา

แต่ละคนเหยียบกัน ชนกัน ฆ่ากัน…เกิดขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด

เมื่อรับรู้ว่าท่าเรือดอกท้อกำลังเข้าสู่วิกฤตความเป็นความตายจึงไม่มีใครที่ควบคุมสติอารมณ์ได้

ในตอนแรกยังมีคนมากมายที่พยายามหลบหนีออกจากค่ายกลที่พังทลาย แต่หลังจากที่มีคนกลุ่มแรกตายไป จากนั้นผู้คนทางด้านหลังจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยไม่ไตร่ตรองให้ดี

พวกเขาหนีไปเพื่อมีชีวิตรอด ไม่ใช่เพื่อตาย!

ผู้คนมากมายเลือกที่จะยอมแพ้อย่างสิ้นหวัง

ลานภายในสำนักกระบี่ทมิฬต้วนชิงเฉวียนชำนาญการใช้มีดอย่างรวดเร็ว

แต่จุดสำคัญคือ…

เดิมทีเรื่องนี้ช่างอธิบายได้ยากนัก!

ค่ายกลของท่าเรือดอกท้อไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ แต่เป็นสิ่งที่อยู่ตามธรรมชาติ!

พันปีก่อนที่ท่าเรือดอกท้อไม่เคยถูกใครครอบครองได้เลยจริงๆ เป็นเพราะค่ายกลนี้ที่ยังอยู่!

บัดนี้ค่ายกลพังทลายและความว่างเปล่าพังทลายลง ท่าเรือดอกท้อที่เหลือล้วนตกอยุ่ในความโกลาหล

ใครจะสามารถฟื้นคืนค่ายกลได้

ทุกคนในวลานี้ล้วนเป็นเพียงแมงเม่าตัวหนึ่ง แม้แต่การต่อสู้ล้วนไร้ซึ่งพลังพิเศษใดๆ

ใครจะสามารถช่วยได้

ท้องฟ้ายังคงพังทลายไม่หยุด พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

มิติกําลังหดตัวและบีบรัดเข้าสู่ภายในอย่างต่อเนื่อง

ทุกคนที่อยู่ข้างในรู้สึกถึงแรงกดดันที่หายใจไม่ออกนั้นไม่มากก็น้อย

คนที่ทนกับความกดดันนี้ไม่ไหวยิ่งมากขี้นเรื่อยๆ จนค่อยๆ ล้มลง

คนของสำนักกระบี่ทมิฬถูกฆ่าไปไม่น้อยแล้ว

แต่จะมีประโยชน์อันใด

ท่าเรือดอกท้องถูกทำลายลงแล้ว และพวกเขาทุกคนล้วนต้องตายที่นี่!

ต้วนชิงเฉวียนจับดาบยาวเอาไว้ในมือแน่น เม้มรีมฝีปากแน่นและมองไปยังท้องฟ้าอันห่างไกลราวกับรอบางอย่าง

เปรี้ยง!

จู่ ก็มีเสียงดังสนั่นขึ้นมา!

ทันใดนั้นมาเปลวไฟสีน้ำเงินบางๆ ก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!

แต่ภายใต้ภูเขาสูงที่กำลังแตกออกจากกัน เปลวไฟก็พุ่งออกมาในทันที!

เหตุการณ์เช่นเนี้เมื่อก่อนมั่วอวิ๋นและคนอื่นๆ เคยเห็นมามากมายหลายครั้ง ดังนั้นในเวลานี้พวกเขาจึงไม่ได้สนใจอันใด

แต่ไม่รอให้พวกเขาได้โต้กลับ เปลวไฟจำนวนนับไม่ถ้วนก็ระเบิดออกมาราวกับลูกกระสุนบนภูเขาสูงที่มีหุบเขาทอดเป็นแนวกั้นยาว!

เปรี้ยงงง!

เปลวไฟที่บ้าคลั่งและแปลกประหลาดลุกโชนจนฟ้ามืดมัวดิน!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์