………………..
อาณาเขตของอาณาจักรเสิ่นซวี่กว้างใหญ่ มีผู้บำเพ็ญเพียรเป็นจำนวนมาก มีสำนักและตระกูลหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังขยายจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มีคนจำนวนมากที่ต้องการมีฐานที่มั่นของตนเอง
แต่ในจำนวนคนส่วนใหญ่ สุดท้ายแล้วก็ถูกคลื่นซัดกลืนหายไป เหลือเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
เพราะว่าความเป็นจริงมันยากเสมอ
โครงสร้างโดยรวมของอาณาจักรเสิ่นซวี่ค่อนข้างมั่นคงมาโดยตลอด
บางครั้งเหล่าตระกูลอันดับสองและอันดับสามก็ถูกทำลายหรือเพิกถอนออกไป
แต่อย่างใดก็ตามตระกูลอันดับหนึ่งมีรากฐานลึกซึ้ง ผู้แข็งแกร่งในตระกูลจำนวนมากดุจหมู่เมฆ ซึ่งยากจะสั่นคลอน
แทบจะไม่มีใครกล้าคิดกล้าฝันว่าจะทำลายระบบแบบนั้นเลย
แต่หลังจากที่จวนเยว่แห่งท่าเรือดอกท้อปรากฏขึ้น ในที่สุดก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
อี้เหวินเทาคือใครกัน?
คนธรรมดาอาจจะไม่รู้จักเขา
แต่เหล่าตระกูลที่มีความแข็งแกร่งและสูงศักดิ์ภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่กลับรู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี!
แม้กระทั่งอี้เหวินเทาก็ยังพ่ายแพ้ให้แก่ฉู่หลิวเยว่… ดังนั้นจึงยากที่จะจินตนาการถึงความแข็งแกร่งของฉู่หลิวเยว่!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านางมีพลังในการต่อสู้สูงเพียงใด!
แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่คงไม่เชื่อเรื่องนี้
พวกเขาจึงยอมรับโดยปริยายว่าฉู่หลิวเยว่จะต้องปิดบังระดับพลังที่แท้จริงของตนเองอย่างแน่นอน
แต่ไม่ว่าอย่างใดก็ตาม ด้วยอายุขนาดนี้ แต่นางกลับสามารถเอาชนะอี้เหวินเทาได้มันก็น่าตกใจเพียงพอแล้ว
ในเรื่องนี้ไม่ว่าอย่างใดก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
ในขณะเดียวกันความพ่ายแพ้อันน่าอนาถของอี้เหวินเทาก็ยังเป็นไม้ตีแสกหน้าแก่พวกโง่เง่าที่ต้องการจะครอบครองท่าเรือดอกท้อ
…คนตระกูลอี้ยังมีสภาพเช่นนี้ แล้วคนอื่นล่ะจะเป็นอย่างใด?
ไม่ว่าฉู่หลิวเยว่จะสามารถทำได้อย่างใด แต่นี่ก็คือความจริง!
เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้ฉู่หลิวเยว่ได้เชือดไก่ให้ลิงดู
อีกทั้งนางยังทำสำเร็จแล้ว
หลังจากคนจำนวนมากได้รับรู้ข่าวเรื่องนี้ พวกเขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะครอบครองท่าเรือดอกท้อ
แต่คนจำนวนมากกลับเกิดความสงสัยขึ้น และค่อยๆ ละทิ้งคำจำกัดฐานะของพระชายาพระราชวังเมฆาสวรรค์ และคิดว่าฉู่หลิวเยว่นั้นเป็นอิสระจากทุกฝ่าย
นางสามารถ…อยู่ได้โดยละเมิดลิขิตสวรรค์ได้อย่างใดกันแน่?
ก่อนหน้านี้ภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีข่าวลือเกี่ยวกับนางน้อยมาก
ทุกคนจึงรู้สึกประหลาดใจ ตื่นตระหนก ตกใจ สงสัย…
ตอนที่พวกเขาคิดว่านี่แหละคือขีดจำกัดของนางแล้ว นางกลับทำเรื่องที่บ้าคลั่งมากกว่าเดิม จนเป็นการประกาศให้พวกเขาได้รู้ว่า
‘นางแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคิด!’
จนกระทั่งตอนนี้ นางก็สามารถครอบครองท่าเรือดอกท้อได้แล้ว พร้อมก่อตั้งจวนเยว่และกองกำลังอิสระที่แข็งแกร่ง!
…
ข่าวลือจากโลกภายนอกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อท่าเรือดอกท้อเลย
หลังจากการต่อสู้สิ้นสุด ภายในเมืองก็เต็มไปด้วยความสงบสุข
เมื่อเปรียบเทียบกับความตกใจของซั่งกวนจิ้งและคนอื่นๆ แล้ว ทุกคนภายในม่านพลังดูเหมือนว่าจะไม่ได้ประหลาดใจ พวกเขาร่วมแสดงความยินดีกันในทันที
ตอนที่ฉู่หลิวเยว่และคนอื่นๆ มาถึงจวนเยว่งานเฉลิมฉลองก็ได้จัดขึ้นเรียบร้อยแล้ว
หลังจากประสบกับเหตุการณ์ที่น่าตกใจภายในท่าเรือดอกท้อ ในสายตาของทุกคนก็เห็นว่า ฉู่หลิวเยว่มีศักดิ์เทียบเท่ากับเทพเจ้าแล้ว
ไม่ว่านางจะทำเรื่องที่น่าตกใจแค่ไหนนั่นล้วนเป็นสิ่งที่นางพึงกระทำอยู่แล้ว
ระหว่างทางที่ซั่งกวนจิ้งและคนอื่นๆ เดินไปยังจวนเยว่ พวกเขาก็ได้พบว่า ท่าเรือดอกท้อนี้สมควรเป็นของฉู่หลิวเยว่แล้วจริงๆ
คนที่นี่เรียกนาง นายท่านเยว่ ชื่อนี้นั้นแฝงไปด้วยความเลื่อมใสและเคารพอย่างสุดซึ้ง
ความจริงแล้วแม้กระทั่งตัวนางเองก็ยังคิดไม่ถึงว่า เรื่องราวมันจะราบรื่นถึงเพียงนี้
“เยว่เออร์”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น
ฉู่หลิวเยว่หันกลับไปมองแล้วยิ้มออกมา
“ไท่จู่? ท่านมาที่นี่ได้อย่างใดเจ้าคะ?”
ด้านหน้าเรือนครึกครื้น หลังจากนางยืนอยู่ที่นั่นสักพักหนึ่ง นางบอกว่าต้องการจะมาสูดอากาศเสียหน่อย
คิดไม่ถึงว่าองค์ปฐมกษัตริย์ก็จะตามมาด้วย
ซั่งกวนจิ้งมองนางด้วยความปลดปลง
“ที่ข้ามา เพราะข้ามีเรื่องอยากปรึกษากับเจ้า”
“หื้ม?”
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
น้อยครั้งมากที่องค์ปฐมกษัตริย์จะแสดงสีหน้าตึงเครียดและจริงจังเช่นนี้
เหมือนกับว่า…ต้องการจะตัดสินใจอันใดบางอย่าง
นางเหยียดหลังตรง แล้วพูดอย่างจริงจังว่า
“มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ ท่านพูดมาตามตรงได้เลย”
องค์ปฐมกษัตริย์กระแอมไอ
“คือว่า…ความจริงแล้ว เรื่องนี้จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ จะว่าเล็กก็เล็ก คือว่า จ้าวซงกับคนอื่นอยากจะอยู่ที่จวนเยว่”
อยู่ที่จวนเยว่
ไม่ใช่ท่าเรือดอกท้อ
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...