เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1984

เมื่อเขาพูดจบ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านนอก

หรงซิวเลิกคิ้วเล็กน้อย รูปร่างงดงามและเพรียวบาง กระทบเข้าตาพอดี

ฉู่หลิวเยว่นั่นเอง

อวี๋มั่วหันไปถวายบังคม

“ถวายบังคม พระชายา”

เดิมทีฉู่หลิวเยว่ก้มศรีษะลงเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิดอันใดบางอย่าง เมื่อนางได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น

หรงซิวลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปหานาง

“คิดอันใดอยู่ ถึงได้เหม่อลอยเช่นนี้”

มีเลือดแดงสด ไหลซึมออกมา

คิ้วของเขาขมวดชนกันเล็กน้อย

“รอยตรงนี้ เกิดอันใดขึ้น”

ฉู่หลิวเยว่กลับมามีสติอีกครั้งพลางส่ายหัวไปมา

“ไม่เป็นอันใด เรื่องเล็กน้อย”

แต่สำหรับนางนั้นสิ่งนี้ไม่นับว่าเป็นบาดแผลด้วยซ้ำ

นิ้วมือของหรงซิววางอยู่บนข้อของนาง เพื่อตรวจดูอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากเขาแน่ใจจริงๆ แล้วว่านางบาดเจ็บเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น หลังจากนี้ก็ไม่ได้เป็นอันใดร้ายแรง สีหน้าของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

แต่ยังคงปวดใจอยู่

เขาดึงฉู่หลิวเยว่ไปที่เก้าอี้หวายและให้นางนั่งลง เขาหยิบยาออกมาพลางช่วยนางทายาบนมืออย่างแผ่วเบาและค่อยๆ นวดอย่างระมัดระวัง

กลิ่นยาอ่อนๆ ผสมกับกลิ่มดอกท้อ

ความรู้สึกเย็นวาบแผ่กระจายบนมือ ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนก่อนหน้านี้ได้ทุเลาลงไปมากในทันที

เดิมทีฉู่หลิวเยว่ไม่ได้สนใจบาดแผลเหล่านี้นัก แต่มองดูท่าทางของหรงซิวที่ก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อทายาให้นาง ยิ่งทำให้รู้สึกเบาใจอย่างมาก

ตอนแรกนางคิดจะทายาด้วยตัวเอง คิดอยู่พักหนึ่งจึงยอมให้หรงซิวจัดการแทน

“ฝ่าบาท พระชายา เช่นนั้นข้าน้อยทูลลา พะยะค่ะ”

อวี๋มั่วเคยชินกับฉากเช่นนี้มานานแล้ว

หรงซิวตอบกลับและปล่อยเขาไป

ต่อมาในลานบ้านเหลือเพียงพวกเขาสองคนอย่างรวดเร็ว

ฉู่หล่วเยว่จ้องมองหรงซิวที่ด้านข้างอยู่ครู่หนึ่ง

ในอาณาจักรเสิ่นซวี่หรงซิวมีชื่อเสียงอย่างมาก หลายคนเมื่อได้ยินชื่อเขาต่างหวั่นเกรงและให้ความิ้เคารพในตัวเขาเป็นส่วนใหญ่

แม้แต่หนานอีฝานกับอี้เหวินเทายังมิกล้าล่วงเกินได้ง่ายๆ

แต่คนเช่นนี้ บัดนี้ได้มาอยู่ข้างกายนาง เพียงเพราะมือของนางบาดเจ็บจึงทายาให้นางอย่างระมัดระวัง

ดูเหมือนทั้งใต้หล้านี้ไม่มีเรื่องใดสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว

ราวกับมีคลื่นซัดสาดในหัวใจของนาง ในที่สุดนางมิอาจควบคุมตนเองได้ จึงจูบลงบนใบหน้าของเขา

“สามีของข้าดีสุด!”

เมื่อแมลงปอสัมผัสน้ำแล้วจึงถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

หรงซิวแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยและขมวดคิ้วขึ้นเบาๆ

“อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะไม่ต้องอธิบาย”

หลังจากฉู่หลิวเยว่ทะลวงขั้นเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์และน้อยครั้งที่จะได้รับเจ็บ แต่ร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้บนมือของนาง เห็นได้ชัดว่าผิดปกติอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้นนางยังอยู่ที่ท่าเรือดอกท้อ…ซึ่งเป็นดินแดนในความดูแลของนางเอง

ฉู่หลิวเยว่พ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอกและเอนตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง

“คงไม่ใช่เพราะประตูแดนสวรรค์นั้น”

หรงซิวขยับตัวครู่หนึ่ง

“มันยุ่งยากมากหรือ”

อันที่จริงเขาคาดเดาไว้ว่าสิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับประตูแดนสวรรค์ของท่าเรือดอกท้อ

เขารู้เรื่องประตูแดนสวรรค์ที่ฉู่หลิวเยว่กับเฉินอีและคนอื่นๆ เดินทางไปด้วยกันมาก่อนหน้านี้

เพียงแต่ไม่คิดว่านางจะได้รับบาดเจ็บ

ฉู่หลิวเยว่ขยับคางไปมา

“ด้านในของประตูแดนสวรรค์นั้น มิรู้ว่าถูกใครซ่อนค่ายกลเอาไว้ และค่ายกลนั้นทรงพลังอย่างมากจนส่งผลกระทบต่อประตูแดนสวรรค์ทั้งหมด ตอนนี้ประตูแดนสวรรค์มันไม่สามารถเข้าออกได้ตามปกติอีกแล้ว”

นางยักไหล่ไปมาด้วยท่าทางอารมณ์ดีและน่าขัน

“กลับไม่จำเป็นต้องส่งคนมาเฝ้าแล้ว ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงก็มิอาจหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่พูดนางยกมือขึ้น

“ไม่ เป็นเพราะมือนี้ถึงได้รับบาดเจ็บ”

หลังจากที่ฟังการคาดเดาของหลินจือเฟย นางรู้สึกว่ามันมีเหตุผลอย่างมาก

เพื่อความกระจ่างชัดว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ นางจึงตัดสินใจทดสอบด้วยตนเองดูสักครั้ง

ในท้ายที่สุดมีเพียงมือนี้ที่กำลังเข้าไปในประตูแดนสวรรค์นั่นและดูเหมือนมีพลังอันแข็งแกร่งอย่างมาประทุออกมาจากทุกทิศทาง!

เมื่อนางเห็นท่าไม่ดีจึงดึงมือออกทันทีโดยไม่ลังเล

ถึงกระนั้นมันก็เจ็บเล็กน้อย

“ยังดีที่หลบได้ทัน ไม่งั้น…”

คิ้วของหรงซิวคลายลงเล็กน้อย

รู้หรือไม่ แม้ตอนนี้ฉู่หลิวเยว่จะมีเพียงขั้นพลังปราณของเทพขั้นสูงเท่านั้น แต่นางสามารถใช้ทัณฑ์ทลายเทพในการฝึกขั้นเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์ออกมา

ร่างศักดิ์สิทธิ์ของนางในตอนนี้ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์นางก็สามารถสู้ได้!

อวี๋จิ่วพูดหยอกล้อขึ้น

ซานซานสอดมือทั้งสองและยิ้มอย่างดีอกดีใจ

“ที่ไหนกัน แค่ทั้งหมดนี้ต้องขอบใจนายท่าน! ข้ากําลังจะไปแจ้งข่าวดีกับนายท่าน”

จู่ๆ สือฟังกลับคิดอันใดขึ้นมาได้

“ดูเหมือนว่า…มีคนเริ่มติดต่อกับพี่สามแล้วอย่างนั้นหรือ”

ซานซานยกมือขึ้นและกระพริบตาไปมา

“จุ๊ๆ…เรื่องนี้ยังตกลงกันไม่เรียบร้อย รอนายท่านตัดสินใจอีกครั้งก่อนค่อยดีใจก็ยังไม่สาย!”

เมื่อพูดเช่นนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็เปี่ยมล้นออกมา

หลังจากพูดจบนางก็รีบบอกลาคนทั้งสองและมุ่งหน้าเข้าไปด้านใน

อวี๋จิ่วถือดาบในมือทั้งสองข้างพลางหันมองไปมาระหว่างซานซานและสือฟัง

“สือฟัง ดูเหมือนเจ้ารู้อันใดมาใช่หรือไม่”

สือฟังพูดขึ้นอย่างไม่สนใจ

“จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ก็คือพี่สามวางแผนจะออกไปทำการค้าข้างนอก”

อวี๋จิ่วเข้าใจในทันที

กลายเป็นการขยายขนาดของการค้า

หากทำเช่นนี้ก็หมายความว่าจะมีผลกำไรที่มากขึ้น

มิน่าเขาถึงดีใจขนาดนั้น

“เดิมที่พี่สามทำเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ว่า…เมื่อออกมาข้างนอกหรือ เจ้าชี้ไปที่ไหนกัน”

สือฟังมองเขาด้วยความสงสัย

“เจ้ารู้ได้อย่างใด”

อวี๋จิ่ว “…”

รู้ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถชี้ตัวไปที่เขาได้…

…

เมื่อซาซานมาถึงภายในลานบ้าน ฉู่หลิวเยว่กับหรงซวกำลังนั่งชมหิมะอยู่ใต้ชายคา

“นายท่าน ฝ่าบาท”

ซานซานพยายามควบคุมสีหน้าของตนเองและค่อยๆ ก้าวขึ้นไปข้างหน้า

ฉู่หลิวเยว่หันไปมองเขาและเลิกคิ้วขึ้น

“ดูเหมือนช่วงนี้มีจะมีคนติดต่อเจ้ามากใช่หรือไม่”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์