………………..
ดวงแสงสีเลือดแต่ละดวงระเบิดออก ทำให้ห้วงมิติโดยรอบฉีกขาดอย่างต่อเนื่อง!
ขุมพลังเหล่านี้คล้ายว่าจะได้รับการชี้นำอะไรบางอย่างอย่างไรอย่างนั้น ต่างก็ถักทอพัวพันเข้าด้วย คาดไม่ถึงว่าจะเข้าปะทะในระยะประชิดจนเกิดเป็นเส้นทางโลหิตสายหนึ่งขึ้นมา!
ส่วนหมอกดำก้อนวิญญาณของมั่วสือเชียนที่กำลังฝืนทนอยู่ก้อนนั้น ก็ทะยานหนีออกจากเส้นทางเส้นนั้น! ด้วยความเร็วที่รวดเร็วถึงที่สุด!
ผู้อาวุโสลำดับห้าแค่นเสียงเย็น
“คิดหนีหรือ ไม่ง่ายดายเช่นนั้น!”
สองมือของเขาโบกขยับ ห้วงมิติรอบกาย เริ่มบีบอัดเข้ามาที่ตรงกลางอีกครา!
ทางข้างหน้าของมั่วสือเชียน ถูกปิดตายลงอีกครั้ง!
ตึง!
หมอกดำก้อนนั้นพุ่งชนที่ด้านหน้าอย่างรุนแรง กลับไม่อาจทลายกำแพงกั้นห้วงมิติที่อยู่ตรงหน้าออกได้
…ผู้อาวุโสลำดับห้าปิดตายที่แห่งนี้เอาไว้แล้ว เขาจะหนีรอดไปได้อย่างไร
ต่อให้เป็นเขาในตอนที่มีพลังเต็มเปี่ยม ก็ล้วนไม่มีความสามารถนี้ นับประสาอะไรกับตอนนี้เล่า
แดนสวรรค์โลหิตพินาศแล้ว มั่วสือเชียนเองก็ไม่ไหวแล้ว
ท่าทางอย่างเช่นในเวลานี้ ก็เป็นเพียงการดิ้นรนของอสูรในกรงขังก็เท่านั้น
ฝ่ามือของผู้อาวุโสลำดับห้าพลันปรากฏกรงโปร่งใสกรงหนึ่ง
กรงนั้นมีขนาดเพียงเท่าฝ่ามือเท่านั้น ภายใต้การสาดส่องของแสงตะวัน ก็วาบประกายระยิบระยับเรืองรอง
เมื่อฉู่หลิวเยว่จ้องมองไป แววตาพลันวาบประกายสงสัย
ดวงแสงแต่ละดวงที่พร่างพรายวิบวับอยู่ด้านบนนั้น แท้จริงแล้วก็คืออักษรยันต์แต่ละตัว!
“เคล็ดเสียงกระทบแก้ว…ไป!”
ผู้อาวุโสลำดับห้าแผดเสียงชัดเจนเสียงหนึ่ง กรงโปร่งแสงน้อยๆ นั่นก็บินทะยานไปอย่างรวดเร็ว วาดเส้นสีเงินยวงอันตรงดิ่งสายหนึ่งขึ้นมาเหนือครึ่งห้วงอากาศอย่างไร้สุ้มไร้เสียง มุ่งตรงไปยังหมอกดำก้อนนั้น!
ในขณะที่มองเห็นด้วยตาว่าหมอกดำก้อนนั้นกำลังจะถูกผนึกไว้ในกรงโปร่งแสง เสียงระเบิดก็ดังขึ้นคราหนึ่ง ดังมาจากข้างกายของคนหลายคนในฉับพลัน!
ฉู่หลิวเยว่พลันเงยหน้าขึ้นมองปราดหนึ่ง หัวคิ้วก็ขมวดปม
กลับเป็นคนใต้บังคับบัญชาของถ้ำปีศาจทมิฬคนหนึ่ง ร่างกายจู่ๆ ก็ระเบิดออก เปลี่ยนไปเป็นหมอกโลหิตก้อนหนึ่ง!
เขาไม่แม้แต่จะยังได้ทันส่งเสียงร้องเจ็บปวดเสียงหนึ่งเลยสักครา ชีวาก็ดับสิ้นเสียแล้ว!
จากนั้น หมอกโลหิตก้อนนั้นก็ทะยานมายังหมอกดำด้วยความรวดเร็ว!
ทั้งสองเพิ่งจะสัมผัสกัน ก็ผสานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว!
สีของหมอกดำนั่น คล้ายว่าเปลี่ยนไปเป็นเข้มข้นขึ้นอยู่บ้าง
อีกทั้งที่ตรงกลางนั้น เหมือนกับว่ายังมีสีของโลหิตจางๆ เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
เพียงแต่สีโลหิตนี้แอบซ่อนอยู่ภายใน มองเห็นชัดเจน
ต่อมา เรื่องแบบเดียวกันก็เกิดขึ้นต่อเนื่อง!
ตูม ตูม ตูม!
เสียงระเบิดเสียงแล้วเสียงเล่าดังลอยมา ในชั่วพริบตา ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของถ้ำปีศาจทมิฬโดยรอบต่างก็บาดเจ็บล้มตาย!
ต้องรู้ว่า เพราะก่อนหน้านี้ความเงียบงันครึกโครมขึ้นมาอย่างอึกทึกมากเกินไป เวลานี้ผู้คนแทบจะทั้งถ้ำปีศาจทมิฬ ล้วนอยู่ที่นี่!
ใครก็คิดไม่ถึงว่า คนเหล่านี้ไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะฉู่หลิวเยว่และหรงซิว และก็ไม่ได้เสียชีวิตเพราะผู้อาวุโสลำดับห้า
…พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะล้วนตกตายอยู่ใต้มือของมั่วสือเชียนประมุขของสำนักตน!
แหมะ!
เลือดอุ่นร้อนสายหนึ่ง กระเซ็นลงบนใบหน้าของโต้วหมิ่น
เขาที่กำลังนิ่งทื่อและตกอยู่ในความตื่นตระหนกล้ำลึก พลันได้สติขึ้นมา
“หนี หนีเร็ว!”
เขาหน้าซีดขาว เสียงสั่นเทา แทบจะแสดงความเร็วสูงสุดของตนออกมาอย่างไม่ลังเล!
ทว่าเพิ่งจะย่ำออกมาได้เพียงครึ่งก้าว พลังปราณดั้งเดิมภายในร่างเขา จู่ๆ ก็เริ่มมุ่งไปรวมตัวกันอยู่ที่หยวนตันอย่างบ้าคลั่ง จากนั้น…
โต้วหมิ่นยังไม่มีแม้กระทั่งปฏิกิริยาตอบกลับ ความเจ็บปวดรุนแรงระลอกหนึ่งส่งเข้ามา ร่างของเขาก็สลายหายไปโดยสมบูรณ์
พละกำลังทั้งหมดภายในร่างเขา รวมตัวกันเป็นหมอกโลหิตก้อนหนึ่ง และผสานเข้าด้วยกันกับหมอกดำนั่น
เวลานี้ หมอกดำก้อนนั้นก็จับตัวเป็นก้อนแข็งอย่างมากแล้ว
สีโลหิตที่ด้านในเข้มข้น น่าสะพรึงผิดแผก
ในปราดนี้ นางก็มองเห็นเพียงหมอกสีดำนั่นถูกเปลวเพลิงสีทองของหรงซิวโจมตีอย่างรุนแรงอยู่ครู่หนึ่ง
สีโลหิตที่ด้านในคล้ายว่าจะล้นทะลักออกมาอีกครั้ง ข้างหูยังมีเสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นอย่างคล้ายมีคล้ายไม่มี
แต่สุดท้าย หมอกดำนั่นก็ยังฝืนเข้าไปในเสาเทพยดาสีเลือดได้
จากนั้น เสาเทพยดาสีเลือดนั่นก็พลันหายไป!
ทั้งหมดเป็นแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น
มีหลายคนที่กระทั่งเสาเทพยดาสีเลือดนั่นล้วนมองไม่ทัน เรื่องก็จบลงแล้ว
“น่าเกลียดนัก! เขาหนีไปได้แล้ว!”
บนใบหน้าของผู้อาวุโสลำดับห้าปรากฏความหงุดหงิดสายบาง
หรงซิวกลับส่ายศีรษะเล็กน้อย
“ผู้อาวุโสไม่จำเป็นต้องกังวลนัก วิญญาณของเขาถูกข้าทำร้ายบาดเจ็บสาหัสแล้ว จำเป็นต้องใช้เวลานาน และพลังวิญญาณมหาศาล ถึงจะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้ อีกทั้ง กายเนื้อของเขาก็ถูกทำลายแล้ว ภายในชั่วระยะเวลาอันยาวนานนี้ น่าจะสงบลงแล้ว”
ผู้อาวุโสลำดับห้าส่ายศีรษะ ถอนใจเฮือกหนึ่ง
เขารู้ว่าหรงซิวกำลังปลอบใจเขา แต่ในใจเขาก็ยังไม่สบายใจอยู่บ้าง
การสังหารมั่วสือเชียน สำหรับเขาแล้วไม่นับเป็นเรื่องยากอะไร
หากไม่ใช่ว่าเมื่อครู่นี้…
ฉู่หลิวเยว่ยืนอยู่ด้านข้าง กำลังมองภาพฉากนี้ หัวคิ้วยิ่งขมวดปมแน่นขึ้น
วรยุทธ์เมื่อครู่นี้ ทำให้เงาลวงตาของผู้อาวุโสลำดับห้า ยิ่งพร่าเลือนกว่าก่อนหน้านี้อยู่มาก
ราวกับว่า…ลมเพียงระลอกหนึ่งก็สามารถพัดสลายไปได้
เทียบกับรูปลักษณ์ในตอนที่เขาเพิ่งจะปรากฏตัวแล้ว แตกต่างกันเป็นอย่างมาก
เขาเป็นเช่นนี้ ไม่ถูกต้องอยู่บ้างจริงๆ
ฉู่หลิวเยว่ในที่สุดก็ก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่งอย่างอดไม่ได้ ระหว่างคิ้วตาย้อมไว้ด้วยความกังวลหลายส่วน
“ผู้อาวุโสห้า นี่ท่าน…เป็นอันใดไปหรือ”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...