………………..
บนแผนผังแบบจำลองทรายถาดนั้น สันเขาเรียงเป็นระลอกคลื่น เขียวชอุ่มเรืองรอง
ฉู่หลิวเยว่มองเพียงปราดหนึ่ง ก็จำได้โดยพลัน นี่คือแผนผังแบบจำลองสถาปัตยกรรมซึ่งทำด้วยทรายที่แสดงที่ตั้งอาณาเขตของถ้ำปีศาจทมิฬในเวลานี้!
นางเดินเข้าไปใกล้เล็กน้อย ครานี้ถึงได้มองเห็นว่าเหนือยอดเขาเล็กๆ เหล่านั้น มีจุดสีเลือดแต่ละจุดอยู่ วาบกระพริบแสงเรืองๆ อยู่
ฉู่หลิวเยว่เพ่งพิศ มองอย่างละเอียดปราดหนึ่ง ถึงได้พบว่าเหนือจุดสีเลือดเหล่านั้น คาดไม่ถึงว่าจะล้วนแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันบางๆ
ทันใดนั้น นางก็กวาดตาคราหนึ่ง พบว่าด้านข้างมียอดเขาลูกหนึ่งถล่มลงมาแล้ว
… นี่คือภูเขาลูกแรกสุดลูกนั้นที่หงอันพาพวกเขาไป!
ภูเขาลูกนั้นที่ด้านนอกถล่มลงมาแล้ว ดังนั้นแบบจำลองบนแผนผังแบบจำลองทรายนี้ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามกัน
“นี่…”
ฉู่หลิวเยว่พลันฉุกคิดอันใดขึ้นมาได้ จึงสูดลมเย็นเข้าไปเฮือกหนึ่ง
“ผังจำลองทรายนี่เชื่อมกับด้านนอก”
หรงซิวรับคำของนางต่อ
น้ำเสียงไม่ตกตะลึง สีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับว่าคาดเดาจุดนี้ได้อยู่ก่อนแล้ว
“มั่วสือเชียนสามารถควบคุมทั้งหมดของด้านนอกได้โดยผ่านผังจำลองทรายนี้ หากด้านนอกเกิดอันใดขึ้น ก็จะส่งผลกระทบที่เหนือผังจำลองทรายนี้อย่างรวดเร็ว ทำให้มั่วสือเชียนสามารถรับทราบได้อย่างรวดเร็ว”
นี่คือเพื่ออันใด แม้เขาไม่ได้ออกมา และไม่ได้ฟังการรายงานใดจากผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ยังรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอก
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าอย่างเข้าใจ ขณะมองแผนผังแบบจำลองทรายนั้นอย่างละเอียด ระลอกคลื่นในใจ กลับยังคงไม่สงบลงอยู่เนิ่นนาน
มั่วสือเชียน… เป็นคนมีฝีมือจริงๆ
“แค่ก…แค่กๆ…”
ผู้อาวุโสลำดับห้าพลันกระแอมไอขึ้น
ผู้อาวุโสลำดับห้าโบกมือเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรๆ ลมปราณสายนี้ถูกขังมาหลายปี เวลานี้พอออกมาได้ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะยังมีความไม่สอดคล้องอยู่บ้าง… ข้าพักสักหน่อยก็ได้แล้ว นังหนูไม่ต้องกังวล”
ฉู่หลิวเยว่จะไม่กังวลได้อย่างใด
เหตุผลที่เขาบอกนั้น นางล้วนไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว
นิ่งเงียบครู่หนึ่ง ฉู่หลิวเยว่ก็เอ่ยถาม
“ใช่เป็นเพราะที่ทะเลทรายจันทราสีชาดฝั่งนั้นเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือไม่”
ผู้อาวุโสลำดับห้าชะงักงัน พลันต้องการปฏิเสธตามจิตใต้สำนึก
“จะเป็นไปได้…”
วาจาไม่ทันจบ เมื่อช้อนตาขึ้น ก็ปะทะเข้ากับดวงตาดำขลับเป็นประกายคู่นั้นเข้า
ดวงตาคู่นั้น สุกใสดั่งดารา คล้ายว่าจะมองทะลุทุกอย่างได้
วาจาที่เหลือของผู้อาวุโสลำดับห้า อย่างใดก็เอ่ยไม่ออกจากปากแล้ว
ลังเลครู่หนึ่ง เขาถึงค่อยถอนใจเสียงทุ้มคราหนึ่ง
“… ช่วงนี้ ที่ทะเลทรายจันทราสีชาดฝั่งนั้น เกิดปัญหาขึ้นจำนวนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ ลมปราณสายนี้ของข้าถูกผนึกอยู่กลางแดนสวรรค์โลหิตนั่น ย่อมไร้การติดต่อกับดวงวิญญาณที่อยู่ในทะเลทรายจันทราสีชาด และก็ไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรนัก ทว่าตอนนี้ในเมื่อทะลวงออกมาจากแดนสวรรค์โลหิตแล้ว ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับการพาดพิง”
“พาดพิงหรือ”
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกว่าคำนี้ค่อนข้างหนักอึ้งอยู่บ้างอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ผู้อาวุโสลำดับห้ากำลังตรึกตรอง คล้ายว่ากำลังพิจารณาถ้อยคำนี้
“แม้ความสามารถของข้าจะไม่ด้อย แต่เพราะไม่มีร่างศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นหลายเรื่องจึงทำได้ไม่ค่อยสะดวกนัก แต่พอดวงวิญญาณได้รับบาดเจ็บ ลมปราณสายนี้เองก็…”
ดูท่าแล้วที่ทะเลทรายจันทราสีชาดฝั่งนั้น เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ แล้ว
ไม่อย่างนั้นอาศัยความสามารถของผู้อาวุโสลำดับห้าแล้ว จะได้รับบาดเจ็บได้อย่างใด
อีกทั้ง ช่วงเวลานี้ พี่เป่าก็ไม่ได้ส่งข่าวคราวใดมาให้เลย
ผู้อาวุโสลำดับห้าเอ่ยปลอบ
“นังหนูวางใจ เป็นแผลเล็กๆ จำนวนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหญ่…”
เมื่อฉู่หลิวเยว่จ้องตรงมาที่เขา
วาจาที่เหลือของผู้อาวุโสลำดับห้า ก็พลันเอ่ยไม่ออกแล้ว
เนิ่นนาน สุดท้ายเขาก็ฝืนยิ้มส่ายศีรษะอย่างจนใจ
พูดไปพูดมา ก็ยังเป็นเพราะว่าพวกเขาเป็นห่วงนาง
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดในใจ
ภัยบุหลัน…
ไม่น่าเล่าพี่เป่าถึงล้วนไม่มีข่าวคราวอันใดมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็ถูกทำให้ล่าช้าออกไปจริงๆ
เพียงแต่…
“ผู้อาวุโสห้า ก่อนหน้านี้ข้าจำได้ว่าผู้อาวุโสหลานเซียวเคยบอกไว้ว่า ภัยบุหลันหนึ่งครั้งในทะเลทรายจันทราสีชาด เหมือนว่า… จะอยู่ห่างจากช่วงเวลานี้ ยังไม่ถึงร้อยปีเลยกระมัง”
เกี่ยวกับภัยบุหลัน ตอนอยู่ที่ทะเลทรายจันทราสีชาดหลายปีก่อน นางบังเอิญได้ยินหลานเซียวเคยเอ่ยถึงสองประโยค
เวลานั้นฟังจากความหมายของเขา คล้ายว่าจะไม่ได้เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว
ถ้าเป็นเวลาหนึ่งร้อยปีจริง เช่นนั้นเขาไม่น่าจะใช้น้ำเสียงเช่นนั้น…
แต่เวลาที่แน่นอนนางก็ไม่ได้ถาม ดังนั้นจึงทำได้เพียงกะประมาณคาดเดาเอา
ผู้อาวุโสลำดับห้าตะลึงงัน แล้วสบถด่าในใจในทันที
หลานเซียวไอ้คนปากไม่มีหูรูดนั่น!
หมกหมุ่นอยู่กับความงามของตนเองทุกวันแล้วยังยุ่งไม่พอเหรอ เหตุใดถึงได้มากวาจาเช่นนั้น!
ยังล้วนพูดแต่สิ่งสำคัญถึงเพียงนั้นด้วย!
เรื่องนี้ให้นังหนูเยว่เออร์ล่วงรู้ได้หรือไร!
“เรื่องนี้… เจ้าเดาได้ไม่ผิด เวลานี้ห่างจากภัยบุหลันครั้งก่อน ยังไม่ถึงหนึ่งร้อยปีจริงๆ แต่… พลังฟ้าดินภายในทะเลทรายจันทราสีชาดก็ไม่มั่นคงอย่างมากมาโดยตลอด ที่บอกว่าทุกหนึ่งร้อยปี อันที่จริงแล้วก็เป็นการคำนวณคร่าวๆ เท่านั้น ไม่ได้แม่นยำ ครั้งนี้… อาจจะเกี่ยวข้องกับการหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ใหม่ของพี่เป่าด้วย”
ผู้อาวุโสลำดับห้าเอ่ยคลายความสงสัย
แต่วาจาประโยคสุดท้าย กลับเป็นความจริง
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดเล็กน้อย คำอธิบายนี้คล้ายว่าก็พูดออกมาอย่างชัดเจน
“เช่นนั้น…”
“เวลานี้ เจ้าอยู่เฝ้าท่าเรือดอกท้อไปก่อน รอภัยบุหลันผ่านไปแล้ว เจ้าค่อยไปอีกรอบ ก็ไม่สาย”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...