เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2033

………………..

ถังเคอ

แน่นอนว่าฉู่หลิวเยว่คุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างมาก

เขาเคยเป็นปรมาจารย์หลอมอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดบนโลกนี้!

ไม่ ความจริงแล้วต้องบอกว่า ตลอดพันปีที่ผ่านมาหลังจากถังเคอจากไป ไม่มีใครที่สามารถเทียบเคียงเขาปรากฏขึ้นมาเลย

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด!

แน่นอนว่า นอกจากเขาแล้วก็ยังมีท่านซูอีกคนหนึ่ง

เพียงแต่ท่านซูเข้ามาแล้วจากไปอย่างรีบร้อน นอกจากการประลองกับถังเคอและหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ห้าชิ้นแล้ว เขาก็หายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง

แม้กระทั่งชื่อของท่านซูพวกเขาก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่สามารถหาเบาะแสอันใดได้เลย

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว คนจะรู้จักถังเคอมากกว่า ทั้งยังให้ความเคารพเขาอย่างมากด้วย

“สุสานของถังเคอ? มันไม่ได้หายไปพร้อมกับสงครามในปีนั้นหรอกหรือ? เหตุใดจู่ๆ ถึงมาบอกว่าพบสุสานของเขาแล้วล่ะ?”

ฉู่หลิวเยว่ตะลึงมาก

องค์ปฐมกษัตริย์ถอนหายใจออกมา

“ใช่แล้ว! ถังเคอเป็นอัจฉริยะที่โลกตะลึง ฐานะของเขาในอาณาจักรเสิ่นซวี่ช่างน่าเกรงขามอย่างมาก! หลังจากสงครามสะท้านฟ้าในครั้งนั้น เขาก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอันใดอีก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ได้ยินมาว่าแม้กระทั่งตระกูลถังก็ยังไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน จนกระทั่งตระกูลถังเกิดความวุ่นวาย เขาก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมา หลังจากนั้นทุกคนก็เชื่อว่า เขานั้นน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนเขาเสียชีวิตเมื่อใดนั้น และสุสานของเขาอยู่ที่ใดก็ไม่มีใครรู้ แต่ก่อนหน้านี้ไม่นาน มีข่าวลือออกมาว่า มีคนหาสุสานของถังเคอเจอแล้ว”

ฉู่หลิวเยว่ถามขึ้นมา

“สุสาน… สุสานของคนผู้นั้นอยู่ที่ใด?”

“ตามข่าวลือบอกว่า อยู่ใกล้ลุ่มน้ำชิงกู่”

“ลุ่มน้ำชิงกู่? ฐานที่มั่นของตระกูลเว่ย?”

“ทันทีที่ข่าวลือนี้ปรากฏออกมา อาณาจักรเสิ่นซวี่ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตอนนี้ปรมาจารย์หลอมอาวุธจำนวนมากก็น่าจะวางแผนเตรียมตัวไปที่นั่น”

ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้ว

“คนของตระกูลเว่ยจะยินยอมหรือ?”

ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นพื้นที่ของพวกเขา

อีกทั้ง ไม่มีใครรู้ว่าภายในสุสานของถังเคอ…จะมีสมบัติอันใดซ่อนเอาไว้อยู่บ้าง?

เรื่องนี้ก็น่าดึงดูดใจอย่างมาก สำหรับผู้บำเพ็ญเพียร

องค์ปฐมกษัตริย์เอามือไพล่หลัง เมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“แน่นอนว่าพวกเขาไม่ยอม แต่หลังจากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป พวกเขาก็ต้องยอมละนะ”

ฉู่หลิวเยว่เข้าใจ

สิ่งที่เขาพูดมาก็ถูก

หลังจากถังเคอหายสาบสูญไปในปีนั้น ตระกูลถังก็แตกแยก ตระกูลระดับสูงจำนวนนับไม่ถ้วนร่วมมือกันเพื่อกำจัดพวกเขา เพียงเพราะพวกเขาอยากได้สมบัติและมรดกที่ถังเคอทิ้งเอาไว้ให้

ตอนนี้สุสานของถังเคอปรากฏขึ้นมาแล้ว ใครเล่าจะไม่อยากได้?

คนที่อยากเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้คงมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

ต่อให้ตระกูลเว่ยจะแข็งแกร่ง แต่พวกเขาจะต้านทานคนหมู่มากได้อย่างใด?

“นับว่าคนของตระกูลเว่ยฉลาด เมื่อเขารู้ว่าไม่สามารถผูกขาดสุสานของถังเคอไว้เพียงคนเดียวได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจจัดการแข่งขันขึ้น ครึ่งเดือนต่อจากนี้ทุกคนที่มีความคิดอยากจะเข้าไปสำรวจสุสานของถังเคอก็ให้ไปรวมตัวกันที่ลุ่มน้ำชิงกู่ แล้วให้ลงมือพร้อมกัน เมื่อถึงตอนนั้นคนที่สามารถเปิดสุสานของถังเคอได้ ของวิเศษและมรดกก็ถือว่าเป็นของเขา”

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมา

การเอาตัวรอดของตระกูลเว่ยนั้นแข็งแกร่งมาก

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การเปิดสาธารณะ ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว

“ดังนั้นข้าจึงอยากจะเดินทางไปที่นั่นสักครั้ง”

องค์ปฐมกษัตริย์พูดขึ้นอย่างจริงจัง

ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นมามอง

น้อยครั้งมากที่นางจะได้เห็นสีหน้าเช่นนี้ขององค์ปฐมกษัตริย์

แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็คือสุสานของถังเคอเชียว!

องค์ปฐมกษัตริย์ เป็นปรมาจารย์หลอมอาวุธ ดังนั้นจึงยากจะต้านทานความเย้ายวนนี้

“แต่…การเดินทางครั้งนี้มันจะอันตรายหรือไม่เจ้าคะ?”

ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

“ผลประโยชน์น่าดึงดูด ย่อมต้องมีคนที่มีความคิดเลวร้ายแฝงตัวเข้าไป…”

“นั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในเส้นทางการบำเพ็ญเพียร หนทางจะราบรื่นตลอดไปอย่างนั้นหรือ?”

องค์ปฐมกษัตริย์หัวเราะขึ้นเสียงดัง

“นังหนู เจ้าเองก็รู้ว่า ข้าอยู่ในระดับช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์มาเป็นเวลานานมาก…”

“นั่นเป็นเพราะว่าระหว่างนั้น…”

ฉู่หลิวเยว่รู้เรื่องนี้ดี

นางพยักหน้าเบาๆ

โดยเฉพาะสัตว์อสูรเหล่านั้น

เนื่องจากก่อนหน้านี้สภาพแวดล้อมของท่าเรือดอกท้อสับสนวุ่นวายมาก มีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกัน อสูรศักดิ์สิทธิ์ก็หาได้ยากยิ่ง

แต่ฉู่หลิวเยว่พาอสูรศักดิ์สิทธิ์กลับมาในครั้งนี้เป็นการดึงดูดความสนใจของทุกคนอย่างมาก

เฉินอีได้คัดเลือกพื้นที่ภูเขาส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับพวกมันตามคำสั่งของฉู่หลิวเยว่แล้ว อีกทั้งยังสั่งห้ามคนเข้าใกล้เป็นเวลาหนึ่งเดือน

…ท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็ยังต้องพักฟื้นอาการบาดเจ็บ

ความคิดของฉู่หลิวเยว่เรียบง่ายมาก หลังจากพวกมันหายดีแล้วก็จะเปิดพื้นที่บริเวณภูเขา

เมื่อถึงตอนนั้น หากมีผู้บำเพ็ญเพียรต้องการจะทำพันธสัญญากับสัตว์อสูร พวกเขาก็สามารถมาทดลองได้

หากพวกเขามีฝีมือ สัตว์อสูรเหล่านี้จะต้องยอมจำนนโดยธรรมชาติ

หลังจากได้ยินความคิดของฉู่หลิวเยว่แล้ว พวกเขาก็ระงับความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะกลับไปบำเพ็ญเพียรของตนเองต่อ

โดยสรุปแล้ว บรรยากาศของการบำเพ็ญเพียรทั่วทั้งท่าเรือดอกท้อก็เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

ตอนหัวค่ำ ฉู่หลิวเยว่ก็มาที่ประตูม่านพลังอีกครั้ง

อู่เหยาและอวี๋จิ่วกำลังยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น

หลังจากที่เกิดเรื่องครั้งที่แล้ว เฉินอีก็เปลี่ยนคนอีกครั้ง

ตอนนี้มีเพียงผู้พิทักษ์สิบสามเยว่เท่านั้นที่รับผิดชอบที่แห่งนี้

ทั้งสองคนรับทราบข่าวที่ฉู่หลิวเยว่กลับมาแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางเพิ่งกลับมาได้ไม่นาน แต่ก็มาที่แห่งนี้แล้ว

“นายท่าน?”

สายตาของทั้งสองคนประสานกัน ในแววตามีความกังวลใจเล็กน้อย

เขาไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง

ฉู่หลิวเยว่โบกมือ

“ข้าแค่มาดูเท่านั้น”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์