………………..
ถวนจื่อพยักหน้าระรัว
“อื้อ! อาเยว่กับฝ่าบาทบอกไม่แพ้ เช่นนั้นก็ไม่แพ้เจ้าค่ะ!”
ขณะกล่าวเช่นนั้น นางก็ถอนหายใจออกมาอีกครา
“เห้อ…แต่น่าเสียดายที่การแข่งขันในครานี้ ถวนจื่อไม่ได้ช่วยอันใดได้เลย…”
หรงซิวยิ้มบาง
“เพียงเจ้าใช้โอกาสนี้เพิ่มพูนกำลังของตัวเองได้ ก็ไม่เลวแล้ว”
เนื่องจากถวนจื่อเป็นสัตว์อสูรของฉู่หลิวเยว่ การที่มันพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นได้นั้น พูดตามหลักแล้ว ย่อมเป็นผลดีต่อฉู่หลิวเยว่
ถวนจื่อได้ฟังเช่นนั้น ก็มีแรงฮึดสู้ในทันที หมัดเล็กๆ กำแน่น ราวเตรียมพร้อม
“ฝ่าบาทพูด! ข้าจะไปฝึกฝนเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”
ไม่ทันสิ้นเสียง ร่างเล็กๆ สีแดงทองก็หายวับไปในทะเลสายฟ้า
หรงซิวเงยหน้าขึ้นมองเงียบๆ
ผ่านไปสิบกว่าวันแล้ว แต่จำนวนทัณฑ์สวรรค์บนฟากฟ้านั้น ดูเหมือนไม่ได้ลดลงเลยสักนิด
เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้พวกมันถูกผู้ร่วมแข่งขันกลืนกินไปมากแล้ว แครั้นเทียบกับจำนวนที่หายไปแล้ว กลับยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
เรียวตาคมกวาดมองลำแสงสีเงินเจิดจ้าด้านบน ที่สุกสกาวพราวพริ้งจนแสบตา
พวกมันคือทัณฑ์สวรรค์ที่ถังเคอสะสมมานานนับพันปี…
เปรี้ยง!
เสียงกัมปนาทดังพรั่งหรูอย่างต่อเนื่อง!
หรงซิวดึงสายตากลับมา ก่อนจะเห็นทัณฑ์สวรรค์นับไม่ถ้วนผ่าลงมาพร้อมกัน! และมุ่งตรงไปยังซั่งกวนจิ้ง!
ที่ด้านหน้าเขามีกริดหยกวิญญาณวางอยู่ และหลังจากถูกหลอมด้วยทัณฑ์สวรรค์มากมายเป็นเวลานาน ในที่สุดเค้าโครงเดิมของมันก็ขยายกลายเป็นกระบี่!
แรงกดดันอันแข็งแกร่งแผ่มาจากตัวกระบี่ และเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ!
ทัณฑ์สวรรค์มากมายระดมผ่าลงมาห่าใหญ่ ค่อยๆ ขัดเกลากระบี่ด้ามนั้นทีละน้อย!
แม้แต่ร่างของซั่งกวนจิ้ง ก็ยังถูกแสงเจิดจ้าปกคลุม จนยากแก่การมองเห็น
“ในที่สุด อาวุธศักดิ์สิทธิ์ของซั่งกวนจิ้วก็จะหลอมเสร็จแล้วใช่หรือไม่?”
“ท่ามกลางสามคนนี้ เขาเป็นคนเดียวที่ใช้อาวุธศักดิ์สิทธิ์กระตุ้นทัณฑ์สวรรค์…และถ้าจำไม่ผิด ช่วงที่ผ่านมาเจ้ากริดหยกวิญญาณนี่ อาจจะกลืนกินทัณฑ์สวรรค์ไปมากกว่าพันสายแล้วกระมัง!”
“น่าทึ่งมาก…ทักษะเช่นนี้ ช่างน่าพิศวงเสียจริง!”
“หึ พวกเราที่อยู่ในสุสานนี้ จะเทียบฝีมือกับใครได้นักเชียว? สำหรับข้าแล้ว ทักษะด้านการหลอมอาวุธนั้น ข้าให้ซั่งกวนจริงเป็นที่หนึ่งในหมู่เรา! แต่สำหรับการแข่งนี้ ไม่รู้เลยว่าคนที่หัวเราะทีหลัง จะเป็นใครกันแน่?”
…
ในที่สุดการหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ในครอบครองของซั่งกวนจิ้ง ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว
ทัณฑ์สวรรค์นับไม่ถ้วนพุ่งลงมา แล้วเสียดสีขัดเกลากระบี่เล่มยาวที่เกิดจากกริดหยกวิญญาณ
ยามนี้พลังปราณในการเขาใกล้จะหมดลงแล้ว
ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ โดยใช้ทัณฑ์สวรรค์มากเพียงนี้!
ใช่แล้ว
เจ้าสิ่งนี้คืออาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋ออย่างไม่ต้องสงสัย!
ยิ่งไปกว่านั้น มันคืออาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยหลอม นับตั้งแต่ใช้ชีวิตมา!
การเคลื่อนไหวอันน่าอัศจรรย์ใจนั้น ดึงดูดความสนใจของฉู่หลิวเยว่และเว่ยเจ๋อเช่นกัน
ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองอย่างพร้อมเพรียง
นัยน์ตาของฉู่หลิวเยว่ทอประกายวิบวับ
นี่เป็นครั้งแรกนางได้เห็นองค์ไท่จู่หลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ และมันน่าทึ่งกว่าที่คาดไว้มาก!
เว่ยเจ๋อกำหมัดแน่น จิตใจสุมไปด้วยไฟริษยา
แต่โชคดีที่เขายังมีไม้ตายอยู่
แข็งแกร่งสู้ซั่งกวนจิ้งไม่ได้ ก็ช่างมันประไร
แค่ยืนหยัดเป็นคนสุดท้ายได้ ก็จะได้สมบัติของถังเคอมาครอบครองแล้ว!
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็ยิ่งจดจ้องเข้าไปในค้อนม่วงดำที่อยู่ตรงหน้า
หึ่ง!
เสียงหวีดหวิวดังอื้ออึง!
แม้ซั่งกวนจิ้งจะถอนตัวแล้วถูกปรับแพ้ เข้าก็สร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อออกมาได้ แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว
“ตกลง”
ถังเคอดูไม่แปลกใจกับการตัดสินใจของเขา
“ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เจ้าได้กลืนกินทัณฑ์สวรรค์ไปแล้วทั้งหมดหนึ่งพันสามร้อยแปดเอ็ดสาย จัดเป็นอันดับหนึ่งในตอนนี้ หากหลังจากนี้ สองคนที่เหลือเก็บทัณฑ์สวรรค์มากกว่าเจ้าไม่ได้…ผู้ชนะจะเป็นเจ้า!”
เหล่าผู้ชมล้วนตกใจกับตัวเลขที่ได้ยิน
“ในอนาคตหากมีโอกาส ก็ลองหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ดูเสีย สำหรับเจ้าแล้ว ไม่น่าเป็นไปไม่ได้”
ประโยคสุดท้ายของถังเคอ ทำเอาคนฟังตกตะลึงกันทั้งบาง
หมายความว่า…
นี่มันหมายความว่า ซั่งกวนจิ้งมีทักษะการหลอมอาวุธที่เก่งกล้าขนาดนั้นเชียวหรือ!
ซั่งกวนจิ้งเองก็ตกใจ พลันรีบก้มศีรษะลงทันที
“น้อมรับคำชี้นำของท่านขอรับ”
ทุกคนล้วนทำหน้าตาเลิกลัก พวกเราต้องมองซั่งกวนจิ้งใหม่เสียแล้ว
ในเมื่อถังเคอเอ่ยปากเอง ย่อมเป็นเช่นนั้นแน่ๆ!
แม้ครั้งนี้ซั่งกวนจิ้งพ่ายแพ้ แต่เพียงสิ่งที่พวกเขาเห็นในวันนี้พรั่งพรูออกไป แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้คนทั้งยุทธภพตกตะลึง และสรรเสริญความเก่งกาจของเขาแล้ว…
ซั่งกวนจิ้งประสานหมัด เคารพอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันหลังเดินไปยังทางเข้า
เมื่อเห็นเขาเดินมา ทุกคนพลันวิตกจริตขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ซั่งกวน ยินดีกับเจ้าด้วย!”
ชายชราสองสามคนที่เข้ามาพร้อมกับซั่งกวนจิ้ง เคลื่อนเท้าเข้ามาเขาเป็นพวกแรก แล้วกล่าวแสดงความยินดีกับเขา
คนที่เหลือจึงรีบทำตามทันที
“ขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสซั่งกวน!”
“ผู้อาวุโสเงียบหายไปหลายปี ยามนี้ได้แสดงฝีให้ประจักษ์อีกครั้ง ช่างน่าประทับใจยิ่งยวด!”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...