เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2063

………………..

การกระทำเช่นนี้ของเขา ทำเอาคนดูอึ้งจนพูดไม่ออก

เพราะมันฉับพลันเกินไป

ก่อนหน้านี้รอตั้งนาน ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น เว่ยเจ๋อเองก็ดูนิ่งเงียบไม่ไหวติง

ไม่มีใครคิดว่าเขาลงมือกะทันหันเช่นนี้

“หรือเพราะถูกตามทัน เลยรีบร้อนเช่นนี้?”

หลายคนต่างคาดเดาไปในทิศทางเดียวกัน

ซึ่งมันคือคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุด

โลหิตอุ่นๆ ไหลหยดลงบนค้อน และถูกดูดซับหายไปในพริบตา ไม่เหลือร่องรอยใดใด

จากนั้น ลายอักขระบนค้อนก็สว่างวาบขึ้น

ลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งกระจายออกมา!

ทัณฑ์สวรรค์เบื้องบนแล่นริ้วราวถูกกระตุ้นด้วยพลังบางอย่าง ก่อนจะมุ่งหน้ามาทางนี้ แล้วค่อยๆ รวมตัวกันจนเกิดพายุสายฟ้าที่หมุนวนราวกับพายุงวงช้าง

โดยมีเว่ยเจ๋อเป็นศูนย์กลางพายุ!

ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือ ด้ามค้อนที่อยู่ตรงหน้าเขาเขาต่างหาก

ฉู่หลิวเยว่เองก็นำสมบัติศักดิ์สิทธิ์ออกมาวางไว้เบื้องหน้า หากแต่รัศมีของทั้งสองคนที่ส่งไปยังคนดูนั้น แตกต่างกันลิบลับ

ทางด้านฉู่หลิวเยว่ ทุกคนสัมผัสได้ชัดเจนว่า เป็นตัวนางที่เปิดใช้งานสมบัติศักดิ์สิทธิ์และอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อเหล่านี้ และกระตุ้นทัณฑ์สวรรค์ให้ผ่าลงมา

แต่ด้านเว่ยเจ๋อนั้น กลับดูเหมือนว่าค้อนด้ามนั้นต่างหาก ที่เป็นตัวกระตุ้นทัณฑ์สวรรค์เบื้องบน

เว่ยเจ๋อนั่งอยู่ตรงนั้น เหมือนมีตัวตน แต่ก็เหมือนไม่มี

สายลมกระโชก อัสนีบาตรส่งเสียงคำราม

ฉู่หลิวเยว่เองก็ตกใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้

นางหันไปมองพลันหรี่ตาลงอย่างจับผิด

ยามนี้ท่าทีของเว่ยเจ๋อดูผิดแปลกไปมาก

ใบหน้าของเขาซีดขาว หน้าผากปรากฏเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย เลือดสีสดไหลซึมออกมาตามขอบปาก ก่อนจะถูกเขาเช็ดปาดออกอย่างรวดเร็ว

ลมปราณรอบกายเขาแผ่วเบาลงกว่าครู่ก่อนมาก

ในสายตาของคนอื่น พวกเขาคิดว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะเขาระเบิดพลังแล้วผลาญมันจนหมด เพื่อเรียกทัณฑ์สวรรค์

แต่ฉู่หลิวเยว่ไม่คิดเช่นนั้น

การที่เว่ยเจ๋อตกอยู่ในสภาพนี้…ไม่น่าใช่แค่เรื่องระเบิดพลังปราณแน่ๆ!

ฉู่หลิวเยว่เบนสายตามามองค้อนที่อยู่ตรงหน้าเขา พลางครุ่นคิดกับตัวเอง

ไม่รู้เพราะอะไร แต่นางมักจะสัมผัสได้ตลอดว่าเว่ยเจ๋อถูกควบคุม…

“ประมุขเว่ย”

จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็อ้าปากตะโกนเรียกเขา

แต่ดูเหมือนเว่ยเจ๋อจะไม่ได้ยิน ไร้การตอบสนองจากอีกฝ่าย ดวงตาของเขาจับจ้องเพียงค้อนที่อยู่ตรงหน้า

“ประมุขเว่ยเจ้าคะ?”

ฉู่หลิวเยว่เร่งเสียงดังขึ้น

ครานี้ เว่ยเจ๋อถึงได้หันมา

ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง

เว่ยเจ๋อหน้าซีดเผือดราวกับผี ไร้ซึ่งโลหิต อีกทั้งลมปราณและระดับจิตวิญญาณเองก็ต่ำลงเสียน่ากลัว

เทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว ราวกับคนละคน!

และทั้งหมดนี้เกิดจากตอนที่กรีดฝ่ามือตัวเอง แล้วทิ้งรอยเลือดลงบนค้อน

ครั้งแรกที่เขาหันศีรษะมามองนาง ดวงตาของเขามัวหมองราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา

แม้หลังจากนั้น เขาก็กลับมาเป็นปกติดังเดิมได้โดยไว เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตาของเขา แต่กระนั้นฉู่หลิวเยว่ก็ยังคิดว่ามันผิดปกติอยู่ดี

“ประมุขเว่ยเจ้าคะ วลีที่ท่านกล่าวไว้กับข้าก่อนหน้านี้ ยามนี้ข้าขอคืนมันให้ท่าน แม้การแข่งขันจะสำคัญยิ่ง แต่ร่างกายของท่านสำคัญที่สุด”

ยามนี้ ทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้นล้วนไม่มาตามแรงยุของนางแล้ว

แม้แต่ขวานสุริยันมรกตอันยิ่งใหญ่และของอื่นๆ ก็ยังมีช่องโหว่อยู่

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป คงไม่ได้การแน่…

หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง พลันยกมือขึ้นแล้วตั้งสมาธิเรียกวัตถุทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้ากลับคืนมา

ไม่นานรอบตัวนางก็เหลือเพียงความว่างเปล่า

ผุ้ชมทั้งหมดพลันเงียบเสียงไปโดยปริยาย

หรือว่านาง…จะยอมแพ้แล้ว?

“ถอนฟืนใต้กระทะ[1]งั้นหรือ! ประมุขเว่ยช่างเก่งกาจโดยแท้”

ฉู่หลิวเยว่กล่าว

เว่ยเจ๋อหันกลับมามองนางอีกครั้ง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน

“ยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ”

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเบาๆ และเมินคำพูดของเขา นางปรบมือเบาแล้วปัดฝุ่นตามตัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง

“ในชีวิตคนอย่างข้า เกลียดผู้ที่ช่วงชิงของของข้าไปมากที่สุด”

เสียงของนางแผ่วเบา ราวกับจะปลิวหายไปตามลมได้ทุกเมื่อ

“ประมุขเว่ยเจ้าคะ ถ้าเป็นเช่นนั้น เหตุใดพวกเราไม่มาลองทายกันดู ว่าใครจะปล้นใครกันแน่?”

เว่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง พลันขมวดคิ้วฉับ

“เจ้าไม่ใช่คู่…”

ทว่าขณะนั้นเองไม่ทันพูดจบ เขาก็อึ้งไป มองดูเด็กสาวคนนั้นเขย่งปลายเท้าเล็กน้อย ร่างของนางพุ่งทะยานออกไปราวลูกธนู!

มุ่งหน้าสู่ทะเลแห่งอัสนีบาตรอันไร้ที่สิ้นสุดบนท้องนภา!

[1]ถอนฟืนใต้กระทะ เป็นการอุปมาว่า ตัดไฟเสียแต่ต้นลม

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์