เสียงของเขาเย็นชาและทุ้มต่ำ ราวกับเสียงแผ่นหยกกระทบกัน แต่กลับเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว!
และทันทีที่พูดจบ พื้นดินใต้เท้าเขาก็ปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งสีขาวกระจ่าง!
สายลมเย็นพัดโชยเข้ามา
ก่อนที่ร่างเงาโปร่งแสงร่างหนึ่ง จะปรากฏขึ้นต่อหน้าหรงซิว
ร่างเงานั้นเป็นบุรุษอายุอานามราวสามสิบปี เสื้อคลุมตัวยาวสีน้ำเงินโปกสะบัด กายาสูงเด่นเป็นสง่า พร้อมกับรูปโฉมอันหล่อเหลาที่ค่อยๆ เผยให้เห็นทีละนิด
เขาคือ ถังเคอ!
หากไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง คงยากที่คนทั้งโลกจะเชื่อว่าถังเคอในตำนานนั้น ยังหนุ่มยังแน่นเพียงนี้
อันที่จริง เนื่องจากศักยภาพที่โดดเด่นมากกว่าใครในตอนนั้น ทำให้เขาทะลวงผ่านขอบเขตพลังปราณได้เร็ว และกลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้นรูปร่างหน้าตาของเขาจึงคงหยุดไว้ที่ช่วงอายุดังกล่าว
เขาหันไปมองหรงซิวที่กำลังโกรธเคืองกัน ความกลัวพลันแล่นผ่านดวงตาอันลึกล้ำ ก่อนจะรีบประสานหมัดแล้วคำนับหรงซิวด้วยความเคารพ
“ข้ากระทำการอุกอาจ นำนายท่านเยว่เข้าไปในถ้ำเร้นวายุ หวังว่าฝ่าบาทจะให้อภัย!”
หรงซิวมองเขาด้วยสายตาเชือดเฉือ
“พระชายาต่างหาก”
ถังเคอพลันฉุกคิดขึ้นมาได้ และก้มศีรษะขอโทษโดยด่วน
“ข้าผิดไปแล้ว!”
เกือบลืมไปเลยว่าตอนนี้ฝ่าบาททรงอภิเสษสมรสแล้ว…
หรงซิวก้าวเท้าไปข้างหน้า
แรงกดขี่บีบอัดหนักหน่วงมากขึ้นทุกย่างก้าว จนถังเคอแทบจะทนไม่ไหว
หรงซิวกล่าวเสียงเรียบตึง
“ไม่ว่านางจะเลือกประตูไหนในสิบประตูนี้ สุดท้ายมันก็จะนำพานางไปยังถ้ำเร้นวายุอยู่ดี เจ้าอยากให้นางช่วยคนที่เจ้าดูแลอยู่ใช่หรือไม่? แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้อันตรายต่อนางมากแค่ไหน!”
น้ำเสียงที่ใช้ถามนั้นเย็นเยียบไปถึงขั่วหัวใจ
เขากัดฟันกรอด พลางสะบัดชายเสื้อแล้วทิ้งตัวลงคุกเข่าขออภัยโทษ!
“ฝ่าบาท! ข้าเข้าใจทุกอย่างที่ท่านกล่าวมา แต่ว่าข้าต้องทำสิ่งนี้ผ่านมานานหลายพันปี ข้า…มิอาจทนรออีกต่อไปแล้ว!”
แม้เขาจะรู้ว่าการทำเช่นนี้ จะทำให้ฝ่าบาททรงกริ้ว แต่อย่างใดเขาก็ต้องทำมัน!
เพราะนี่เป็นโอกาสเดียวของเขา!
หรงซิวหลุบตามองคนที่อยู่ต่ำกว่าอย่างเย็นชา
ถังเคอจรดศีรษะแนบพื้น สองมือวางราบไปกับพื้นดิน ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาลเช่นนี้ ทำเขาแทบทรงตัวไม่อยู่
หลังจากเดินผ่านทางเดินแคบๆ มา นางก็พบกับค่ายกลสีเงินที่ตั้งอยู่ปลายทาง
แสดงว่าแสงที่เห็นเมื่อครู่นี้ มาจากค่ายกลนี่สินะ
ฉู่หลิวเยว่ลอบสังเกตมันอย่างระมัดระวัง
แรงกดดันที่ปล่อยออกมาจากค่ายกลนี่แข็งแกร่งมาก แต่เหมือนจะมิได้เป็นอันตรายแก่ชีวิต
นางเอื้อมมือออกไปอย่างลังเล แต่ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่ามือของตนนั้น ทะลุผ่านค่ายกลเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
“หึ”
ดวงตากลมเบิกโพล่งด้วยความตกใจ
นางแทบไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้เลย…
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เดินไปข้างหน้า ปรากฏว่านางสามารถผ่านเข้าไปได้ทั้งตัว โดยมิเป็นอันตรายแต่อย่างใด!
ทว่าในขณะที่สมองเต็มไปด้วยความสงสัย นางก็จำต้องตกใจกับภาพที่เห็น
หลังผ่านค่ายกลเข้าไปแล้ว ราวกับมีโลกอีกใบรออยู่
นางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ มันคือพื้นที่ราบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ไกลออกไปภายใต้ท้องนภาอันไร้ขอบเขต มีจารึกสุสานสองแท่น ตั้งตระหง่านท่ามกลางความเงียบสงบ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...