ประกายแสงระยิบระยับสายหนึ่งทะยานออกมาจากหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็หยุดเคว้งเหนือจารึกสุสาน
ราวกับความมืดมิดอันดำสนิทพลันถูกแสงสว่างทำลายลงก็มิปาน
บนจารึกสุสานค่อยๆ มีบางสิ่งบางอย่างปรากฏขึ้น
ใจของฉู่หลิวเยว่สั่นระรัว
จากนั้นก็ตามด้วยภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยและขวานสุริยันมรกต!
ประกายแสงสามสายเข้ารวมตัวกัน
อักษรโบราณลึกลับส่วนหนึ่งค่อยๆ เผยขึ้นมาทีละน้อย
ฉู่หลิวเยว่จ้องมองมันเขม็ง
อักษรโบราณพวกนี้ดูคุ้นตาไม่น้อย ราวกับนางเคยเห็นมันบนโล่ผสานนภาอย่างไรอย่างนั้น
เพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง นางเรียกโล่ผสานนภาออกมาตรวจสอบอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ก่อนจะพบว่าอักษรโบราณนี้มีลักษณะเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน!
เพียงแต่ว่าอักษรโบราณที่สลักบนจารึกสุสานมีอยู่บนโล่ผสานนภาแค่ครึ่งเท่านั้น
อีกทั้งโล่ผสานนภาราวกับถูกอะไรบางอย่างผนึกเอาไว้ก็มิปาน หลังแสงสว่างจากสมบัติศักดิ์สิทธิ์สามชิ้นพวยพุ่งออกมาแล้ว มันก็ทอประกายเรืองรองขึ้นมาเพียงหนึ่งส่วน
ที่เหลือกว่าครึ่งยังคงมืดสนิท มองเห็นได้ไม่ชัดเจน
หรือว่าต้องใช้สมบัติศักดิ์สิทธิ์ห้าชิ้นในครั้งเดียวถึงจะสามารถทำให้มันปรากฏลักษณะเดิมออกมาได้อย่างสมบูรณ์?
ฉู่หลิวเยว่กอดอกพลางจมสู่ห้วงความคิด
แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของสมบัติศักดิ์สิทธิ์สามชิ้นก็เพียงพอจะอธิบายแล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่นี่จะเป็นสุสานของท่านซู!
ที่แท้ร่างพวกเขาสองคนฝังเอาไว้ที่เดียวกันจริงๆ…
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทว่าในใจยังคงรู้สึกถึงคลื่นอารมณ์ที่กระเพื่อมไหว
คนในใต้หล้าได้เห็นการต่อสู้อันน่าประหวั่นพรึงของคนทั้งสองในปีนั้นแค่คราเดียว หลังผลออกมาว่าเสมอกัน ต่างฝ่ายต่างก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ใครจะไปคาดคิดว่าสุสานจารึกของพวกเขาจะตั้งเคียงข้างกันเช่นนี้!
หรือว่าการที่ถังเคอให้นางเข้ามา… จะเกี่ยวข้องกับท่านซูผู้นี้เช่นกัน?
อย่างไรเสียตัวนางก็ครอบครองสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามชิ้นที่ท่านซูเป็นผู้ตีหลอมขึ้นมา
จู่ๆ ก็บังเกิดกระแสคลื่นสายหนึ่งกระเพื่อมจากโล่ผสานนภา จากนั้นก็มีแสงสว่างจางๆ ไหลท่วมเข้าปกคลุมอีกครึ่งของโล่!
ฉู่หลิวเยว่คุ้นเคยกับความรู้สึกเช่นนี้อย่างมาก
คราแรกตอนนางยังคงอยู่ด้านนอก โล่ผสานนภาก็มีปฏิกิริยาแบบเดียวกันนี้เช่นกัน!
ที่แท้…นั่นหาใช่เสียงเพรียกของถังเคอไม่ หากแต่เป็นสุสานของท่านซูต่างหาก!
จากนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็ยื่นมือไปด้านหน้าโดยไม่รู้ตัว
ฝ่ามือของนางเข้าลูบบนอักษรโบราณอย่างแผ่วเบา
ตึกตัก!
ตึกตัก!
ทันใดนั้นราวกับมีเสียงหัวใจเต้นดังแว่วออกมาจากจารึกสุสาน!
ฉู่หลิวเยว่ลอบตกตะลึง
เสียงหัวใจเต้นนี้หาใช่ของนางไม่!
ตอนที่นางกำลังจะผละจากนั่นเอง ก็พบว่าพลันมีแสงสว่างเรืองวาบออกมาจากใต้ฝ่ามือ!
แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น พลังปราณดั้งเดิมภายในร่างของนางก็ไหลทะลักเข้าไปทางจารึกสุสานด้วยความเร็วอันน่าตกใจ!
ท่าไม่ดีแล้ว!
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องจึงรีบออกแรงมากกว่าเก่า ทว่ากลับต้องมาตกตะลึง เมื่อพบว่ามิอาจชักมือของตัวเองออกมาจากจารึกสุสานได้!
ราวกับมีตัวอะไรบางอย่างในที่แห่งนี้ที่คอยดูดกลืนพลังปราณดั้งเดิมของนางอย่างบ้าคลั่ง!
ทั้งร่างกายของนางเองก็เหมือนถูกกระแสพลังไร้รูปร่างกดทับอย่างหนักหน่วง มิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่นิดเดียว!
ตึกตัก!
เสียงหัวใจเต้นเสียงนั้นทวีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ!
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกได้เลยว่าพลังปราณดั้งเดิมภายในร่างของตนกำลังรั่วไหลออกไปอย่างรวดเร็ว!
นางหน้านิ่งคิ้วขมวดแน่น
โชคยังดีที่นางกักเก็บพลังปราณดั้งเดิมอันน่าตะลึงเอาไว้ในตำแหน่งตันเถียน มิฉะนั้นแล้วลำพังแค่การสูญเสียปราณเพียงชั่วประเดี๋ยวเช่นนี้ก็เพียงพอจะทำให้นางหมดแรงแล้ว!
“อาเยว่!”
เมื่อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ถวนจื่อเองก็กระโดดแผล็วออกมา
เมื่อเห็นฉู่หลิวเยว่แสดงสีหน้าขมวดคิ้ว ถวนจื่อก็พลันร้อนใจขึ้นมาทันควัน
ระหว่างนางกับลู่หลิวเยว่ใช้พันธะร่วมกัน ดังนั้นนางจึงรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังในร่างของฉู่หลิวเยว่ในตอนนี้กำลังถูกอะไรบางอย่างดูดกลืนด้วยความเร็วอันน่ากลัว!
“อาเยว่ ข้ามาช่วยแล้ว!”
ถวนจื่อกำลังจะรุดหน้าเข้ามา ทว่ากลับถูกฉู่หลิวเยว่ตวาดห้ามเสียงเข้มไว้ทันที
“อยู่นิ่งๆ! ไม่ต้องเข้ามา!”
ลมปราณภายในจารึกสุสานแผ่นนี้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ที่สำคัญยิ่งกว่าคือมันมุ่งเป้ามาที่นางอย่างเห็นได้ชัด!
ต่อให้เป็นถวนจื่อ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากอยู่ดี
หากประมาทแม้แต่นิดเดียว เกรงว่าจะลากถวนจื่อมาเจอปัญหาด้วย
ถวนจื่อได้ยินดังนั้นจึงยืนอยู่กับที่โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...