เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2071

ประกายแสงระยิบระยับสายหนึ่งทะยานออกมาจากหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็หยุดเคว้งเหนือจารึกสุสาน

ราวกับความมืดมิดอันดำสนิทพลันถูกแสงสว่างทำลายลงก็มิปาน

บนจารึกสุสานค่อยๆ มีบางสิ่งบางอย่างปรากฏขึ้น

ใจของฉู่หลิวเยว่สั่นระรัว

จากนั้นก็ตามด้วยภาพเมฆาเคลื่อนคล้อยและขวานสุริยันมรกต!

ประกายแสงสามสายเข้ารวมตัวกัน

อักษรโบราณลึกลับส่วนหนึ่งค่อยๆ เผยขึ้นมาทีละน้อย

ฉู่หลิวเยว่จ้องมองมันเขม็ง

อักษรโบราณพวกนี้ดูคุ้นตาไม่น้อย ราวกับนางเคยเห็นมันบนโล่ผสานนภาอย่างไรอย่างนั้น

เพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง นางเรียกโล่ผสานนภาออกมาตรวจสอบอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ก่อนจะพบว่าอักษรโบราณนี้มีลักษณะเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน!

เพียงแต่ว่าอักษรโบราณที่สลักบนจารึกสุสานมีอยู่บนโล่ผสานนภาแค่ครึ่งเท่านั้น

อีกทั้งโล่ผสานนภาราวกับถูกอะไรบางอย่างผนึกเอาไว้ก็มิปาน หลังแสงสว่างจากสมบัติศักดิ์สิทธิ์สามชิ้นพวยพุ่งออกมาแล้ว มันก็ทอประกายเรืองรองขึ้นมาเพียงหนึ่งส่วน

ที่เหลือกว่าครึ่งยังคงมืดสนิท มองเห็นได้ไม่ชัดเจน

หรือว่าต้องใช้สมบัติศักดิ์สิทธิ์ห้าชิ้นในครั้งเดียวถึงจะสามารถทำให้มันปรากฏลักษณะเดิมออกมาได้อย่างสมบูรณ์?

ฉู่หลิวเยว่กอดอกพลางจมสู่ห้วงความคิด

แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของสมบัติศักดิ์สิทธิ์สามชิ้นก็เพียงพอจะอธิบายแล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่นี่จะเป็นสุสานของท่านซู!

ที่แท้ร่างพวกเขาสองคนฝังเอาไว้ที่เดียวกันจริงๆ…

ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทว่าในใจยังคงรู้สึกถึงคลื่นอารมณ์ที่กระเพื่อมไหว

คนในใต้หล้าได้เห็นการต่อสู้อันน่าประหวั่นพรึงของคนทั้งสองในปีนั้นแค่คราเดียว หลังผลออกมาว่าเสมอกัน ต่างฝ่ายต่างก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ใครจะไปคาดคิดว่าสุสานจารึกของพวกเขาจะตั้งเคียงข้างกันเช่นนี้!

หรือว่าการที่ถังเคอให้นางเข้ามา… จะเกี่ยวข้องกับท่านซูผู้นี้เช่นกัน?

อย่างไรเสียตัวนางก็ครอบครองสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามชิ้นที่ท่านซูเป็นผู้ตีหลอมขึ้นมา

จู่ๆ ก็บังเกิดกระแสคลื่นสายหนึ่งกระเพื่อมจากโล่ผสานนภา จากนั้นก็มีแสงสว่างจางๆ ไหลท่วมเข้าปกคลุมอีกครึ่งของโล่!

ฉู่หลิวเยว่คุ้นเคยกับความรู้สึกเช่นนี้อย่างมาก

คราแรกตอนนางยังคงอยู่ด้านนอก โล่ผสานนภาก็มีปฏิกิริยาแบบเดียวกันนี้เช่นกัน!

ที่แท้…นั่นหาใช่เสียงเพรียกของถังเคอไม่ หากแต่เป็นสุสานของท่านซูต่างหาก!

จากนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็ยื่นมือไปด้านหน้าโดยไม่รู้ตัว

ฝ่ามือของนางเข้าลูบบนอักษรโบราณอย่างแผ่วเบา

ตึกตัก!

ตึกตัก!

ทันใดนั้นราวกับมีเสียงหัวใจเต้นดังแว่วออกมาจากจารึกสุสาน!

ฉู่หลิวเยว่ลอบตกตะลึง

เสียงหัวใจเต้นนี้หาใช่ของนางไม่!

ตอนที่นางกำลังจะผละจากนั่นเอง ก็พบว่าพลันมีแสงสว่างเรืองวาบออกมาจากใต้ฝ่ามือ!

แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น พลังปราณดั้งเดิมภายในร่างของนางก็ไหลทะลักเข้าไปทางจารึกสุสานด้วยความเร็วอันน่าตกใจ!

ท่าไม่ดีแล้ว!

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องจึงรีบออกแรงมากกว่าเก่า ทว่ากลับต้องมาตกตะลึง เมื่อพบว่ามิอาจชักมือของตัวเองออกมาจากจารึกสุสานได้!

ราวกับมีตัวอะไรบางอย่างในที่แห่งนี้ที่คอยดูดกลืนพลังปราณดั้งเดิมของนางอย่างบ้าคลั่ง!

ทั้งร่างกายของนางเองก็เหมือนถูกกระแสพลังไร้รูปร่างกดทับอย่างหนักหน่วง มิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่นิดเดียว!

ตึกตัก!

เสียงหัวใจเต้นเสียงนั้นทวีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ!

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกได้เลยว่าพลังปราณดั้งเดิมภายในร่างของตนกำลังรั่วไหลออกไปอย่างรวดเร็ว!

นางหน้านิ่งคิ้วขมวดแน่น

โชคยังดีที่นางกักเก็บพลังปราณดั้งเดิมอันน่าตะลึงเอาไว้ในตำแหน่งตันเถียน มิฉะนั้นแล้วลำพังแค่การสูญเสียปราณเพียงชั่วประเดี๋ยวเช่นนี้ก็เพียงพอจะทำให้นางหมดแรงแล้ว!

“อาเยว่!”

เมื่อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ถวนจื่อเองก็กระโดดแผล็วออกมา

เมื่อเห็นฉู่หลิวเยว่แสดงสีหน้าขมวดคิ้ว ถวนจื่อก็พลันร้อนใจขึ้นมาทันควัน

ระหว่างนางกับลู่หลิวเยว่ใช้พันธะร่วมกัน ดังนั้นนางจึงรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังในร่างของฉู่หลิวเยว่ในตอนนี้กำลังถูกอะไรบางอย่างดูดกลืนด้วยความเร็วอันน่ากลัว!

“อาเยว่ ข้ามาช่วยแล้ว!”

ถวนจื่อกำลังจะรุดหน้าเข้ามา ทว่ากลับถูกฉู่หลิวเยว่ตวาดห้ามเสียงเข้มไว้ทันที

“อยู่นิ่งๆ! ไม่ต้องเข้ามา!”

ลมปราณภายในจารึกสุสานแผ่นนี้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ที่สำคัญยิ่งกว่าคือมันมุ่งเป้ามาที่นางอย่างเห็นได้ชัด!

ต่อให้เป็นถวนจื่อ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากอยู่ดี

หากประมาทแม้แต่นิดเดียว เกรงว่าจะลากถวนจื่อมาเจอปัญหาด้วย

ถวนจื่อได้ยินดังนั้นจึงยืนอยู่กับที่โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“ข้าเป็นถึงนายน้อยเผ่าหงส์ทองคำ! ข้าต้องช่วยอาเยว่ได้แน่! ต่อให้ข้าไม่ไหว เรียกพวกท่านปู่ประมุขมา…ไอ๊หยา!”

ยังไม่ทันได้พูดจบ ร่างของนางก็ลอยหวือขึ้นไปในอากาศ

เป็นจื่อเฉินที่หิ้วนางขึ้นมานั่นเอง

“นางบอกคำไหนคำนั้น”

ตัวเล็กจิ๋วของถวนจื่อก็ถูกเขาขังไว้ในอ้อมอกอย่างง่ายดายทั้งแบบนั้น

นางเริ่มดิ้นรนสุดชีวิต

“ปล่อยข้า! ข้าต้องไป…”

ทว่าด้วยร่างเล็กจ้อยของนาง ไหนเลยจะสู้ได้ยามอยู่ต่อหน้าจื่อเฉิน

แม้ว่าตอนนี้นางจะมีพละกำลังเพิ่มสูงขึ้นมาก ทว่าจื่อเฉินก็หาใช่คนที่รับมือได้ง่ายไม่

อย่างไรเสียผู้ที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังจื่อเฉินก็เป็นถึงประมุขเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงโหมวเจิน!

เมื่อเทียบกันแล้ว ถวนจื่อในตอนนี้นั้นยังคงอ่อนวัยและไม่ประสีประสาอยู่มาก

เมื่อเห็นถวนจื่อไม่ยอมเลิกราง่ายๆ จื่อเฉินก็หรี่ตาลงน้อยๆ พลางกล่าวเสียงเย็นเยียบ

“หากเจ้าไม่กลัวเป็นตัวถ่วงนางก็ไปเสียสิ”

สิ้นเสียงคำพูดนี้ ในที่สุดถวนจื่อก็ทำตัวว่าง่ายขึ้นมา

นางแค่เป็นห่วงอาเยว่ก็เท่านั้นเอง…

หลังครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ นางก็เอนศีรษะมองจื่อเฉิน

“เจ้าจะบอกว่าอาเยว่ไม่เป็นอันใดจริงๆ หรือ?”

จื่อเฉินเชิดคาง

“เจ้าดูเอาเองก็แล้วกัน”

เขาก็เป็นสัตว์อสูรในพันธะของนาง ในใจย่อมกังวลไม่แพ้ถวนจื่อ

แต่เขารู้ว่าฉู่หลิวเยว่ในตอนนี้ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขาแม้แต่น้อย

จารึกสุสานอันนั้นมันหมายตานางไว้แต่แรกแล้ว!

เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่าน

บนดวงหน้าของฉู่หลิวเยว่ไร้ซึ่งสีเลือดฝาดโดยสิ้นเชิงเป็นที่เรียบร้อย

เบื้องหน้าของนางค่อยๆ มืดสนิทลง

นี่เป็นสัญญาณของอาการหมดเรี่ยวแรง

จากนั้นเปลือกตาของนางก็ปิดลง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์