………………..
“แต่…”
ซูหลี่เปิดปากอย่างลังเล
“เรียกสิบสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ ปลุกโล่ผสานนภา สำหรับแม่นางซั่งกวนในเวลานี้แล้ว ยังค่อนข้างยากลำบากอยู่บ้าง เพื่อรับประกันสรรพพ้นภัย แม่นางซั่งกวนรอจนหลังจากทะลวงระดับช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์ได้แล้วค่อยตัดสินใจก็ไม่สาย”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
นางเข้าใจความหมายของซูหลี่
การรวบรวมสิบสมบัติศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เรื่องที่สามารถกระทำได้โดยง่ายอย่างแน่นอน
แม้ว่านางในเวลานี้จะเป็นเจ้านายของโล่ผสานนภาแล้ว หากคิดอยากทำ ก็ยังยากลำบากเช่นเดียวกัน
นางในยามนี้แม้แต่จะรับมือกับสมบัติศักดิ์สิทธิ์สามชิ้นล้วนยังยากอยู่บ้าง นับประสาอะไรกับสิบชิ้นเล่า
“นอกจากนี้ ยามที่ปลุกโล่ผสานนภา พลังอำนาจนั้นช่างสะเทือนขวัญผู้คน แม้แม่นางซั่งกวนมีความสามารถอหังการ ทั้งยังใช้ทัณฑ์ทลายเทพชุบหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่หากสามารถอาศัยพลังของระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ล่ะก็ โอกาสในการประสบความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นไม่น้อย”
ซูหลี่เอ่ยอย่างจริงจัง ฉู่หลิวเยว่เองก็ฟังอย่างละเอียด
“ขอบพระคุณท่านซูที่ชี้แนะ เรื่องเหล่านี้อนุชนล้วนจดจำเอาไว้ในใจแล้ว”
มือของฉู่หลิวเยว่ปัดผ่านโล่ผสานนภาอย่างแช่มช้า
แม้ว่านางเองก็อยากจะเห็นอานุภาพที่แท้จริงของโล่ผสานนภาสักเล็กน้อย แต่จังหวะเวลาในยามนี้ไม่เหมาะสมอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนหน้านั้น นางจำเป็นต้องยกระดับความสามารถของตนเองก่อน!
เมื่อสัมผัสได้ถึงอักษรลับซึ่งยุบนูนไม่เสมอกันที่ใต้นิ้ว ฉู่หลิวเยว่ก็เอ่ยถามอย่างประหลาดใจเป็นอย่างมาก
“อนุชนยังมีอีกเรื่องหนึ่งต้องการขอคำชี้แนะ ท่านซู ท่านรู้จักอักษรลับที่ด้านบนนี้หรือไม่?”
ซูหลี่ส่ายศีรษะ
ในใจของฉู่หลิวเยว่นิ่งขรึมลงเล็กน้อย
แต่ได้พบกับซูหลี่ อีกทั้งยังได้รู้ความลับที่เกี่ยวกับโล่ผสานนภาเหล่านี้ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
ที่เรียกกันว่าการสืบทอดของถังเคอ แท้จริงแล้วไม่มีอยู่จริง
กลายเป็นเคล็ดวิชาลับของช่างหลอมอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์…นั้นอยู่ที่โล่ผสานนภา และสิบสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่นี้!
เพื่อซูหลี่ ถังเคอก็เรียกได้ว่าแทบล้มประดาตาย กระทั่งไม่เสียดายการรอคอยนับหมื่นปีนี้
แม้นางจะนับได้ว่าถูก ‘หลอก’ ให้เข้ามา แต่หลังจากได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุแล้ว กลับล้วนไม่อาจเกรี้ยวโกรธได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เหลือแค่เพียงความรู้สึกปลงอนิจจังไร้สิ้นสุดก็เท่านั้น
ฉู่หลิวเยว่ทำจิตใจให้นิ่งสงบ
“ในเมื่อท่านในเวลานี้ตื่นขึ้นมาแล้ว เช่นนั้น…ก็ออกไปด้วยกันกับอนุชนเถิด ท่านว่าอย่างไร?”
“ออกไปหรือ”
“เจ้าค่ะ!”
ฉู่หลิวเยว่ทอดมองไปโดยรอบ
แม้ที่นี่พลังจะบริบูรณ์ แต่ก็อ้างว้างเกินไปนัก
ยามทอดมองไป ก็ทำให้คนสัมผัสได้เพียงความเดียวดายอันลึกล้ำ
ไม่รู้จริงๆ ว่าระยะเวลาที่เนิ่นนานถึงเพียงนี้ ถังเคอผ่านมันไปได้อย่างไร
นางยกริมฝีปากส่งยิ้มให้ซูหลี่คราหนึ่ง
“หากผู้อาวุโสถังเคอได้เห็นท่านอีกครา จะต้องปีติยินดีอย่างมาก”
ยามเอ่ยถึงถังเคอ สีหน้าของซูหลี่ก็มีการกระเพื่อมไหวหลายส่วน
อันที่จริงที่ศึกนั่นในปีนั้น เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสองได้พานพบหน้ากัน และก็เป็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
หลังจากนั้นกายเนื้อของนางก็พินาศ ดวงวิญญาณกระจัดพลัดพราย
หากไม่ใช่เพราะถังเคอ นางก็ตัวตายวายวิญญาณไปนานแล้ว
แม้แต่ตัวนางเอกก็ยังไม่รูว่าเหตุใดถังเคอถึงกระทำเรื่องราวจนมาถึงจุดนี้เพื่อนาง
ซูหลี่เม้มริมฝีปาก เนื่องด้วยมีความลังเลอยู่บ้าง
นางยังมิได้คิดให้ดีว่าจะไปพบหน้าถังเคออย่างไร
ฉู่หลิวเยว่มองนาง ไม่ต้องถามก็คาดเดาได้ว่าซูหลี่ในเวลานี้กำลังคิดอะไรอยู่
แม้นางจะเป็นท่านซูหลี่ผู้ครั้งหนึ่งเคยกร่นด่าลมเมฆ แต่ก็ยังเป็นสตรีผู้ไม่ประสาเรื่องรักในเวลาเดียวกัน
กำลังและเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของนางล้วนทุ่มเทให้กับการฝึกตน
เดิมทีนั้นเป็นเพียงเพราะความประหลาดใจและใฝ่ชัยชนะ นางถึงได้มอบเทียบเชิญท้าประลองให้แก่ถังเคอ ผู้ใดจะรู้ว่าหลังจากศึกหนึ่งที่ท่าเรือดอกท้อนั่น…
ซูหลี่พลันเอ่ยถาม
“แม่นางซั่งกวน เจ้าว่า เหตุใดเขาถึงทำเช่นนั้นเล่า พวกเราเพียงพบหน้ากันแค่ครั้งหนึ่ง ประมือกันครั้งเท่านั้น…”
นางมิใช่ไม่รู้ว่าถังเคอทุ่มเทไปมากน้อยเท่าไรเพื่อนาง และก็เป็นเพราะเหตุผลนี้ นางถึงได้สับสนงุนงงยิ่งกว่าเดิม
เวลานี้จึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรถึงจะดี
ดวงตาของฉู่หลิวเยว่หลุบลงเล็กน้อย คล้ายว่ากำลังครุ่นคิด
ครู่หนึ่ง นางก็ช้อนตาขึ้นมองไปยังป้ายสุสานตั้งตระหง่านสองป้ายนั้น แล้วโค้งมุมปากยกยิ้ม ในดวงตาคล้ายว่าจะมีแสงดาราพร่างประกาย

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...