………………..
“ตระกูลเว่ยหรือ พวกเขาเป็นอันใดไปอีกหรือ?”
จวินจิ่วชิงเลิกคิ้วเล็กน้อย คล้ายว่าไม่เข้าใจความหมายในวาจาของเขา
อี้เหวินจั๋วแค่นเสียงเย็นเสียงหนึ่ง แล้วกดเสียงให้ต่ำลง
“เจ้าและเว่ยเจ๋อสมาคมกันมานานแล้ว ใช่หรือไม่!”
จวินจิ่วชิงแย้มยิ้มเล็กน้อย ระหว่างคิ้วตาแนบไว้ด้วยความเหลือร้ายอย่างคลุมเครืออยู่หลายส่วน
“ท่านอาจารย์ ตระกูลอี้และตระกูลเว่ยล้วนไปมาหาสู่กันโดยตลอด เวลานี้ข้าในฐานะประมุขตระกูล มีการคบค้าสมาคมกันกับเว่ยเจ๋อ มิใช่เรื่องปกติหรือ?”
“เจ้ารู้ดีว่าสิ่งที่ข้าพูดมิใช่ความหมายนี้!”
อี้เหวินจั๋วสูดหายใจเข้าลึก
“คนอื่นไม่รู้ แต่ข้านั้นเข้าใจง้าวว่านเฟิง ชัดแจ้งว่าเป็นของตระกูลอี้ คนที่รู้เรื่องนี้ทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่มีไม่เกินสามคน ผลคือเวลานี้อยู่ดีๆ ง้าวว่านเฟิงก็กลับไปปรากฏอยู่ในมือของเว่ยเจ๋อ ผู้ที่สามารถนำง้าวว่านเฟิงไปได้อย่างไร้สุ้มไร้เสียง นอกจากเจ้าแล้ว…ยังจะมีใคร!”
หากเวลานี้มีคนอื่นอยู่ที่นี่ แล้วได้ยินวาจาเหล่านี้ ก็จะต้องตกตะลึงเป็นแน่
ผู้คนล้วนคิดไปเองว่า ตระกูลอี้มีสมบัติศักดิ์สิทธิ์แค่เพียงชิ้นเดียว ก็คือขวานสุริยันมรกตของอี้เหวินเทา แต่ที่จริงแล้ว ง้าวว่านเฟิงเองก็เป็นของพวกเขา ตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว
เพียงแต่อี้เหวินเทาเก็บงำเรื่องนี้มาโดยตลอด จงใจปิดบังการมีอยู่ของง้าวว่านเฟิง
อี้เหวินจั๋วเองก็ได้ทราบเรื่องนี้เพราะว่าเป็นน้องชายแท้ๆ ของอี้เหวินเทาเช่นกัน
ช่วงนี้ เรื่องราวของสุสานถังเคอที่ป่าศิลาสร้างก่อความวุ่นวายขึ้นเสียจนฟุ้งตลบ ข่าวคราวที่เกี่ยวกับง้าวว่านเฟิงก็ยิ่งแพร่กระจายออกไปก่อนแล้ว
ที่ป่าศิลา เพื่อที่จะทดลองเปิดสุสานถังเคอ เว่ยเจ๋อจึงเรียกง้าวว่านเฟิงออกมา เสียดายก็เพียงแค่มันไม่สำเร็จ อีกทั้งสุดท้ายแล้วง้าวว่านเฟิงก็ยังจดจำหรงซิวเป็นนายอีกด้วย
เรื่องหลังนี้ถึงจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด!
ครั้งนี้ เสียท่าไปแล้วจริงๆ
สีหน้าของจวินจิ่วชิงเรียบนิ่งเป็นอย่างมากแล้วเอ่ย
“ไม่ปกปิดท่าน ง้าวว่านเฟิงข้าให้เว่ยเจ๋อยืมไปใช่ชั่วคราวจริงๆ แต่ตอนนั้นเขาเพียงบอกว่า คิดอยากจะยืมใช้สมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่พันธนาการถังเคอในปีนั้นไปเปิดสุสานของถังเคอ หลังจากใช้เสร็จแล้วก็จะคืน เรื่องเหล่านั้นที่เกิดขึ้นในภายหลัง ข้าเองก็ไม่ได้คาดคิด…”
“ของสำคัญเช่นนี้ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะให้ยืมออกไปได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือเช่นนั้นหรือ?”
อี้เหวินเทาเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ระหว่างอกท้องคล้ายว่ามีอันใดบางอย่างกำลังพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง
“ขวานสุริยันมรกตถูกซั่งกวนเยว่ยึดครองแล้ว เวลานี้แม้แต่ง้าวว่านเฟิงก็กลายเป็นของหรงซิว จิ่วชิง…เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่กันแน่”
จวินจิ่วชิงมองเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ท่านอาจารย์ ขอข้าเตือนท่านสักหนึ่งประโยค นั่นเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ สมบัติศักดิ์สิทธิ์มีวิญญาณ ล้วนเลือกเจ้านายด้วยตนเองมาแต่ไหนแต่ไร ผู้ที่ไร้ซึ่งวาสนานี้ต่อให้เฝ้าพิทักษ์มานับพันปี ก็ยังไม่อาจได้รับการยอมรับจากมัน กลับกันคนบางคนกำหนดไว้แล้วจะกลายเป็นเจ้านายของมัน เรื่องนี้ ขวางก็ขวางไม่ได้”
แม้ว่าเขาเองก็ไม่ชอบหรงซิว แต่เรื่องราวประเภทนี้ จะใช้กำลังคนไปฝืนบิดเบือนได้หรือ
อี้เหวินจั๋วถูกโจมตีด้วยวาจาเสียจนหมดคำจะพูด
หัวคิ้วเขาขมวดแน่น มองจวินจิ่วชิงด้วยสีหน้าซับซ้อนจู่ๆ ก็พบว่าตนเองราวกับไม่เคยเข้าใจในตัวเขามาก่อนเลย
จวินจิ่วชิงในเวลานี้ สีหน้าเรียบนิ่ง นัยน์ตาลุ่มลึก
แม้ว่าเขาจะเป็นอาจารย์ของเขามาหลายปี เวลานี้กลับก็ไม่รู้ว่าที่สุดแล้วเขากำลังคิดอันใดอยู่กันแน่
จู่ๆ อี้เหวินจั๋วมีความสับสนอยู่บ้าง
ที่สุดแล้วจวินจิ่วชิงเปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้หลังจากกลายเป็นประมุขตระกูลอี้ หรือว่า…เดิมทีเขาก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้วกันแน่
“…เจ้าจงใจส่งง้าวว่านเฟิงไปให้เว่ยเจ๋อ”
เขาเอ่ยอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง
“ข่าวคราวของสุสานถังเคอ ก็เป็นเจ้าและเว่ยเจ๋อร่วมมือกันปล่อยออกไป ถูกต้องหรือไม่”
จวินจิ่วชิงไม่ได้เอ่ยวาจา
ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้สึก แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกอย่างตกตะลึงว่า เรื่องเหล่านี้ที่จวินจิ่วชิงทำ ราวกับว่ามีการคาดการณ์มาก่อนอย่างใดอย่างนั้น!
“ท่านอาจารย์ ท่านวางใจ ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอันใด?”
จวินจิ่วชิงเอ่ยพลางหยัดกายขึ้นยืน
“ตระกูลอี้ในเวลานี้พลังปราณตั้งต้นบาดเจ็บสาหัส เป็นช่วงที่จำเป็นต้องพักผ่อนให้ดี หลายเรื่องราวยังจำเป็นต้องการความช่วยเหลือของท่าน ท่านต้องรักษาร่างกายให้ดี”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...