เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2081

………………..

ข้าเคยเห็นด้วยตาตัวเอง

ประโยคนี้ ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้พูดออกไป

สีหน้าของซูหลี่ไม่คล้ายว่าเสแสร้งแกล้งทำ

นางเป็นตัวตนที่เก่งกาจถึงขั้นใด ครั้งหนึ่งเคยมีผู้แข็งแกร่งระดับเหนือเทพกระทั่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ยินยอมที่จะติดตามนางไม่รู้ว่ามากน้อยเท่าใด

ในเมื่อนางพูดถึงเช่นนี้แล้ว เช่นนั้นจะต้องเป็นความจริงไม่แปดก็เก้าเต็มสิบส่วน

แต่ถ้าเป็นเช่นนี้จริง เช่นนั้น…เรื่องของพี่เป่านั่นมันเป็นมาอย่างใดกัน

ฉู่หลิวเยว่จดจำได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ในตอนแรกเริ่มนั้นเขากำลังฟื้นคืนร่างศักดิ์สิทธิ์ใหม่ด้วยตนเองอยู่ที่ทะเลทรายจันทราสีชาด

อีกทั้งในตอนนั้นยังเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นเด็กน้อยภายใต้ความรีบร้อนเพื่อช่วยเหลือนาง

หากบอกว่าเป็นพลังภายนอก…ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสุดท้ายนั้นก็คือพี่เป่าใช้เลือดของนาง

แต่ฉู่หลิวเยว่ไม่เคยนำเรื่องนี้มาใส่ใจโดยตลอด

เพราะดูจากปฏิกริยาตอบสนองของพวกพี่เป่าทั้งสามแล้ว อันที่จริงก็ไม่เคยคิดว่าต้องการให้นางช่วยเหลือเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

พวกเขานั้นวางแผนจะฟื้นฟูร่างศักดิ์ใหม่ด้วยตนเอง

ด้วยเหตุนี้ฉู่หลิวเยว่จึงคิดมาโดยตลอดว่า ทุกผู้คนล้วนเป็นเช่นนี้

แต่เวลานี้ได้ยินวาจาของซูหลี่ นางถึงได้พบว่า ความเข้าใจของตนเองคล้ายว่าผิดไปอยู่บ้าง

“เยว่เออร์ เยว่เออร์”

ซูหลี่ยกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้าฉู่หลิวเยว่

“เจ้ากำลังคิดอันใดหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่ได้สติโดยพลัน โค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“ไม่มีอันใด อันที่เรื่องพวกนี้ก็เป็นข้าก่อนนี้ไปได้ยินผู้อื่นเอ่ยถึงเข้าโดยมิได้ตั้งใจ ที่แท้นึกไม่ถึงว่าจะผิดแล้ว…เช่นนั้นท่านซู บนโลกใบนี้ไม่มีใครสามารถทำเรื่องนี้ได้จริงหรือ?”

“เรื่องเช่นนี้ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”

ฉู่หลิวเยว่หลุบตาลงต่ำ

“แต่…”

ซูหลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย คล้ายว่ากำลังครุ่นคิดอันใดบางอย่าง

“บางทีตัวตนอย่างผู้ยิ่งใหญ่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปอาจจะสามารถทำได้หรือไม่ ก็ไม่รู้”

ฉู่หลิวเยว่ช้อนตาขึ้นมองนางอย่างประหลาดใจ

“ตัวตนอย่าง ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไป”

“ก็ใช่น่ะสิ แต่ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้มีตัวตนอยู่แค่ในตำนาน แม้แต่ข้าและถังเคอเองก็ไม่เคยพบมาก่อน ใช่แล้วได้ยินว่าเจ้าเป็นนักเรียนของสำนักหลิงเซียวใช่หรือไม่?”

“เจ้าค่ะ”

“มีคนบอกว่า เจ้าสำนักผู้นำของสำนักหลิงเซียวก็เป็นบุคคลเช่นนี้ เพียงแต่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่เคยได้ยืนยันด้วยตนเอง อีกทั้งในภายหลังเขาก็หายไปอย่างเงียบงันไร้ร่องรอย เกี่ยวกับข่าวคราวเหล่านั้นของเขาก็ค่อยๆ เลือนไปตามเวลา ไม่มีใครเอ่ยถึงอีก”

ซูหลี่ส่ายศีรษะอย่างน่าเสียดายอยู่บ้าง

แต่ก้นบึ้งหัวใจของฉู่หลิวเยว่กลับเป็นความปั่นป่วนล้นทะลักทั่วทั้งผืน

เอ่ยเช่นนี้ พี่เป่า…

เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่จมลงสู่ความเงียบงัน ซูหลี่ก็คิดว่านางยังกังวลกับเรื่องการฟื้นคืนกายเนื้อใหม่อยู่ จึงเอ่ยปลอบใจ

“เยว่เออร์ ที่จริงเจ้าไม่ต้องกังวล ต่อให้สุดท้ายแล้วทำไม่สำเร็จก็ไม่เป็นอันใด แม้ว่าจะไม่มีกายเนื้อแต่ยังมีวิญญาณอยู่ ข้าก็พึงพอใจเป็นอย่างมากแล้ว”

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า นางในเวลานี้ยังสามารถออกมาได้ ได้พบกับสายลมและแสงตะวันนี้ ได้เห็นผู้คนมากหน้าหลายตาบนโลกใบนี้

สำหรับนางแล้ว นี่ก็เป็นโชคดีอย่างมากแล้ว

ฉู่หลิวเยว่เก็บความคิดกลับ ระงับอารมณ์นับไม่ถ้วนในดวงตาลง

จวนเยว่

ภานในห้องตำรา หรงซิวกำลังจับพู่กันเขียนอันใดบางอย่าง

อวี๋มั่วเดินเข้ามาหาอย่างรีบร้นอ

“ฝ่าบาท ตระกูลเว่ยฝั่งนั่นมีข่าวคราวแล้ว”

หรงซิวหยุดการกระทำลง

“ว่ามา”

อวี๋มั่วเอ่ย

“ช่วงก่อนหน้านี้ ผู้อาวุโสตระกูลเว่ย เว่ยเค่อหานนั้นเคยออกไปตัวคนเดียวจริง ไม่มีใครทราบว่าเขาไปที่ใด หรือไปทำอันใด”

“ขอรับ!”

และเป็นในเวลานี้เอง นอกประตูก็มีอีกคนเดินเข้ามา

เป็นเยี่ยนชิง

“ฝ่าบาท”

หรือว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นแล้ว

หรงซิวเชิดคางขึ้น

“ลุกขึ้นแล้วพูดก็พอ”

เยี่ยนชิงถึงได้หยัดกายขึ้นยืนแล้วหยิบเทียบเชิญฉบับหนึ่งออกมาจากในอก พลันเอ่ยเสียงเข้ม

“ฝ่าบาท เจ้าสำนักเสียชีวิตแล้ว ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกส่งเทียบเชิญกลับมา เชิญท่านให้ออกเดินทางกลับทันที”

ในตอนที่อวี๋มั่วได้ยินครึ่งประโยคแรกก็ยังไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่ตอนที่ฟังครึ่งประโยคหลังจบ พลันเบิกตาโพลงขึ้นอย่างตกตะลึง เกือบจะกระโดดขึ้นมา

“เจ้าสำนักเสียชีวิตแล้วหรือ?”

นี่กะทันหันเกินไปแล้ว!

บนใบหน้าของหรงซิวกลับไร้ซึ่งอารมณ์ตกตะลึง นิ้วเรียวขาวยาวเสลาเพียงขยับเล็กน้อย กระดาษแผ่นนั้นในมือก็ทะยานไปตรงหน้าของเยี่ยนชิง

“นี่คือคำไว้อาลัยที่ข้าเขียนเพื่อท่านเจ้าสำนัก นำไปคัดลอกสักหลายฉบับ แล้วแบ่งไปให้ผู้อาวุโสทุกท่าน”

อวี๋มั่วหันหน้ากลับมาอย่างตกตะลึง

ในตอนที่เขาเข้ามาก็เห็นว่าฝ่าบาทกำลังเขียนอันใดบางอย่าง แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่ากำลังเขียนคำไว้อาลัยให้เจ้าสำนัก!

“ฝ่าบาท ท่านรู้แล้วหรือ?”

เยี่ยนชิงรับกระดาษแผ่นนั้นไว้มั่น พลันเข้าใจอันใดบางอย่างภายในพริบตา จึงทำความเคารพแล้วพยักหน้า

“ขอรับ”

หรงซิวผินหน้า มองไปนอกหน้าต่าง

หมื่นลี้ไร้เมฆ อากาศแจ่มใส

“วันนี้อากาศไม่เลว”

เป็นวันที่ดีในการส่งคนออกเดินทาง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์