เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2083

“ทางเจ้าสำนักฝั่งนั้น ที่แท้แล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”

หรงซิวเอ่ยถามขึ้นอย่างตรงประเด็นในทันที

ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกประสานมือ

“ทูลฝ่าบาท อันที่จริงอาการของเจ้าสำนักไม่ค่อยดีมาโดยตลอด หลังจากเข้าสู่การหลับใหลไปด้วยตนเอง พลังภายในร่างของเขาก็ค่อยๆ หมดลงอยู่ตลอด พวกข้าใช้วิธีการต่างๆ ไปจนหมดแล้ว…”

เขาพลันถอนใจ

“อีกทั้ง เจ้าสำนักนั้นจิตใจกลัดกลุ้ม หมดอาลัยตายอยาก จึงไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ด้วยตนเองเลย พวกข้าพยายามสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ยังไร้แรงจะพลิกแผ่นฟ้า…”

ภายในตำหนักใหญ่จู่ๆ ก็เงียบสงัดเป็นอย่างมาก

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

วาจานี้พูดได้อย่างมีความหมายอยู่บ้าง

ถูกคนวางแผนสังหารนำไปสู่การหลับใหล นี่ไม่มีอันใดดีๆ ให้พูดเลยแต่จิตใจกลัดกลุ้ม หมดอาลัยตายอยาก

ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเพราะอันใด

ในคราแรกที่เมืองฝางโจว เรื่องที่ไป๋หลีฉุนจำผิดว่าเจียงจื่อหยวนเป็นสายเลือดของตนเอง ก่อให้ความวุ่นวายเสียจนฟุ้งตลบ

เรื่องเช่นนี้ ต่อให้เป็นบุรุษผู้หนึ่งยังรับไม่ไหว นับประสาอันใดกับคนอย่างไป๋หลีฉุนกันเล่า

ตลอดชีวิตเขามีภาพพจน์ไร้ที่ติ สูงศักดิ์ถือตนแต่ใดมาก็ล้วนมองว่าตนเองสูงส่งมาโดยตลอด จะยอมรับว่าตนเองได้รับความอัปยศเช่นนี้ได้อย่างใด

ต่อให้ไม่มีใครลงมือต่อเขา เขาก็น่าจะไม่คิดอยากจะออกมาพบผู้คนอีกแล้ว

ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างไม่พูดนั้นก็ช่างเถิด แต่เวลานี้ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกเอ่ยถึงเช่นนี้ แม้จะแอบซ่อนแฝงนัยเป็นอย่างมาก ทว่าแต่ละคนก็ล้วนรู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น

“ช่วงก่อนหน้านี้ ข้าและเยว่เออร์บังเอิญจับพลัดจับผลู พบรังเก่าของถ้ำปีศาจทมิฬในปัจจุบัน เดิมคิดจะบีบบังคับให้มั่วสือเชียนส่งวิธีการคลายผนึกมา ผู้ใดจะรู้ว่าเขาจะเจ้าเล่ห์ถึงที่สุด สละชีพลูกน้องของทั้งถ้ำปีศาจทมิฬได้อย่างไม่เสียดาย ช่วยให้ตนเองหนีรอดไปได้ หากข้าในตอนนั้นขวางเขาไว้ได้ บางทีเจ้าสำนัก…”

ผู้คนในภายในตำหนักใหญ่ล้วนเผยสีหน้าตกตะลึง

“คิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องเช่นนี้ด้วย”

“เช่นนี้อันตรายเกินไปแล้วจริงๆ ยังดีที่ฝ่าบาทและพระชายาปลอดภัย”

“ใช่ คนของถ้ำปีศาจทมิฬนั่นชั่วช้ามาแต่ไหนแต่ไร ฝ่าบาททั้งสองคำนึงถึงตนเองเอาไว้ก่อน สามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็มิใช่เรื่องง่ายแล้ว เรื่องอื่นไม่ต้องฝืนทำเลยจริงๆ…”

เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นที่นอกอาณาจักรเสิ่นซวี่ ดังนั้นคนภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่จึงรู้ไม่มาก

และก็เป็นเพราะมั่วสือเชียนอยู่ในการหลบหนี ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวจึงไม่ได้ประกาศเรื่องนี้ออกไป

เป็นเหตุให้แม้แต่ผู้อาวุโสทุกคนของพระราชวังเมฆาสวรรค์เองก็ยังไม่รู้

เวลานี้จู่ๆ ก็ได้ยินเช่นนี้ ย่อมเปี่ยมไปด้วยความตื่นตะลึง

ฉู่หลิวเยว่ลอบเหลือบมองบุรุษที่อยู่ข้างกายปราดหนึ่ง

อืม…นางจำได้ว่าเวลานั้นเหมือนว่าหรงซิวจะไม่ได้พูดถึงเรื่องของไป๋หลีฉุนเลยกระมัง…

ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกรีบร้อยเอ่ยถาม

“เช่นนั้นฝ่าบาทกับพระชายาคงไม่ได้รับบาดเจ็บกระมัง?”

หรงซิวสีหน้าไม่สะทกสะท้าน มุมปากกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนบางสายหนึ่ง

“ล้วนเพียงบาดเจ็บเล็กน้อย สามารถถือโอกาสกำราบถ้ำปีศาจทมิฬได้ ก็นับว่าคุ้มค่า”

ตำหนักพลันเงียบสงัดลงอย่างแปลกพิกลอีกครั้ง

แม้แต่ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกยังปรากฏความตะลึงงันบนใบหน้าอยู่ครู่หนึ่ง

“อันใดนะ?”

“พูดขึ้นมาแล้ว เรื่องนี้ยังต้องชื่นชมเยว่เออร์ให้มาก หากว่านางไม่ได้เรียกความช่วยเหลือมา พวกข้าต้องไม่สามารถกลับมาอย่างครบสามสองได้แน่”

ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจ

“น่าเสียดาย ยังทำให้มั่วสือเชียนหนีไปได้…”

ผู้คนต่างฮือฮากันวุ่นวาย

ถ้ามาจริง บรรยากาศจะไม่อึดอัดอย่างมากเลยหรือ

ไป๋หลีฉุนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว แต่พวกเขาเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่ ยังต้องการใบหน้าอยู่นะ

หรงซิวสีหน้าไม่เปลี่ยน

“นี่เป็นเรื่องธรรมดา คนตายก็เหมือนโคมที่มอดดับ เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ให้มันผ่านไปก็พอแล้ว”

เขาไม่พูดก็ดี แต่เมื่อพูดบรรยากาศยิ่งอึดอัด

เรื่องเช่นนี้จะมันจะผ่านไปได้อย่างใด

อุตส่าห์สยบความวุ่นวายไปได้อย่างไม่ง่ายดาย ถ้าในเวลานี้ทำเรื่องใหญ่นี้ขึ้นมาอีกครั้ง สำนักพรรคตระกูลขุนนางอื่นๆ จะมองพวกเขาอย่างใดกัน

ครู่หนึ่ง อาวุโสท่านหนึ่งก็เปิดปากอย่างลังเล

“ฝ่าบาท เรื่อง…เรื่องนี้ค่อยปรึกษากันให้ละเอียดเถิด ชีวิตก่อนของเข้าสำนักมีข้อพิพาทมากมาย ไม่สู้ให้คนเขาได้จากอย่างสงบสักหน่อย ท่านว่าอย่างใด?”

เมื่อมีคนหนึ่งนำ คนที่เหลือก็พลันตาม

“ใช่ขอรับฝ่าบาท พูดขึ้นมาแล้ว เจ้าสำนักก็เสียชีวิตด้วยมือของถ้ำปีศาจทมิฬ เรื่องนี้หากแพร่กระจายออกไปอย่างเอิกเกริก พระราชวังเมฆาสวรรค์ของพวกเรา ชื่อเสียงของเจ้าสำนักพวกเราเกรงว่าจะไม่ดี ปรับลดลงสักหน่อยเถิด”

“ไม่ผิด หากเจ้าสำนักเป็นวิญญาณอยู่บนสวรรค์ ก็คงจะคาดหวังให้พวกเราทำเช่นนี้กระมัง?”

“จิตใจของฝ่าบาทพวกข้าล้วนเข้าใจ เพียงแต่เรื่องนี้พัวพันถึงผู้อื่นไม่น้อย ยังหวังให้ฝ่าบาทไตร่ตรองให้ครบสามครา…”

ผู้คนต่างข้าหนึ่งถ้อยเข้าหนึ่งคำ เพียงไม่นานก็กลายเป็นร่วมเห็นพ้อง ล้วนโน้มน่าวหรงซิวให้ล้มเลิกความคิดที่จะจัดพิธีศพของไป๋หลีฉุนอย่างยิ่งใหญ่

ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกพลันกอบหมัดคารวะ

“ยังหวังให้ฝ่าบาทไตร่ตรองให้มากเพื่อพระราชวังเมฆาสวรรค์ ถือหมากใหญ่เป็นสำคัญ”

หรงซิวนิ่งเงียบอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายจึงเอ่ย

“ก็ดี”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์