เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2199

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกว่าตนเองถูกหลอกอย่างที่สุด

เมื่อคิดถึงในตอนแรกที่อยู่ทะเลทรายจันทราสีชาด นางใช้ความพยายามไปมากมายขนาดไหน เพื่อบรรลุค่ายกลที่ซับซ้อนเหล่านั้น

ในระหว่างนั้นมีหลายครั้งที่ถูกพี่เป่าลากไปตำหนิ เพราะจำไม่ได้จริงๆ

ในเวลานั้นนางคิดเพียงว่าความสามารถของตนมีจำกัด และยังกังวลว่าจะทำให้ความหวังของพี่เป่าล้มเหลว นางจึงรู้สึกผิดอยู่ในใจมาเป็นเวลานาน

สุดท้ายแล้ว…ที่แท้เขาเอาสิ่งที่เกินระดับมาบังคับให้นางฝึกฝนหรอกหรือ

น่าเศร้าที่ตอนนั้นนางไร้เดียงสาเกินไป แม้จะรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นยากลำบากอย่างมาก แต่นางก็ไม่เคยสงสัยในตัวพี่เป่าเลย

ไม่จำเป็นต้องถาม หลานเซียวและผู้อาวุโสลำดับห้าก็ต้องรู้เรื่องเช่นกัน และถือว่าส่วนหนึ่งเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด!

ฉู่หลิวเยว่กัดฟันแน่น

“รอข้าหาพวกเขาเจอ แล้วคอยดูว่าจะชำระบัญชีนี้กับพวกเขาอย่างไร!”

“อาเยว่ พูดเช่นนี้แสดงว่าค่ายกลเหล่านั้นเจ้าเคยเห็นแล้วหรือ”

เสียงอันนุ่มนวลของถวนจื่อดังขึ้นในใจ

ฉู่หลิวเยว่แตะหน้าผากพลางพูดขึ้น

“ก็ไม่ใช่ แต่…”

ทว่ายิ่งนางเข้าใกล้ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นสัดส่วนของค่ายกลที่ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น!

ในตอนแรกนางไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ต่อมาเมื่อได้เห็นค่ายกลที่พวกพี่เป่าเรียกกันว่าปรมาจารย์ค่ายกลระดับราชา ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในอาณาเขตพื้นที่ของค่ายกลปรมาจารย์ระดับมหาราชา อีกทั้งยังมีจำนวนค่อนข้างมาก นางจึงรู้ว่ามีอะไรบางอย่างปิดบังอยู่ด้านในนี้

เมื่อสัมผัสได้ถึงความคิดในใจของนาง ถวนจื่อจึงเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น

“เป็นเช่นนี้ ข้าถึงได้กลับมา”

“ก่อนหน้านี้ยังพออธิบายได้ว่าเป็นเพราะความสามารถและความโชคดี แต่ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้เป็นใครก็มั่นใจว่านางต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน”

แม้ว่านางจะรีบร้อนที่ต้องการจะเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตามหาพี่เป่าและคนอื่นๆ แต่ในใจของนางก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไร

หากความสงสัยและคำถามของคนรอบข้างเหล่านั้น ไม่ได้รับการจัดการอย่างดี จึงเป็นไปได้อย่างมากว่าอาจทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่อาจรู้ได้

“นางเพิ่งมาที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิได้ไม่นาน และยังมีอันใดหลายอย่างที่ไม่เข้าใจอย่างกระจ่างชัด จึงไม่ควรทำสิ่งใดผลีผลามในตอนนี้”

“รอไปก่อน ดูว่าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จะมีปฏิกิริยาอย่างไรแล้วค่อยวางแผนขั้นตอนต่อไป”

ฉู่หลิวเยว่พูดอย่างแน่วแน่

“เดิมทีนางเป็น…ห่วงพี่เป่าและคนอื่นๆ จึงเต็มไปด้วยความคิดและความหวังที่จะผ่านเส้นทางแห่งดวงดาวและเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”

แต่บัดนี้เมื่อนางรู้หลังจากที่ได้เห็นค่ายกลส่วนใหญ่บนเส้นทางแห่งดวงดาว นางกลับรู้สึกไม่ได้รีบร้อนนัก

ถวนจื่อพูดขึ้นอย่างมึนงง

“เช่นนั้นถวนจื่อเชื่อฟังอายว่!”

ฉู่หลิวเยว่เดินเข้ามานั่งลงและหลับตาพักสักครู่

ในสองสามวันมานี้นางใช้ค่ายกลอย่างไม่หยุดพัก ซึ่งต้องใช้พลังและความพยายามไปอย่างมาก

“อาเยว่ พวกเรารออยู่ทางนี้ ผู้เฒ่าต้าเป่าและคนอื่นๆ ทางนั้นคงจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”

ฉู่หลิวเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ และฮึมฮัมขึ้น

“มีเพียงพวกเขาที่หลอกคนอื่น แล้วคนอื่นจะมารังแกพวกเขาได้อย่างไร!”

“ฮัดเช้ย!”

“ใครกัน คิดถึงข้าน้อยเช่นนี้…”

เมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นแต่ความมืดมิด

เขาถอนหายใจและล้มตัวนอนลงอีกครั้ง

“โอ้ว ช่วงนี้ช่างน่าเบื่อเสียจริง…ข้าว่า ถ้าไม่อย่างนั้นเจ้าส่งคนมาสองสามคน ข้าน้อยจะช่วยเจ้าฝึกฝน?”

ไม่มีใครตอบ

หลายเซียวหัวเราะ “ฮ่า” อย่างเย้ยหยัน

“ช่างเถอะ ตอนนั้นมีคนมากมายที่ขอร้องแต่ข้ายังไม่ยอมรับ ตอนนี้มีโอกาสดีๆ เช่นนี้เจ้ากลับพลาดไปได้ จริงๆ เลย…”

“ตอนนี้เหลือแค่คนที่รอดจากการพ่ายแพ้ ความรุ่งเรืองในอดีตได้กลายเป็นเมฆหมอกและฝุ่นผงไปแล้ว การใช้ชีวิตอยู่กับอดีตเพียงแค่ทำให้คนมองว่าเจ้าน่าสงสารก็เท่านั้น”

เสียงนั้นดังมาจากระยะไกล

ขณะที่พูดเขาก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย

“ข้าพูดเช่นนี้ ล่วงเกินไปแล้วจริงๆ แม่นางเสี่ยวปาไม่พอใจใช่หรือไม่”

น้องแปดหัวเราะขึ้น

“เช่นนี้มีอันใดให้ไม่ดีใจกันเล่า”

อย่างไรก็ตามนางเห็นเรื่องเช่นนี้มามากมายนัก ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้สนใจจริงๆ

“หรือว่าในตำหนักมายากศักดิ์สิทธิ์นี้ นางจะสามารถซ่อนตัวและอยู่อย่างไม่เปิดเผยชื่อได้จริงๆ หรือ”

“บอกมาว่าเหตุใดถึงมาหาข้า หากไม่มีเรื่องสำคัญอันใด ข้าจะไปพักผ่อนแล้ว”

“มี มีขอรับ!”

เหลียงเหอตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“ก่อนหน้านี้แม่นางเสี่ยวปาบอกว่าต้องการผลวิญญาณสวรรค์ ครั้งนี้ข้าตั้งใจมามอบของสิ่งนี้ให้โดยเฉพาะ สิ่งเหล่านั้นที่เแม่นางเสี่ยวปาชอบก่อนหน้านี้ ข้าก็เอามาทั้งหมด”

เดิมทีน้องแปดเบื่อหน่าย เมื่อได้ยินคำพูดนี้เข้า ทันใดนั้นจึงแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยออกมา

“ทั้งหมดหรือ? เช่นนั้นก็มีมากกว่าร้อยต้น”

เหลียงเหอหัวเราะและพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น

“ขอรับ ทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว”

น้องแปดเลิกคิ้วขึ้น มองดูเขาอย่างระมัดระวังและพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ

“หากเสินสื่อสำดับที่แปดรู้ว่าเจ้าทำเช่นนี้ จะไม่โกรธหรอกหรือ”

“แม่นางเสี่ยวปาอาจยังไม่รู้ว่าบนยอดเขาโอสถนั้นยังมีอีกหลายจุดที่มีผลวิญญาณสวรรค์ขึ้นอยู่ ที่ข้านำมาเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ใต้เท้าเสินสื่อจะไม่โกรธเพราะเรื่องนี้หรอก”

น้องแปดพูดถวนคำพูดชองเขาและก็หัวเราะออกมา

“แท้จริงแล้วเสินสื่อสำดับที่เจ็ด ได้พูดก่อนหน้านี้ว่า สิ่งที่อยู่บนยอดเขาโอสถล้วนใช้ได้ตามต้องการ และนั่นไม่ใช่เรื่องโกหก”

คนที่ไม่อยากให้นางหยิบผลวิญญาณสวรรค์จริงๆ คือเสินสื่อสำดับที่แปดที่สูงส่งท่านนั้น!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์