ฉู่หลิวเยว่รู้สึกว่าตนเองถูกหลอกอย่างที่สุด
เมื่อคิดถึงในตอนแรกที่อยู่ทะเลทรายจันทราสีชาด นางใช้ความพยายามไปมากมายขนาดไหน เพื่อบรรลุค่ายกลที่ซับซ้อนเหล่านั้น
ในระหว่างนั้นมีหลายครั้งที่ถูกพี่เป่าลากไปตำหนิ เพราะจำไม่ได้จริงๆ
ในเวลานั้นนางคิดเพียงว่าความสามารถของตนมีจำกัด และยังกังวลว่าจะทำให้ความหวังของพี่เป่าล้มเหลว นางจึงรู้สึกผิดอยู่ในใจมาเป็นเวลานาน
สุดท้ายแล้ว…ที่แท้เขาเอาสิ่งที่เกินระดับมาบังคับให้นางฝึกฝนหรอกหรือ
น่าเศร้าที่ตอนนั้นนางไร้เดียงสาเกินไป แม้จะรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นยากลำบากอย่างมาก แต่นางก็ไม่เคยสงสัยในตัวพี่เป่าเลย
ไม่จำเป็นต้องถาม หลานเซียวและผู้อาวุโสลำดับห้าก็ต้องรู้เรื่องเช่นกัน และถือว่าส่วนหนึ่งเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด!
ฉู่หลิวเยว่กัดฟันแน่น
“รอข้าหาพวกเขาเจอ แล้วคอยดูว่าจะชำระบัญชีนี้กับพวกเขาอย่างไร!”
“อาเยว่ พูดเช่นนี้แสดงว่าค่ายกลเหล่านั้นเจ้าเคยเห็นแล้วหรือ”
เสียงอันนุ่มนวลของถวนจื่อดังขึ้นในใจ
ฉู่หลิวเยว่แตะหน้าผากพลางพูดขึ้น
“ก็ไม่ใช่ แต่…”
ทว่ายิ่งนางเข้าใกล้ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นสัดส่วนของค่ายกลที่ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น!
ในตอนแรกนางไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ต่อมาเมื่อได้เห็นค่ายกลที่พวกพี่เป่าเรียกกันว่าปรมาจารย์ค่ายกลระดับราชา ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในอาณาเขตพื้นที่ของค่ายกลปรมาจารย์ระดับมหาราชา อีกทั้งยังมีจำนวนค่อนข้างมาก นางจึงรู้ว่ามีอะไรบางอย่างปิดบังอยู่ด้านในนี้
เมื่อสัมผัสได้ถึงความคิดในใจของนาง ถวนจื่อจึงเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
“เป็นเช่นนี้ ข้าถึงได้กลับมา”
“ก่อนหน้านี้ยังพออธิบายได้ว่าเป็นเพราะความสามารถและความโชคดี แต่ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้เป็นใครก็มั่นใจว่านางต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน”
แม้ว่านางจะรีบร้อนที่ต้องการจะเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตามหาพี่เป่าและคนอื่นๆ แต่ในใจของนางก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไร
หากความสงสัยและคำถามของคนรอบข้างเหล่านั้น ไม่ได้รับการจัดการอย่างดี จึงเป็นไปได้อย่างมากว่าอาจทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่อาจรู้ได้
“นางเพิ่งมาที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิได้ไม่นาน และยังมีอันใดหลายอย่างที่ไม่เข้าใจอย่างกระจ่างชัด จึงไม่ควรทำสิ่งใดผลีผลามในตอนนี้”
“รอไปก่อน ดูว่าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จะมีปฏิกิริยาอย่างไรแล้วค่อยวางแผนขั้นตอนต่อไป”
ฉู่หลิวเยว่พูดอย่างแน่วแน่
“เดิมทีนางเป็น…ห่วงพี่เป่าและคนอื่นๆ จึงเต็มไปด้วยความคิดและความหวังที่จะผ่านเส้นทางแห่งดวงดาวและเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”
แต่บัดนี้เมื่อนางรู้หลังจากที่ได้เห็นค่ายกลส่วนใหญ่บนเส้นทางแห่งดวงดาว นางกลับรู้สึกไม่ได้รีบร้อนนัก
ถวนจื่อพูดขึ้นอย่างมึนงง
“เช่นนั้นถวนจื่อเชื่อฟังอายว่!”
ฉู่หลิวเยว่เดินเข้ามานั่งลงและหลับตาพักสักครู่
ในสองสามวันมานี้นางใช้ค่ายกลอย่างไม่หยุดพัก ซึ่งต้องใช้พลังและความพยายามไปอย่างมาก
“อาเยว่ พวกเรารออยู่ทางนี้ ผู้เฒ่าต้าเป่าและคนอื่นๆ ทางนั้นคงจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
ฉู่หลิวเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ และฮึมฮัมขึ้น
“มีเพียงพวกเขาที่หลอกคนอื่น แล้วคนอื่นจะมารังแกพวกเขาได้อย่างไร!”
…
“ฮัดเช้ย!”
“ใครกัน คิดถึงข้าน้อยเช่นนี้…”
เมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นแต่ความมืดมิด
เขาถอนหายใจและล้มตัวนอนลงอีกครั้ง
“โอ้ว ช่วงนี้ช่างน่าเบื่อเสียจริง…ข้าว่า ถ้าไม่อย่างนั้นเจ้าส่งคนมาสองสามคน ข้าน้อยจะช่วยเจ้าฝึกฝน?”
ไม่มีใครตอบ
หลายเซียวหัวเราะ “ฮ่า” อย่างเย้ยหยัน
“ช่างเถอะ ตอนนั้นมีคนมากมายที่ขอร้องแต่ข้ายังไม่ยอมรับ ตอนนี้มีโอกาสดีๆ เช่นนี้เจ้ากลับพลาดไปได้ จริงๆ เลย…”
“ตอนนี้เหลือแค่คนที่รอดจากการพ่ายแพ้ ความรุ่งเรืองในอดีตได้กลายเป็นเมฆหมอกและฝุ่นผงไปแล้ว การใช้ชีวิตอยู่กับอดีตเพียงแค่ทำให้คนมองว่าเจ้าน่าสงสารก็เท่านั้น”
เสียงนั้นดังมาจากระยะไกล
ขณะที่พูดเขาก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
“ข้าพูดเช่นนี้ ล่วงเกินไปแล้วจริงๆ แม่นางเสี่ยวปาไม่พอใจใช่หรือไม่”
น้องแปดหัวเราะขึ้น
“เช่นนี้มีอันใดให้ไม่ดีใจกันเล่า”
อย่างไรก็ตามนางเห็นเรื่องเช่นนี้มามากมายนัก ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้สนใจจริงๆ
“หรือว่าในตำหนักมายากศักดิ์สิทธิ์นี้ นางจะสามารถซ่อนตัวและอยู่อย่างไม่เปิดเผยชื่อได้จริงๆ หรือ”
“บอกมาว่าเหตุใดถึงมาหาข้า หากไม่มีเรื่องสำคัญอันใด ข้าจะไปพักผ่อนแล้ว”
“มี มีขอรับ!”
เหลียงเหอตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ก่อนหน้านี้แม่นางเสี่ยวปาบอกว่าต้องการผลวิญญาณสวรรค์ ครั้งนี้ข้าตั้งใจมามอบของสิ่งนี้ให้โดยเฉพาะ สิ่งเหล่านั้นที่เแม่นางเสี่ยวปาชอบก่อนหน้านี้ ข้าก็เอามาทั้งหมด”
เดิมทีน้องแปดเบื่อหน่าย เมื่อได้ยินคำพูดนี้เข้า ทันใดนั้นจึงแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยออกมา
“ทั้งหมดหรือ? เช่นนั้นก็มีมากกว่าร้อยต้น”
เหลียงเหอหัวเราะและพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“ขอรับ ทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว”
น้องแปดเลิกคิ้วขึ้น มองดูเขาอย่างระมัดระวังและพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ
“หากเสินสื่อสำดับที่แปดรู้ว่าเจ้าทำเช่นนี้ จะไม่โกรธหรอกหรือ”
“แม่นางเสี่ยวปาอาจยังไม่รู้ว่าบนยอดเขาโอสถนั้นยังมีอีกหลายจุดที่มีผลวิญญาณสวรรค์ขึ้นอยู่ ที่ข้านำมาเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ใต้เท้าเสินสื่อจะไม่โกรธเพราะเรื่องนี้หรอก”
น้องแปดพูดถวนคำพูดชองเขาและก็หัวเราะออกมา
“แท้จริงแล้วเสินสื่อสำดับที่เจ็ด ได้พูดก่อนหน้านี้ว่า สิ่งที่อยู่บนยอดเขาโอสถล้วนใช้ได้ตามต้องการ และนั่นไม่ใช่เรื่องโกหก”
คนที่ไม่อยากให้นางหยิบผลวิญญาณสวรรค์จริงๆ คือเสินสื่อสำดับที่แปดที่สูงส่งท่านนั้น!
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...