………………..
ฉู่หลิวเยว่แบ่งพลังปราณดั้งเดิมลึกล้ำสายหนึ่งถ่ายทอดเข้าไปในร่างของเชียงหว่านโจว หมายจะยับยั้งไอเย็นเยียบเอาไว้
ทว่าหลังจากนั้น นางกลับพบว่ามันสายไปเสียแล้ว
ไอเย็นยะเยือกพวกนั้นแผ่ขยายไปทั่วร่างของเชียงหว่านโจวเป็นที่เรียบร้อย ทั้งยังซึมซาบเข้าสู่กระดูกแลเลือดเนื้อของเขาด้วยความเร็วอันน่าตกใจ!
น้ำแข็งเย็นเฉียบบนตัวเขายังคงค่อยๆ แข็งตัว ทั้งยังทับถมกันไปมามากขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนนั้นเอง เฉินอีพลันวิ่งถลาเร็วรี่เข้ามาจากด้านนอก
ฉู่หลิวเยว่หันศีรษะกลับไปมองเขาแวบหนึ่ง
“เฉินอี ผนึกในร่างเสี่ยวโจวทลายแล้ว!”
เฉินอีนิ่วหน้า เขาเดินตรงไปยังข้างกายของเชียงหว่านโจว
สายตาของเขากวาดมองตราศรัทธากลมบริเวณเอวของเชียงหว่านโจวอย่างรวดเร็ว
จากนั้น เขาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“หากตอนนี้คิดจะผนึกมันอีกรอบ เกรงว่าจะไม่สู้ดีนัก”
“แล้ว…”
“ระบายออกไปดีกว่าสกัดไว้ ขอเพียงแค่ทำให้ไอเย็นพวกนั้นกลายเป็นพลังของตัวเขาเองได้ทั้งหมด ก็จะสามารถขจัดวิกฤตครั้งนี้ได้”
นัยน์ตาของฉู่หลิวเยว่พลันหดลง
“เจ้าหมายความว่าจะให้เสี่ยวโจวบุกทะลวงเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์เลยอย่างนั้นหรือ?”
เฉินอีพยักหน้า
“มิใช่ว่าก่อนหน้านี้นายท่านเองก็คิดจะทำเช่นนี้อยู่หรอกหรือ ตอนนี้คือโอกาสเหมาะที่สุดแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เรียวคิ้วดำขลับขมวดเข้ากันทันใด
ดูจากความเร็วแล้ว ใช้เวลาอีกไม่นานก็จะสามารถบุกทะลวงสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ได้
แต่ว่าตอนนี้มัน… ออกจะกะทันหันเกินไปหน่อยแล้ว!
เดิมทีขีดจำกัดของระดับเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นมิอาจก้าวข้ามไปได้ง่ายๆ
ต่อให้เตรียมการมาดีเพียงพอ ก็ไม่แน่ว่าท้ายที่สุดแล้วจะสำเร็จ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภาพของเชียงหว่านโจวในตอนนี้เลย
ไอเย็นเยียบกำลังกัดกร่อนร่างกายภายในของเขา หากประมาทแม้แต่นิดเดียว เกรงว่า…
“สถานการณ์ในตอนนี้ใครก็ช่วยเขาไม่ได้ ทำได้แค่พึ่งตัวเขาเองแล้ว”
สีหน้าของเฉินอียังคงราบเรียบดั่งเคย
ฉู่หลิวเยว่พลันตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
นางรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่เฉินอีพูดล้วนถูกต้อง
หากปล่อยให้เชียงหว่านโจวแปรสภาพพลังเหล่านี้แล้วดูดซับด้วยตัวเอง ใครก็มิอาจรู้ได้ว่านี่จะสร้างความเสียหายมากมายเพียงใดแก่ร่างกายของเขา ไหนจะเรื่องที่ว่าเขาสามารถทนรับมันไหวหรือไม่
แต่ หากไม่ทำเช่นนี้ เชียงหว่านโจวก็ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงมหาศาล
เพราะในท้ายที่สุด ไอเย็นเยียบสายนั้นมันเสียการควบคุมไปแล้ว!
ทันใดนั้น ฉู่หลิวเยว่พลันรู้สึกว่าข้อมือของเชียงหว่านโจวขยับขึ้นมา
นางก้มศีรษะลงมอง
เชียงหว่านโจวก้มศีรษะลงน้อย ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน บนดวงหน้าและตามตัวล้วนขึ้นสีแดงก่ำช้ำเลือด มีเพียงริมฝีปากเท่านั้นที่ยังคงซีดขาว
เขาขบกรามแน่น แล้วเอ่ยออกมาทีละคำว่า
“ข้า… ข้าบุกทะลวงขึ้นระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ได้…”
แม้น้ำเสียงจะแผ่วเบา แต่กลับแฝงด้วยความหนักแน่นที่ไม่อาจดูแคลนได้โดยง่าย!
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกมั่นใจขึ้นมาโดยพลัน
“ดี ข้าจะช่วยคุ้มกันเจ้าเอง”
…
เชียงหว่านโจวหลับตา สองมือประสานทับกันไว้เบื้องหน้า เริ่มลองกักเก็บเศษชิ้นส่วนของไอเย็นที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศภายในร่างมาเปลี่ยนเป็นพลังปราณดั้งเดิมของตัวเอง
เฉินอีมองเขาปราดหนึ่งด้วยแววตาที่เข้มขึ้น
จากนั้นเขาก็หันไปมองทางฉู่หลิวเยว่ กล่าวว่า
“นายท่าน เรื่องคุ้มกันให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ กว่าเขาจะบุกทะลวงขึ้นระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก อีกอย่าง นอกจากนี้แล้ว เขาอาจต้องการยาอายุวัฒนะที่ให้ความอบอุ่นแก่ชีพจรดั้งเดิมด้วย”
ฉู่หลิวเยว่เข้าใจความหมายที่เฉินอีจะสื่อทันที
“เจ้าพูดถูก”
ครานี้เชียงหว่านโจวกำลังจะพัฒนาพลังของตนโดยการหลอมไอเย็นเยียบเหล่านั้นซึ่งแตกต่างจากผู้อื่นโดยสิ้นเชิง
ต่อให้สุดท้ายเขาจะทำสำเร็จจริง ในระหว่างนี้ไอเย็นเยียบเหล่านั้นจะสร้างความเสียหายให้แก่ร่างกายของเขาอย่างแน่นอน
ถึงเวลานั้น ย่อมต้องการการดูแลรักษาอย่างดีแน่นอน
ทันใดนั้น นางก็ขมวดคิ้วอีกครา


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...