ฉู่หลิวเยว่ก็จำอักขระยันต์สีดำนั้นได้แทบจะในทันที
นี่มันเหมือนกับจิตวิญญาณที่แฝงอยู่ในร่างกายของซั่งกวนหว่านเมื่อตอนแรกอย่างกับแกะเลยไม่ใช่หรือ?!
แม้ว่าชิ้นส่วนจะหายไปสองส่วน แต่นางก็สามารถมองออกได้อย่างรวดเร็ว!
ริมฝีปากของนางยกยิ้มเป็นรอยยิ้มที่เย็นยะเยือก
“คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีความสัมพันธ์กับถ้ำปีศาจทมิฬด้วย…”
“ถ้ำปีศาจทมิฬอันใด เจ้าพูดจาเพ้อเจ้ออันใดอยู่!?”
อวี๋เจ๋อเฟิงรีบเถียงทันที!
แต่เขากลับรู้สึกร้อนตัวขึ้นมา
ซั่งกวนเยว่…เหมือนว่านางจะรู้ว่านี่คืออันใด?
ตอนแรกฝ่าบาทนำอักขระยันต์นี้มาให้พวกเขา แล้วแบ่งออกเป็นห้าส่วน และซ่อนอยู่ในร่างกายของพวกเขา
ในตอนนั้นเขาบอกเพียงว่าเป็นวัตถุล้ำค่าที่เขาได้ค้นพบมา สามารถทำให้พวกเขาที่อยู่ภายในหุบเขาบรรพกาลเฟิ่งหวงติดต่อกันได้ หากมีเรื่องอันใดก็สามารถส่งสัญญาณได้เช่นกัน
อีกทั้งอักขระยันต์เหล่านี้ก็ทรงพลังอย่างมาก สามารถนำมาใช้ป้องกันตนเองได้
อวี๋เจ๋อเฟิงจำได้อย่างแม่นยำ ฝ่าบาทเคยพูดว่า ที่มาของของชิ้นนี้ยิ่งใหญ่มาก คนทั่วไปไม่มีทางมองออก
แต่เขาก็กำชับอย่างรอบคอบว่า หากไม่ถึงจุดที่อันตรายจริงๆ ไม่ควรนำอักขระยันต์ทั้งหมดมารวมกัน
ตามคำบอกเล่าของฝ่าบาทแล้ว คนอื่นไม่มีทางมองสิ่งนี้ออก
แต่ซั่งกวนเยว่มองเพียงครู่เดียว จะมองออกได้อย่างใด?
แต่สีหน้า ท่าทางของนาง ไม่ดูเหมือนคนโกหก
“ไม่ยอมรับหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่แค่นหัวเราะออกมา หางตามีประกายความเย็นชาปรากฏขึ้น
นางคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมาเจอของบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับถ้ำปีศาจทมิฬที่นี่
ต่อให้อวี๋เจ๋อเฟิงและคนอื่นๆ ไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอันใด แต่ว่าถานไถเฉินจะต้องรู้อย่างแน่นอน
นางดูไม่ออกเลยว่าเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้ จะแอบซ่อนกลอุบายแบบนี้เอาไว้ด้วย!
ฉู่หลิวเยว่กระชับกระบี่หลงหยวนให้แน่นขึ้น ง้างมือขึ้นสูง แล้วฟันออกไปอย่างแรง!
โฮก…
ในตอนนั้นเองเหมือนมีเสียงคำรามของมังกรดังก้องไปทั่วฟ้าดิน!
แววตาของอวี๋เจ๋อเฟิงและคนอื่นๆ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“เร็ว! รีบกระตุ้นอักขระยันต์เร็วเข้า!”
อวี๋เจ๋อเฟิงตะโกนขึ้นอย่างรีบร้อน!
ต่อให้อักขระยันต์นี้ไม่สมบูรณ์ แต่ถ้ากระตุ้นมันก็ยังพอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง!
หลายคนถ่ายเทพลังดั้งเดิมลงไปด้วยความรีบร้อน!
ขอบของอักขระยันต์สีดำมีประกายไฟสีดำลุกโชนขึ้น!
บรรยากาศที่หนาวเย็น แผ่กระจายออกมา!
ทันทีที่สิ้นเสียงเขา ปราณกระบี่ที่แข็งแกร่งก็พุ่งตรงออกมา!
ตู้ม!
ได้ยินเพียงเสียงแตกร้าวที่ฟังแล้วเสียดฟัน อักขระยันต์ที่เพิ่งรวมตัวกันได้เมื่อครู่นี้ ถูกกระบี่หลงหยวนฟันจนขาดครึ่ง!
ตู้ม!
พลังทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรง และสร้างความปั่นป่วนอย่างน่ากลัว ระลอกคลื่นกระจายออกไปโดยรอบ!
เศษหิน เศษกรวดบินว่อน บนพื้นก็พังทลาย!
ฉู่หลิวเยว่ขยับข้อมือ บนกระบี่หลงหยวนมีปราณกระบี่จำนวนนับหมื่นเล่มปรากฏขึ้นมา! พร้อมจะฆ่าโดยตรง!
“เจ้า…”
อวี๋เจ๋อเฟิงเพิ่งตะโกนออกมาได้หนึ่งคำ แต่คอของเขาก็มีรูเลือดปรากฏออกมาแล้ว!
เขาเบิกตากว้าง เลือดสดๆ พุ่งออกมาจากปากแผล หลังจากนั้นไม่นานอาภรณ์ของเขาก็ถูกย้อมเป็นสีแดง
จากนั้นร่างกายของเขาก็แข็งทื่อไป ก่อนจะล้มลงที่พื้น
คนที่อยู่ด้านข้างสองคนก็อยากจะเข้าไปช่วยเขา แต่ในตอนนี้พวกเขายังไม่สามารถดูแลตัวเองได้เลย!
หลังจากนั้นไม่นานเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นอีกสองครั้ง ก่อนที่ทั้งสองคนจะล้มตามๆ กันไป!
ดวงตาของถานไถเฉินเต็มไปด้วยเลือด เขารีบวิ่งเข้าไปที่ม่านพลังนั้นเหมือนกับคนบ้า!
ผู้อาวุโสฮวาเซียนขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะสะบัดชายเสื้อแล้วขวางทางเขาเอาไว้
“ถานไถเฉิน เจ้าคิดจะทำอันใด? หรือว่าต้องการจะบุกเข้าไปในหุบเขาบรรพกาลเฟิงหวงอย่างเช่นซั่งกวนเยว่?”
เมื่อได้ยินชื่อนั้น ถานไถเฉินก็เงยหน้าขึ้นมาทัน! พร้อมน้ำตาที่ไหลพราก!
“เป็นนาง! จะต้องเป็นนางแน่นอน!”
…
ภายในม่านพลัง
ประกายไฟลูกสุดท้ายดับลง
ในจุดที่คนเหล่านั้นเคยอยู่ นอกจากร่องรอยของการปะทะของพลังแล้ว ก็ไม่มีสิ่งอื่นเหลืออยู่เลย
หากมีคนมาก็จะคิดว่าที่นี่เคยเกิดมหาสงครามและระเบิดขึ้นเท่านั้น แต่ไม่มีทางรู้ว่าใครตายอยู่ที่นี่
ฉู่หลิวเยว่เก็บกระบี่หลงหยวนลง แต่ในใจกลับคิดถึงสถานการณ์สุดท้ายของพวกเขาเหล่านั้น
ราชวงศ์ไท่อวี่…กับถ้ำปีศาจทมิฬ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใดกันแน่?
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง ก็พบว่าไม่มีเงื่อนงำใดๆ ก็คิดว่าควรจะไปสอบถามถานไถเฉินมากกว่า
ฉู่หลิวเยว่จึงรีบปัดความคิดนั้นทิ้งไป ก่อนจะหมุนตัวไปมองมู่หงอวี่
“พวกเรา…”
“ตึก”
“ตึก”
“ตึก”
ฉู่หลิวเยว่ยังไม่ทันพูดจบ แต่กลับได้ยินเสียงแหบแห้งดังกระทบเข้าที่โสตประสาท
“หึ ช่างเป็นหญิงสาวที่โหดเหี้ยมจริงๆ”
ฉู่หลิวเยว่หันขวับกลับไปมอง!
จวินจิ่วชิง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...