เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดคุณหมอตาวิเศษ นิยาย บท 2195

อู๋เป่ยยิ้มแล้วยิ้มอีกและถามว่า“ถ้าข้าชนะเขา จะได้รับเงินรางวัลเท่าไหร่?”

เฮยเจียงตอบว่า“ถ้าหากชนะเขา ก็จะได้รับรางวัลหกล้านเหรียญวิญญาณ”

“เจ้าเอาเงินเซียนจำนวน 175,000 ทั้งหมดไปแทงเดิมพันข้าว่าชนะไปเลย”

เฮยเจียงพยักหน้าอย่างแรงและพูดว่า“ได้เลยขอรับ!”

ฝั่งนั้นเมื่อวางเงินเซียนเดิมพันแล้ว เวลาก็ลุล่วงวงมาใกล้ถึงเวลานัดหมายพอดี อู๋เป่ยและซุนเจี้ยนเวยต่างเหาะขึ้นไปยืนบนเวทีประลองบนเวทีหมายเลขห้า

บนเวทีขนาดมหึมาทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันห่างราวสามสิบกว่าเมตร

ความจริงแล้วอู๋เป่ยไม่ได้ใส่ใจผลแพ้ชนะมากนัก จุดประสงค์หลักของเขาคือหาเงิน ดังนั้นในศึกแรกนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะโชว์ความสามารถเต็มที่ แต่เลือกจะต่อสู้อย่างสูสีผลัดกันรุกผลัดกันรับ ก่อนจะเฉือนชนะอย่างฉิวเฉียด เพื่อให้การท้าทายในรอบต่อไปมีอัตราต่อรองสูงขึ้นกว่าเดิม

“เจ้าหน้าใหม่ กล้าดีนี่ที่คิดจะท้าทายผู้ที่มีฝีมือติดอันดับห้าสิบขึ้นไป”ซุนเจี้ยนพูดด้วนน้ำเสียงเย็นชา

อู๋เป่ยพูดว่า“ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่ง แต่ข้าจะสู้สุดฝีมือ มาเริ่มกันเถอะ!”

“เสียงฆ้องดังขึ้นหนึ่งครั้ง ทั้งสองคนก็พุ่งเข้าปะทะกันทันที เห็นเพียงเงาร่างสองสายกระแทกใส่กันอย่างรุนแรง แล้วพลันแยกออกจากกันในฉับพลัน”

ร่างทั้งสองพุ่งเข้าหากันปานสายฟ้าฟาด ก่อนจะแยกออกด้วยแรงปะทะ การปะทะในครั้งแรกไม่มีใครเหนือกว่าใคร

“อีกครั้ง!”ซุนเจี้ยนเวยขู่คำราม พุ่งเข้าประจัญบานอีกครั้ง

ทั้งสองใช้วิธีต่อสู้อย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ฝ่ามือปะทะฝ่ามือ ขาปะทะขา หมัดแลกหมัด ทุกหมัดทุกเท้าแน่นหนักถึงเนื้อถึงตัว ทั้งสองสู้กันไปกว่าร้อยกระบวนท่า ทุกคนต่างก็มองออกว่าพลังฝีมือของทั้งสองนั้นสูสีกันยิ่งนัก หากจะให้ตัดสินแพ้ชนะคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“ไม่แปลกใจเลยที่คนมาใหม่คนนี้กล้าท้าทายซุนเจี้ยนเวย ดูเหมือนว่าพลังฝีมือของเขาจะไม่ได้ด้อยกว่าซุนเจี้ยนเวยสักมากเท่าไหร่นัก”

“คนนี้แน่นอนว่าจะต้องเคยวิเคราะห์และสืบข้อมูลมาอย่างละเอียด ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าบุ่มบ่ามมาท้าทายยอดฝีมืออันดับห้าสิบเช่นนี้”

เมื่อถึงพระบวนท่าที่สองร้อย อู๋เป่ยก็พลิกเปลี่ยนวิชาฝ่ามือแบบฉับพลัน ด้วยมุมโจมตีที่พิสดารและยากหยั่งถึง ฝ่ามือหนึ่งซัดเข้าใส่อกของซุนเจี้ยนเวยอย่างเต็มแรง

เมื่อโดนฝ่ามือโจมตีเข้าตรงๆทำให้ซุนเจี้ยนเวยตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างแรง

อู๋เป่ยหอบเบา ๆ และพูดว่า“ขอบคุณที่ออมมือ”

ไม่กี่วินาทีถัดมาซุนเจี้ยนเวยก็ลุกขึ้นมาด้วยสีหน้างุนงง ฝ่ามือนั้นเร็วมากและลึกลับเกินไป ทำให้เขารับไม่ทัน

แต่แพ้ก็คือแพ้ เขาคำนับแล้วเดินลงจากเวทีไปอย่างสงบ

“หน้าใหม่ชนะแล้ว!”

บนเสาทองคำสูงสุด มีผุ้คนส่วนมากส่งเสียงถอนหายใจดังไปทั่ว เพราะส่วนใหญ่วางเดิมพันไว้กับซุนเจี้ยนเวย แน่นอนว่าก็มีส่วนน้อยที่กำลังหัวเราะอย่างสะใจ เพราะวางเดิมพันอู๋เป่ยไว้

หลังจากกลับมาที่เสา เฮยเจียงก็นำเงินรางวัลมาส่งให้อย่างตื่นเต้น“นายท่าน หลังหักค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว พวกเราได้กำไรมาจำนวน 677,000 เหรียญเซียนครับ”

อู๋เป่ยพยักหน้าและพูดว่า“ดี ครั้งหน้าเจ้าวางเดิมพันให้ข้าต่ออีกและแลกเพิ่มให้ครบ 880,000 เหรียญเซียน”

เฮยเจียงกระพริบตาและถามว่า“นายท่าน แล้วรอบหน้าจะท้าทายใคร?”

“อันดับสิบในทำตาราง”เขาพูด

เฮยเจียงไม่ลังเล พยักหน้ารับทันทีและพุดว่า “ผมจะไปจัดการให้!”

ไม่นานนักม่านแสงยักษ์ก็ปรากฏชื่อของอู๋เป่ยขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาจะท้าทายยอดฝีมืออันดับสิบที่มีชื่อว่าไป๋หลงฉีเฟย

ทั้งสนามก็ส่งเสียงฮือฮาอีกครั้ง อู๋เป่ยเพิ่งชนะแค่คนอันดับที่สามสิบเอง ทำไมถึงกล้าท้าทายอันดับที่สิบ“อัตราต่อรองเขาจะเท่าไหร่เนี่ย ทำไมเขาถึงกล้า ?

อัตราต่อรองเดิมพันว่าอู๋เป่ยจะชนะ หลังจากเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอยู่พักหนึ่ง ท้ายที่สุดก็มาคงที่อยู่ที่ 4.5! เห็นได้ชัดว่าคนส่วนใหญ่ยังคงไม่มั่นใจในตัวอู๋เป่ย เพราะถึงแม้เขาจะเก่งกว่าคนที่อยู่ในอันดับที่ห้าสิบเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับอันดับสิบแล้ว ความต่างของฝีมือนั้นห่างกันลิบลับ โอกาสชนะเรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์ด้วยซ้ำ!

แต่ครั้งนี้อู๋เป่ยกลับวางเดิมพันด้วยเงินเซียนทั้งหมดที่มี ถ้าหากเขาชนะ รอบนี้จะทำให้มีเงินเซียนในมือพุ่งไปถึง 3.65 ล้านเหรียญ!

เดือนหน้าเขาจะต้องเดินทางไปยังจักรวาลหลักเจิ้นตั้นแล้ว แล้วที่นั้นจะต้องใช้เงินเซียนเป็นสกุลเงินหลัก แน่นอนว่าเขาจำเป็นต้องเก็บสะสมเงินเอาไว้ให้มาก เพื่อจะได้ใช้ซื้อของและเสบียงต่าง ๆ ที่นั่น

ในที่สุดไป๋หลงฉีเฟย เขาก็ปรากฏตัวขึ้น หลังจากนั้นอู๋เป่ยก็ปรากฏตัวออกมาตามเช่นกัน

ไป่หลงฉีเฟยคนนี้เป็นชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งสวมชุดขาวสะอาดสง่า ท่วงท่าก็สุภาพงดงาม ทันทีที่เขาปรากฏตัวก็ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหลายคนตาเป็นประกาย บางคนถึงกับกรีดร้องออกมาเรียกชื่อของไป่หลงฉีเฟยด้วยความตื่นเต้น

“คุณชายหลี่ ครั้งหน้าต้องคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้ เพื่อชื่อเสียงของสำนักไท่เจินนะขอรับ!”

เสียงโห่ร้องชื่นชมดังขึ้นรอบทิศ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่าศิษย์สำนักไท่เจิน

โชคดีที่มีท่านอาวุโสท่านหนึ่ง ก้าวเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ เขากล่าวเสียงหนักแน่น “พวกเจ้าทุกคนถอยออกไปก่อน ปล่อยให้คุณชายหลี่ได้พักผ่อน”

หลังจากนั้นเสียงโห่ร้องและความวุ่นวายค่อย ๆ สงบลง ศิษย์ทั้งหลายต่างทยอยถอยออกไปด้วยสีหน้าเสียดาย“คุณชายหลี่ เชิญเข้าไปข้างใน”

ถึงแม้ว่าอู๋เป่ยจะเข้าร่วมสำนักไท่เจินแล้ว แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกับจอมยุทธใหญ่ ไม่เพียงแต่เขารู้ดีว่าศิษย์พี่กับจอมยุทธใหญ่นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดี เขาจึงสั่งให้เฮยเจียงกลับไปก่อน จากนั้นจึงเดินทางไปพบจอมยุทธใหญ่ด้วยตัวเอง

ในสวนเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ ใต้ต้นเหมยต้นหนึ่ง จอมยุทธม่อเชียนโฉวกำลังนั่งชงชาอยู่ ชาที่ชงเป็นชาเซียนชั้นยอด และน้ำที่ใช้ก็เป็นน้ำพุเซียนด้วย

อู๋เป่ยถูกนำตัวเข้าไปด้านในและคารวะด้วยท่าทีสำรวม พร้อมกับพูดว่า“ศิษย์ขอคารวะท่านจอมยุทธใหญ่”

ม่อเชียนโฉวหัวเราะ“เหอะเหอะ” แล้วพูดว่า“ซวนเป่ย ศิษย์น้อง เชิญนั่งเร็วเข้า”

การที่อู๋เป่ยถูกเรียกว่าศิษย์น้องนั้นก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะม่อเชียนโฉว เนศิษย์รุ่นก่อนของซือจวิน ซึ่งถือว่าอยู่ในรุ่นเดียวกับเขา

อู๋เป่ยจึงนั่งลงตรงข้ามกับม่อเชียนโฉว ม่อเชียนโฉวเป็นชายวัยกลางคนรูปงาม ใบหน้ายิ้มแย้ม อ่อนโยน พูดจาไม่รีบร้อน ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าเชื่อถืออย่างประหลาด

“ศิษย์น้อง นี่คือชาเซียนที่ข้าเก็บไว้อย่างดี เจ้าลองชิมดู”พูดจบก็ยกถ้วยชาวางไว้ตรงหน้าอู๋เป่ย

อู๋เป่ยจิบเบา ๆ หนึ่งคำ กลิ่นหอมยังติดลิ้นไม่จาง มีพลังยาจากสมุนไพรสิบสองชนิดค่อย ๆ แผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย เขาชมว่า

“ชาดี ชานี้มีฤทธิ์ไม่ด้อยไปกว่ายาอายุวัฒนะระดับสี่เลย”

ม่อเชียนโฉวพูดว่า“ศิษย์น้องช่างสายตาแหลมจริง ๆ ชานี้เป็นสูตรปรุงพิเศษ ผลลัพธ์ไม่แพ้ยาอายุวัฒนะเลย”

อู๋เป่ย เข้าประเด็นตรง ๆ ว่า“ที่ท่านจอมยุทธเรียกข้าให้มา มีอะไรจะสั่งการใช่ไหม?”

ม่อเชียนโฉวยิ้มและพูดว่า“ซวนเป่ย เจ้าสามารถปรุงยาอายุวัฒนะระดับเก้าได้หรือไม่?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ