อู๋เป่ยเอ่ยเรียบๆ ว่า “เรื่องแบบนี้ปกติอยู่แล้ว ท้ายที่สุดพวกเขาไม่อยากให้สำนักฝึกฝนต้องปิดไปทั้งปี”
จากนั้นจึงถามฉินจวี้เฟิงว่า “คุณว่า ผมควรไปตอนไหนถึงจะเหมาะ?”
ฉินจวี้เฟิงหัวเราะหึๆ แล้วว่า “หัวหน้าสำนัก ตงหวางรู้เรื่องนี้แล้วติดต่อผม เขาติดต่อมาบอกว่าจะมาชมการประลองพรุ่งนี้ มาช่วยเชียร์หัวหน้าสำนักด้วย”
อู๋เป่ยว่า “อ้อ ตงหวางของพวกคุณสนใจเรื่องนี้ด้วยเหรอ?”
ฉินจวี้เฟิงว่า “เมื่อก่อนตงหวางเคยนำทัพรบกับกองทัพญี่ปุ่น จนถึงกับมีแค้นฝังลึกกับคนญี่ปุ่น!”
อู๋เป่ยว่า “ได้”
ช่วงบ่าย อู๋เป่ยได้รับโทรศัพท์จากหานปิงเหยียน ถามว่าเย็นนี้เขาจะกลับจงโจวไหม จะชวนไปงานเลี้ยงค่ำของเหล่าชนชั้นนำในวงการธุรกิจด้วยกัน
อู๋เป่ยดูเวลา เห็นว่าน่าจะทัน จึงบอกว่าจะรีบไปให้ทันเวลา
ในฐานะหัวหน้าสำนัก อู๋เป่ยมีคนขับรถส่วนตัว รถที่นั่งก็เป็นรถหรูสั่งทำพิเศษแบบกันกระสุน น้ำหนักรถถึง 4 ตัน ราคาคันละยี่สิบกว่าล้านหยวน
แม้รถจะหนัก แต่การป้องกันยอดเยี่ยม แถมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เพียง 2.5 วินาที
คนขับของอู๋เป่ยอายุ 25 ปี เป็นผู้เรียนที่รับเข้าอย่างเป็นทางการของสำนัก ผิวคล้ำ รูปร่างไม่สูง หน้าซื่อซื่อสัตย์ รับราชการทหารมา 3 ปี ฝีมือขับรถจัดว่าไม่เลว
ขากลับ อู๋เป่ยพาเถาเฉิงไปด้วย
จากเมืองหลวงของมณฑลถึงจงโจวไม่ถึง 300 กิโลเมตร เพราะตลอดเส้นทางมีถนนไม่จำกัดความเร็ว ราวชั่วโมงครึ่งพวกเขาก็เข้าสู่เขตจงโจว
พ่อแม่ของอู๋เป่ยไม่อยู่ที่บ้าน เขาจึงตรงไปบ้านของหานปิงเหยียนทันที
หานจื้อเฉิงไม่อยู่บ้าน มีเพียงหานปิงเหยียนรอเขากลับมาอยู่ หานปิงเหยียนดูเหมือนมีเรื่องให้คิดหนัก พอเห็นอู๋เป่ยก็รีบพูดว่า “พี่เป่ย พ่อฉันขาดการติดต่อ หาอย่างไรก็ไม่เจอเลย”
อู๋เป่ยขมวดคิ้ว คนอยู่ดีๆ จะหายไปได้อย่างไร เขาถามว่า “แล้วคุณป้าล่ะ?”
“แม่ฉันพาคนออกไปตามหาแล้ว ฉันเป็นห่วงจนจะขาดใจอยู่แล้ว!” แววตาหานปิงเหยียนคลอไปด้วยน้ำตา
อู๋เป่ยว่า “ปิงเหยียน ไม่ต้องรีบร้อน บอกผมหน่อย ลุงหายตัวไปนานแค่ไหนแล้ว?”
หานปิงเหยียนว่า “หกโมงครึ่งตอนเช้า พ่อฉันออกจากบ้าน บอกว่าจะไปพบเพื่อนเก่า ขับรถเองด้วย ไม่ได้พาคนขับไป หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้เลย ตอนแรกฉันไม่คิดอะไรมาก นึกว่าพ่อยุ่ง แต่ครึ่งชั่วโมงก่อน โทรศัพท์ของพ่อส่งข้อความมาหนึ่งฉบับ”
พูดจบเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เป็นรูปถ่ายหนึ่งภาพ ในรูป หานจื้อเฉิงเลือดท่วมหน้า คุกเข่าอยู่กลางทุ่งหญ้ารกร้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
อู๋เป่ยมองรูป จ้องพินิจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วถามว่า “นอกจากรูป แล้วยังมีอะไรอีกไหม?”
หานปิงเหยียนส่ายหน้า “ไม่มีแล้ว ฉันโทรกลับไปก็ไม่มีใครรับ”
อู๋เป่ยว่า “แจ้งความหรือยัง?”
หานปิงเหยียนว่า “แจ้งแล้ว แต่ตำรวจก็ยังไม่มีเบาะแสอะไร”
อู๋เป่ยว่า “ไม่ต้องห่วง ผมจะไปตามหาลุงเอง”
พูดจบ เขาก็ทะยานขึ้นกลางอากาศทันที หลังจากเข้าสู่แดนลับ เขาก็บินได้ด้วยพลังลับ เร็วมากด้วย
ทุกครั้งที่บินผ่านพื้นที่หนึ่งๆ เขาจะเปิดพลังจิต กวาดค้นเป็นวงกว้างหลายสิบกิโลเมตร เพื่อเสาะหาตัวหานจื้อเฉิง
ขณะนั้น ที่เชิงเขาในย่านชานเมือง หานจื้อเฉิงถูกขังไว้ในเพิงชั่วคราวทั้งตัวโชกเลือด ไม่ไกลกันมีบุรุษหน้าตาเหี้ยมเกรียมหลายคนกำลังสูบบุหรี่คุยกัน
ชายหัวล้านคนหนึ่งมีหนวดเคราเฟิ้มเต็มหน้า เขาพูดว่า “ไอ้นี่เมื่อก่อนเป็นลูกน้องผม ตอนนี้ไปไกลแล้ว ทรัพย์สินระดับหลายพันล้านหยวน! พี่น้องทั้งหลาย จับมันได้แล้ว ต่อไปพวกเราไม่ต้องกังวลเรื่องกินอยู่!”
คนผู้นั้นคืออู๋เป่ย เขายื่นมือพยุงหานจื้อเฉิง ถามว่า “ลุงหาน เป็นอะไรไหม?”
เห็นอู๋เป่ย หานจื้อเฉิงก็ถอนหายใจยาว “ผมไม่เป็นไร น้องอู๋ รู้ได้ยังไงว่าผมถูกกักอยู่ที่นี่?”
อู๋เป่ยว่า “ผมหาตัวคุณอยู่ครึ่งชั่วโมง เพิ่งใช้พลังจิตค้นเจอ”
เขาชำเลืองมองปาเอ๋อร์ตงที่หน้าถอดสี ถามว่า “ลุงหาน เขาเป็นใคร ทำไมถึงทำร้ายคุณ?”
หานจื้อเฉิงกัดฟันว่า “คนรู้จักเก่าของผมเอง ผมได้ยินว่าเขาเพิ่งพ้นคุก กะว่าจะเห็นแก่ความหลังช่วยเขาสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าใจอำมหิตดั่งงูพิษ อยากจะฮุบทรัพย์สินของผม แล้วยังคิดจะทำร้ายครอบครัวผมอีก คนแบบนี้ สมควรตาย!”
ปาเอ๋อร์ตงเอื้อมมือแตะเอว ชักปืนออกมาขู่ “อย่าขยับ ไม่งั้นกูยิงมึงตาย!”
อู๋เป่ยมองปืนในมือเขา เอ่ยเรียบๆ ว่า “ของแบบนี้ใช้กับผมไม่ได้ ไม่เชื่อก็ลองดู”
พูดจบก็ยื่นมือคว้า พลังลับแปรเป็นเส้นใย ล็อกควบคุมร่างปาเอ๋อร์ตง มือของหมอนั่นไม่เชื่อฟังตัวเองแล้ว ยกปืนจ่อขมับตัวเอง
ปาเอ๋อร์ตงตกใจสุดขีด ร้องว่า “ขอชีวิต ผมผิดไปแล้ว ปล่อยผมเถอะ!”
อู๋เป่ยถามเขา “นายไปรู้ได้ยังไงว่าลุงหานของผมอยู่ที่ไหน ครั้งนี้คิดกันเอง หรือมีใครชักใยอยู่เบื้องหลัง?” เขารู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะธรรมดา จึงซักต่ออีกคำถาม
ปาเอ๋อร์ตงรีบว่า “หานจื้อเกาบอกผม แผนก็เขาเป็นคนคิด!”
พอได้ยินชื่อหานจื้อเกา สีหน้าของหานจื้อเฉิงก็หม่นหมองอย่างยิ่ง เขากัดฟันว่า “หานจื้อเกา ไอ้ชาติชั่ว!”
อู๋เป่ยแปลกใจ ถามว่า “ลุงหาน หานจื้อเกาเป็นใคร?”
หานจื้อเฉิงถอนหายใจแล้วว่า “ลูกพี่ลูกน้องของผมเอง เมื่อก่อนผมปั้นเขามากับมือ แต่พอปีกกล้าขาแข็งก็รีบแยกตัวตั้งบริษัทของตัวเอง มาต่อกรกับผม เจ็ดปีก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะการหักหลังของเขา บริษัทของผมเข้าตลาดหุ้นไปนานแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...