ท่านชายหนิงเดินโซเซอย่างไม่รีบร้อนเข้ามา เขาชี้นิ้วไปที่อู๋เป่ยแล้วหัวเราะว่า “เจ้าหนู ลงมือมาเลย”
อู๋เป่ยก้าวเข้าไปแล้วชกทันที ท่านชายหนิงพ่นสุราออกมาเป็นลูกธนู ลูกธนูสุรานั้นแปรเปลี่ยนเป็นลูกธนูน้ำแข็ง แล้วลุกด้วยเปลวไฟสีเขียว พุ่งใส่อกของอู๋เป่ย
“ตูม!” กำปั้นของอู๋เป่ยกระแทกลูกธนูน้ำแข็ง
พลังของลูกธนูน้ำแข็งแตะเข้ากับกำปั้นของอู๋เป่ย เปลวไฟกับความเย็นบนลูกธนูดับวูบ กลายเป็นไอน้ำระเหยไป พร้อมกันนั้นหมัดของอู๋เป่ยก็ซัดเข้าที่ท้องของท่านชายหนิง อาศัยแรงที่ฝ่ายตรงข้ามส่งมา บวกกับแรงหมัดของเขาเอง กระหน่ำเข้าไปที่ท้องของท่านชายหนิง
ตอนนี้เขากำลังใช้ชั้นแรกของวิชาเทพรับพลัง ประสานกับวิชาหมัดของเขา
ท่านชายหนิงครางต่ำ ถูกชกกระเด็นไปหลายเมตร โก้งตัวไถลไปบนพื้นอยู่ระยะหนึ่ง ริมฝีปากมีเลือดซึมออกมา
อู๋เป่ยแปลกใจเล็กน้อย หมัดนี้ของเขาแม้ดูธรรมดา แต่เป็นการอาศัยแรงเขาส่งแรงคืน ทว่าฝ่ายนั้นกลับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ดูท่าว่าฝีมือของคนผู้นี้ไม่ธรรมดา
ท่านชายหนิงเช็ดเลือดที่มุมปาก พูดเสียงเย็นอย่างเหี้ยมว่า “พอมีของนะ ถึงขั้นรู้จักใช้แรงฝ่ายตรงข้ามย้อนกลับไปเล่นงาน ฮะฮะ เป็นข้าประมาทไปเอง ต่อไปนี้ เตรียมตัวรับไฟโทสะของข้าให้ดี!”
กล่าวจบ กายของท่านชายหนิงลุกโชติช่วงด้วยเปลวไฟสองสี—เขียวกับแดง เขาอ้าปากพ่นเก้าสายแสงดาบออกมา ยาวราวหนึ่งเมตร ปลายหนึ่งเป็นสีเขียว อีกปลายเป็นสีแดง พุ่งเข้าหาอู๋เป่ยรวดเร็วดั่งสายฟ้า
อู๋เป่ยเอื้อมมือคว้าติดๆ กัน กำแสงดาบทั้งเก้าสายไว้ได้อย่างง่ายดาย แล้วสลายพลังของมัน จากนั้นเขาฟาดฝ่ามือใส่อีกฝ่าย
เงาฝ่ามือขนาดมหึมาถาโถมเข้าไปตรงๆ รอยฝ่ามือพลังนั้นยังประทับเก้าสายแสงดาบไว้ กระหน่ำใส่ร่างท่านชายหนิงด้วยความเร็วที่มากขึ้น
“กร๊อบ!”
ท่านชายหนิงถูกเงาฝ่ามือตีจนทั้งร่างสะท้าน กระดูกหน้าอกแตกละเอียด ไส้พุงเละเป็นโจ๊ก! คราวนี้เขาบาดเจ็บสาหัสอย่างที่สุด
ยังไม่ทันให้ท่านชายหนิงตั้งตัว อู๋เป่ยก็ซัดเท้าใส่อีกครั้ง เตะจนร่างปลิวไปกว่าสิบเมตร กระแทกใส่พวกตระกูลอิน คนตระกูลอินยกมือรับตามสัญชาตญาณ ผลคือหลายคนถูกชนจนแขนหักขาเจ็บ กลิ้งระเนระนาด ร้องโอดครวญติดๆ กัน
อู๋เป่ยสะบัดมือ ยิ้มแสยะแล้วว่า “ท่านชายหนิงนี่อ่อนจริง สองยกก็แพ้รวด รีบไสหัวไปซะ”
กู่เจี้ยนหนานดีใจจนออกนอกหน้า เขาหัวเราะลั่นว่า “อินฟู่หู พวกเจ้าแพ้!”
อินฟู่หูกัดฟันจนแทบแตก แต่แพ้ก็คือแพ้ ต่อให้ตระกูลอินกร่างเพียงใด ก็ต้องเคารพกฎของยุทธภพ มิฉะนั้นภายหน้าจะไม่มีที่ยืนในยุทธภพ
เขาสะบัดมือครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ไป!”
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาหันกลับมาจ้องอู๋เป่ยเขม็งแล้วกล่าวว่า “เรื่องวันนี้ ตระกูลอินไม่มีวันลืม!”
คนตระกูลอินรีบล่าถอยออกจากภูเขามังกรขาว ครั้นพวกนั้นจากไป กู้ชิงเหลียนกระโดดขึ้นด้วยความดีใจ โผกอดอู๋เป่ยแล้วหอมแก้มเขาไปหลายฟอด
กู่เจี้ยนหนานหัวเราะ “ฮ่าๆ” แล้วว่า “เรากลับบ้านกันก่อน!”
เมื่อทุกคนกลับถึงตระกูลกู้ กู่เจี้ยนหนานกล่าวว่า “คุณชายอู๋ เรื่องเมื่อวานข้าได้หารือกับเหล่าผู้เฒ่าแห่งตระกูลแล้ว ทุกคนตัดสินใจขายภูเขาไป้ซานพร้อมพื้นที่รอบๆ เหมาทั้งยวงให้ท่าน”
ราคาเจ็ดหมื่นเงินเซียน สำหรับตระกูลกู้นับว่าสูงมาก ไหนอู๋เป่ยยังเป็นคนที่ตระกูลกู้ต้องการสานสัมพันธ์ไว้ จึงตอบตกลงอย่างฉับไว
อู๋เป่ยยิ้มบางๆ กล่าวว่า “ดีครับ”
เขาจ่ายเจ็ดหมื่นเงินเซียนให้คนตระกูลกู้ทีเดียวจบ ก่อนหน้านี้เขากำจัดศัตรูไปหลายคน ได้ชิงทรัพยากรของพวกนั้นมา จึงควักเงินจำนวนนี้ออกมาได้อย่างสบาย
ตระกูลกู้มอบโฉนดที่ดินและเอกสารกรรมสิทธิ์ส่งให้อู๋เป่ย แน่นอนว่าเรื่องการเปลี่ยนมือในขั้นต่อไปยังมีอีกหลายอย่าง ซึ่งคนตระกูลกู้จะช่วยดำเนินการให้
กู้ชิงเหลียนยิ้มถามว่า “น้องเล็ก ซื้อพื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ เจ้าคิดจะทำอะไรหรือ?”
อยู่กับครอบครัวหนึ่งวัน ตอนกลางคืนก็ใช้เวลากับหานปิงเหยียน เช้าวันรุ่งขึ้นเขากับฉินจวี้เฟิงมุ่งหน้าไปยังกองทัพของตงหวาง
ภายใต้บัญชาของตงหวางมีนายทหารและพลทหารจำนวนไม่น้อย ทั้งสองบินไปอยู่พักหนึ่ง ก็ลงจอดที่หน้าประตูค่ายทหาร ฉินจวี้เฟิงแสดงฐานะของตน แล้วพาอู๋เป่ยตรงไปยังเต็นท์ใหญ่กองทัพ
ตลอดทาง อู๋เป่ยสังเกตว่าทหารที่นี่ร่างกายกำยำแข็งแรงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบรรดานายทัพบางคน หลายคนมีพลังกล้าแข็ง พลังยุทธ์ก็สูง
พอได้พบตงหวาง อู๋เป่ยกล่าวว่า “ฝ่าบาท ผมตั้งใจจะเข้ารับราชการในกองทัพสักระยะครับ”
ตงหวางดีใจนัก เขาหัวเราะกล่าวว่า “ดี ตั้งแต่นี้ไป เจ้าจะอยู่ในกององครักษ์ของเรา ทำหน้าที่เป็นองครักษ์หนึ่งดาว!”
องครักษ์หนึ่งดาวคุมทหารสิบคน อย่ามองว่าคนไม่มาก แต่นี่คือหัวกะทิของหัวกะทิ กำลังรบเหนือกว่าทหารทั่วไปสิบเท่าถึงร้อยเท่า! ทั้งค่ายองครักษ์มีแค่ร้อยกว่าคนเท่านั้น!
หน้าที่ของกองกำลังทหารคือคุ้มครองตงหวาง หรือในห้วงยามคับขันที่สุด ก็ต้องชักดาบฆ่าศัตรู พลิกสถานการณ์ เปลี่ยนเกมการรบ!
ตงหวางคุยกับอู๋เป่ยอยู่ไม่กี่คำ แล้วก็ส่งที่เหลือให้ฉินจวี้เฟิงจัดการ
ฉินจวี้เฟิงถือคำสั่งราชาของตงหวาง พาอู๋เป่ยไปยังค่ายทหารแห่งหนึ่งไม่ไกลจากนั้น ที่นั่นคือเขตของค่ายองครักษ์
ตำแหน่งสูงสุดในค่ายองครักษ์คือองครักษ์สามดาว มีอยู่เพียงสามคน คนหนึ่งดูแลการฝึกของค่ายองครักษ์ คนหนึ่งดูแลขนส่งและเสบียง และอีกคนที่สำคัญที่สุดคุมบัญชาการทั้งกอง
พอเห็นฉินจวี้เฟิงพาคนมาส่ง องครักษ์หนึ่งดาวคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า “แม่ทัพฉิน คนๆ นี้คือใคร?”
ฉินจวี้เฟิงหยิบคำสั่งราชาของตงหวางออกมา กล่าวว่า “องครักษ์หนึ่งดาวที่ตงหวางแต่งตั้ง ฝากพวกเจ้าช่วยจัดตำแหน่งให้ด้วย”
เขาทิ้งอู๋เป่ยไว้แล้วก็หันหลังเดินจากไป เหมือนถ้าอยู่ต่ออีกแค่วินาทีเดียว จะมีเรื่องร้ายบางอย่างเกิดขึ้นทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...