อวี้เฟยหงแม้ไม่ได้เรียกร้องอะไร แต่ในใจของอู๋เป่ยยังติดค้างอยู่ อย่างไรก็ล่วงเกินเธอไปแล้ว จะปล่อยให้ไม่มีอะไรตอบแทนก็คงไม่ดี เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบจี้หยกทรงมังกรส่งให้เธอ จี้หยกนี้เขาได้มาจากผู้ขโมยลิขิต เป็นสมบัติล้ำค่า ล้ำค่ากว่าอัญมณีที่ประมูลกันไปเป็นพันเท่า
เขามอบจี้หยกให้อวี้เฟยหง แล้วให้เธออีกหนึ่งเม็ดโอสถอาคมแปรรูประดับห้า พร้อมกล่าวว่า “ของพวกนี้รับไว้เถอะ นี่คือเบอร์โทรศัพท์ของผม ต่อไปถ้ามีเรื่องอยากให้ผมช่วย ก็โทรหาผมได้เลยครับ”
เพราะไปนอนกับภรรยาคนอื่น เขาเกรงใจ ไม่กล้าพบโหลวอันหมิน จึงสวมเสื้อผ้าแล้วลอยหายไปอย่างเงียบๆ
ไม่นานหลังอู๋เป่ยจากไป โหลวอันหมินก็เดินเข้ามา เขาถามอย่างตื่นเต้น “หงหง เรียบร้อยไหม?”
อวี้เฟยหงพยักเบาๆ ฝ่ายชายดีใจจนเฮขึ้น ก็ทรุดตัวคุกเข่าลงทันที
อวี้เฟยหงสะดุ้งตกใจ “ที่รัก ทำอะไรน่ะ?”
โหลวอันหมินทำหน้าจริงจังกล่าวว่า “หงหง ต่อไปผมจะไม่ใช่สามีของคุณอีกแล้ว คุณก็จะไม่ใช่ภรรยาของผม คุณเป็นหญิงสาวที่คุณชายอู๋เคยมีความสัมพันธ์ด้วย นับจากนี้คุณคือแขกผู้มีเกียรติของตระกูลโหลว!”
อวี้เฟยหงถึงกับอึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าโหลวอันหมินจะตัดสินใจเช่นนี้ ใจหนึ่งปะปนหลากรส จะดีใจหรือเศร้าก็ไม่รู้
โหลวอันหมินกล่าวว่า “ถ้าตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะใช้นามสกุล ‘อู๋’!”
อวี้เฟยหงถอนหายใจแผ่ว “ทำไมต้องถึงขนาดนี้ล่ะ? ถึงไม่มีลูก เราก็ใช้ชีวิตไปด้วยกันได้เหมือนเดิม”
โหลวอันหมินส่ายหัว “ไม่เหมือน! ชีวิตนี้แม้ชะตากำหนดให้ผมไร้บุตร แต่ผมก็ยังเที่ยวเตร่เสเพลได้ทั้งชีวิต ทว่าเที่ยวเตร่ก็แค่เที่ยวเตร่ ผมกลับไม่มีวันมีชีวิตยืนยาว แต่ต่อไปจะไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะมีความสัมพันธ์นี้กับคุณและคุณชายอู๋ ผมจะยังกลัวอีกหรือว่าต่อไปจะไม่มีวันมีชีวิตยืนยาว?”
อวี้เฟยหงได้แต่ยิ้มขื่น เพิ่งถึงตอนนี้เองที่เธอเข้าใจว่าโหลวอันหมินคิดอ่านอย่างไร ทว่าความรู้สึกในใจกลับแผ่วหม่น คุณชายอู๋จะยังจำเธอได้อีกไหมในภายหน้า?
อู๋เป่ยไม่แม้แต่จะแวะกลับโรงแรม ตรงดิ่งกลับวิลล่ามังกรเหลือง เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ทำให้เขากระวนกระวาย ในนาทีนั้นก็ไม่ได้ฝึกตน ดึกดื่นยังโดดลงไปในแม่น้ำว่ายน้ำ
จะว่าเป็นการว่ายน้ำ สำหรับผู้บำเพ็ญอย่างเขา ในน้ำกับบนพื้นแทบไม่ต่างกัน เห็นคลื่นกระเพื่อมสายหนึ่งปั่นป่วนที่กลางแม่น้ำเจียง พริบตาเดียวกวาดไปเป็นพันเมตร ก่อนจะก่อคลื่นลูกใหญ่โถมขึ้น
อู๋เป่ยพุ่งแลบไหวไปในแม่น้ำอยู่ช่วงหนึ่ง เงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้าชนตรงหน้า เขาอารมณ์ขุ่น ก็ไม่สนไม่ถาม พุ่งชนเข้าไปเลย
เสียงดังอู้ตามมาพร้อมเสียงกรีดร้องของสิ่งที่ถูกชน แล้วมันก็สลบไป ผิวน้ำถึงกับปะทุระเบิดกระจาย มังกรไป๋เจียวตัวยาวหลายสิบเมตรลอยขึ้นมา
ชนไปหนึ่งที อารมณ์อู๋เป่ยดีขึ้นนิดหน่อย เขาลอยขึ้นไปบนอากาศมองดู ก็พบว่าสิ่งที่ถูกเขาชนจนสลบนั้นเป็นมังกรเจียวสีขาวจริงๆ
มังกรเจียวเป็นขั้นกลางระหว่างงูกับมังกร แม้จะเทียบมังกรที่แท้จริงไม่ได้ แต่ก็เป็นจอมพลังแห่งเผ่าพันธุ์นที เขาไม่คิดเลยว่าจะมาเจอมังกรเจียวที่นี่ แล้วยังชนมันสลบอีกต่างหาก
เขารู้สึกเก้อใจอยู่บ้าง จึงพามังกรเจียวขึ้นฝั่ง แล้วตบหัวมันเบาๆ
ผ่านไปไม่กี่นาที มังกรเจียวก็ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า พอเห็นอู๋เป่ยอยู่ตรงหน้า มันก็ร้องแหลมทันที เอ่ยเป็นคำคน วิงวอนว่า “ท่านเซียนโปรดไว้ชีวิต อย่าฆ่าผู้น้อย!”
อู๋เป่ยเห็นแล้วอดขำไม่ได้ “ผมไปพูดว่าจะฆ่าคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
มังกรเจียวชะงัก “ท่านเซียนไม่ฆ่าผม แล้วทำไมถึงทำให้ผมสลบ?”
อู๋เป่ยออกจะเก้อเขิน “ผมเพิ่งเล่นน้ำอยู่ในแม่น้ำ ไม่คิดว่าจะพุ่งชนจนคุณสลบครับ”
มังกรเจียวถอนใจโล่ง “เสี่ยวเป่าตกใจแทบตาย ทีแท้ท่านเซียนไม่ได้มาฆ่าผม ก็ดีไป!”
อู๋เป่ยว่า “ฟังจากที่พูด เมื่อครู่มีผู้บำเพ็ญมนุษย์ไล่จะฆ่าคุณเหรอ?”
มังกรเจียวถอนหายใจ “ใช่ ผู้บำเพ็ญคนนั้นโหดร้ายมาก จะฆ่าผมเพื่อชิงแกนพลังมังกรเจียว คิดดูเถอะ ผมบำเพ็ญเพียรมาตั้งห้าร้อยปีถึงจะหลอมแกนพลังนั้นได้ จะให้ปล่อยให้เขาได้ไปง่ายๆ ได้ยังไง เลยหนีหัวซุกหัวซุน สุดท้ายก็มาชนคุณเข้า”
เขาแปลกใจ “แล้วสำนักอวี้เจินมีสิทธิ์อะไรไปช่วยคนอื่นคัดรับศิษย์?”
ไป๋เจียวว่า “สำนักอวี้เจินมีสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่ง ที่สามารถเห็นคุณสมบัติและพรสวรรค์ของคนได้ในพริบตา อาศัยสมบัตินั้นจึงคัดกรองอัจฉริยะจากผู้คนนับมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว เหล่ากำลังต่างๆ ในโลกแห่งเซียนจึงยอมร่วมมือกับมัน”
อู๋เป่ยว่า “คนนี้มีพวกไหม?”
ไป๋เจียวว่า “คนของสำนักอวี้เจินหยิ่งยโสมาก ชอบลงมือเดี่ยว ฮึ! ไอ้สารเลวนี่ไล่ผมอยู่นาน โชคดีที่มาเจอคุณชาย”
อู๋เป่ยรู้ว่าที่นี่ไม่เหมาะจะอยู่ต่อ จึงกล่าวว่า “สหายมังกรเจียว งั้นเราจากกันตรงนี้นะ ต่อไประวังตัวหน่อย อย่าให้ใครไล่ฆ่าได้อีก”
เห็นอู๋เป่ยกำลังจะจากไป ไป๋เจียวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณชายมีพระคุณต่อผม ผมยินดีมอบโอกาสพลิกชะตาให้สักครั้ง”
อู๋เป่ยหัวเราะ “จะมอบโอกาสพลิกชะตาอะไรให้ผม?”
ไป๋เจียวว่า “หลายร้อยปีก่อน ผมยังเป็นแค่งูบ้านๆ แต่เพราะบุกเข้าไปในถ้ำเซียน จึงมีวันนี้ ถ้ำนั้นเต็มไปด้วยความลี้ลับมากมาย เสียแต่ว่าผมไม่ใช่มนุษย์ จึงสำรวจไปได้ไม่มาก”
พอได้ฟังเช่นนั้น อู๋เป่ยก็สนใจ ถามว่า “แล้วจากงู กลายเป็นมังกรเจียวได้อย่างไร?”
ไป๋เจียวว่า “ในถ้ำเซียนมีเตายาอยู่หนึ่งเตา เตายานั้นส่งกลิ่นหอมอบอวลอยู่รอบๆ ผมสูดดมกลิ่นนั้นบ่อยๆ พอนานเข้า ร่างกายก็เปลี่ยนไปทีละน้อย จนสุดท้ายสำเร็จกลายเป็นมังกรเจียว”
อู๋เป่ยตกใจมาก “แค่ดมกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่มีสาเหตุอื่นเลยหรือ?”
ไป๋เจียวว่า “ในถ้ำเซียนก็มีของอื่นด้วย แต่ทุกอย่างถูกอาคมต้องห้ามคุ้มกันไว้ ผมแก้ไม่ได้ ได้แต่มองตาปริบๆ”
ถึงตรงนี้ ไป๋เจียวก็ออกอาการตื่นเต้นขึ้นมา “ถ้าคุณชายคลายอาคมต้องห้ามพวกนั้นได้ ก็จะได้สมบัติล้ำค่าข้างในมา!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...