เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1318

ตอนที่ 1318 หลงกล

………………..

ถ้าเขาบอกหยุนเซินโดยตรงมันจะทำให้หยุนเซินสงสัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และวิธีการเล่นแง่แบบกลัวตายแบบนี้จะทำให้หยุนเซินถูกหลอกได้ง่ายมากขึ้น

หยุนเซินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดว่า “อะไร?..มันพูดยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

หว่านจื่อตงก็ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “อาจารย์หยุนไม่ใช่ว่าผมไม่ต้องการช่วยแต่เรื่องนี้มัน..คนตัวเล็กๆไม่มีอิทธิพลอย่างผมไม่กล้าเข้าแทรกแซงเรื่องนี้จริงๆ..เพราะงั้นถึงแม้ว่าผมจะรู้ข้อมูลมาบ้างแต่ถ้าพูดออกไปผมกลัวว่าชีวิตของผมจะต้องตกอยู่ในอันตรายจริงๆ”

“หืม..หมายความว่าแกไม่กลัวฉันงั้นเหรอ?” หยุนเซินตะคอกอย่างเย็นชาว่า “แก่กลัวคนอื่นแต่ไม่กลัวตระกูลหยุนของฉันเหรอ?..นี่ตระกูลหยุนไม่ได้อยู่ในสายตาของแกเลยรึไง?”

“ผมไม่กล้าหรอกครับ” หว่านจื่อตงพูดอย่างเร่งรีบ “อาจารย์หยุนครับอย่าทำผมเลยผมเป็นแค่คนตัวเล็กๆเพราะงั้นคุณอย่าเสียเวลากับคนอย่างผมเลย”

“เส้นทางข้างหน้าไม่ได้ถูกกำหนดโดยคนอื่นแต่ถูกกำหนดด้วยตัวเอง” หยุนเซินพูด “ถ้าแกยืนกรานที่จะไม่บอกฉันล่ะก็ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้เพราะตอนนี้ฉันโกรธมากและฉันไม่สามารถรับประกันได้ว่าฉันจะไว้ชีวิตแกหรือเปล่า” หลังจากหยุดไปชั่วขณะหยุนเซินก็พูดต่อ “ถึงแม้ว่าตระกูลหยุนของฉันจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าแต่ฉันเชื่อว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาในการฆ่าแกแต่ถ้าแกบอกฉันว่าแกอยากจะไปอยู่ที่ไหนไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อหรือออกจากประเทศจีนไปฉันก็จะช่วยแกเองและฉันรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครมาทำร้ายแกได้..แต่ถ้าแกไม่พูดฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่น”

หว่านจื่อตงแสร้งทำเป็นขมขื่นและเงียบไปครู่หนึ่งและพูดว่า “อาจารย์หยุนต้องรักษาคำพูดนะครับไม่อย่างงั้นผมต้องตายแน่”

“ฉันหยุนเซินคนนี้ดูไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยเหรอ?” หยุนเซินพูด

“ไม่ใช่แบบนั้นครับผมเชื่ออาจารย์หยุนเพียงแต่ว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนเกินไปและผมก็ต้องนึกถึงอนาคตของตัวเองเพราะความจริงแล้วฉันไม่ได้กลัวตายแต่ผมเป็นห่วงลูกชายกับลูกสาว..ผมปล่อยให้พวกเขามาเสี่ยงอันตรายไม่ได้” หว่านจื่อตงถอนหายใจอย่างเงียบๆแล้วพูดว่า “ผมมีข้อมูลสำคัญอยู่คือผมได้ข้อมูลมาว่ามีคนสองคนถูกฆ่าตายนอกเมืองเมื่อคืนนี้และศพของพวกเขาก็ถูกทิ้งในถิ่นทุรกันดาร..ไม่ทราบว่าอาจารย์หยุนรู้เรื่องนี้หรือเปล่าครับ?”

หยุนเซินก็ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันไม่รู้ข่าวนี้..มันเกิดอะไรขึ้น?..แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการตายของลูกชายของฉัน?”

“คนสองคนนั้นเป็นฆาตกรที่ฆ่านายน้อยหยุนครับ” หว่านจื่อตงพูด “ศพของพวกเขาถูกทิ้งในถิ่นทุรกันดารและเห็นได้ชัดว่าผู้บงการเบื้องหลังต้องการฆ่าปิดปากคนที่รู้เรื่องทั้งหมด”

หยุนเซินขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้างั้นก็บอกมาสิว่าใครเป็นคนทำ”

“เรื่องต่างๆมันเกิดขึ้นไวมาก” หว่านจื่อตงพู “เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้และผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำและลงมือจัดการสิ่งต่างๆได้เร็วถึงขนาดนี้..แต่ผมก็คาดเดาจากแง่มุมอื่นและข้อมูลที่รวบรวมมาได้..ซึ่งการที่นักฆ่าสองคนถูกฆ่าตายและถูกทิ้งศพเอาไว้ในที่รกร้างว่างเปล่าแสดงว่าผู้บงการต้องการฆ่าปิดปากแต่ตอนนี้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแทบจะมีใครกล้าท้าทายตระกูลหยุนเลยเพราะงั้นอาจารย์หยุนน่าจะเดาได้ใช่ไหมว่าจะมีใครที่กล้าท้าทายตระกูลหยุนอีก..ตอนนี้สถานการณ์โดยรวมก็ชี้ชัดแล้วว่าใครที่จะได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้บ้างและผมคิดว่าอาจารย์หยุนน่าจะเข้าใจดีที่สุดนะครับ”

หยุนเซินตกตะลึงเล็กน้อยและถามอย่างกระตือรือล้นว่า “มันเป็นยังไง?”

“อาจารย์หยุนเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับภูเขาหินหรือเปล่าครับ” หว่านจื่อตงถามกลับ

“ภูเขาหิน?” หยุนเซินตกตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันไม่เข้าใจว่าแกหมายถึงอะไรและการตายของลูกชายของฉันมันไปเกี่ยวข้องกับตำนานของภูเขาหินได้ยังไง?”

“อาจารย์หยุนค่อยๆฟังผมอย่างช้าๆนะ” หว่านจื่อตงพูด “มีข่าวลืออยู่ว่าในสมัยก่อนราชวงศ์หมิงได้ตั้งกองประจำการที่ภูเขาหินเพื่อจะเดินทัพเข้าสู่ภาคกลางและได้ซ่อนทองคำและเงินและอัญมณีรวมถึงทรัพย์สมบัติจำนวนมากเอาไว้ในที่ลับภายในส่วนลึกของภูเขาหินน่ะครับ” หว่านจื่อตงมองไปที่หยุนเซินและพูดต่อ “อาจารย์หยุนเองก็เคยได้รับอัญมณีและทองเหล่านั้นบางส่วนไปแล้วใช่ไหมครับ?”

หยุนเซินขมวดคิ้วและพูดอย่างเย็นชาว่า “ตามที่คิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าผู้รู้แจ้งอย่างแกจะต้องรู้แม้แต่เรื่องนี้ด้วย” หลังจากพูดจบเจตนาฆ่าก็ผุดขึ้นในใจของเขา สิ่งเหล่านี้ทำไมหว่านจื่อตงถึงจะไม่รู้ทันเพราะมันง่ายมากที่จะหลอกคนแก่คนนี้แต่ต้องใช้วิธีที่เสี่ยงตายเท่านั้น

“ก็ถ้าแกมัวแต่กลัวจินเจิ้งผิงล่ะก็ถ้าแกไม่พูดออกมาในวันนี้ต่อให้แกมีร้อยชีวิตมันก็ไม่พออยู่ดี!..ถ้าแกไม่แสดงหลักฐานออกมาฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่!” หยุนเซินพูด “ถ้าแกช่วยฉันล่ะก็ฉันจะช่วยแกเอง..แกก็น่าจะรู้ว่าตระกูลหยุนของฉันมีเครือข่ายมากมายเพราะงั้นการส่งแกไปที่ไหนในโลกใบนี้มันก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งหว่านจื่อตงก็พูดว่า “เอาล่ะ..ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดแต่ผมไม่สามารถรับประกันได้นะว่าผมจะหาหลักฐานได้หรือเปล่าเพราะนักฆ่าทั้งสองก็ตายไปแล้วและไม่มีหลักฐานการตายซะด้วย..ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากและไม่ง่ายเลยที่จะหาหลักฐานได้”

หยุนเซินก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยฉันเชื่อว่าแกมีความสามารถ..เอาล่ะวันที่แกมอบหลักฐานให้ฉันนั่นคือวันที่ฉันจะช่วยแกหลบหนีออกนอกประเทศและรับรองได้เลยว่าแกจะปลอดภัย” รอยยิ้มนั้นดูปกติแต่มีเจตนาฆ่าเลือนลางในดวงตาเพราะแท้จริงแล้วสำหรับหยุนเซินหว่านจื่อตงรู้ทุกอย่างมากเกินไปและไม่สามารถปล่อยให้รอดชีวิตไปได้ เช่นเดียวกันกับเรื่องของภูเขาหินเพราะถ้ายืนยันแล้วว่าคนในตระกูลจินไม่รู้ก็จะเก็บเขาเอาไว้ไม่ได้เพราะถ้าหากหว่านจื่อตงเปิดเผยความลับนี้กับจินเจิ้งผิงล่ะก็ทุกอย่างจะพังทลายลงและจินเจิ้งผิงก็จะเปิดเผยเอกสารหลักฐานพร้อมกับเงินหนึ่งพันล้านหยวนที่หยุนเจียฮงซ่อนเอาไว้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงชัดเจนอยู่แล้วว่าระหว่างเขากับจินเจิ้งผิงจะไม่สามารถร่วมมือกันได้อีกต่อไปและถึงแม้จะยังคงร่วมมือกันอยู่แต่ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนนี้คงขาดสะบั้นลงในที่สุด

แน่นอนว่าหว่านจื่อตงมองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงเจตนาฆ่าในดวงตาของหยุนเซินเพราะถึงแม้ว่าหยุนเซินจะปกปิดมันเอาไว้เป็นอย่างดีแต่ในฐานะหว่านจื่อตงที่เป็นส่ายข่าวมานานหลายปีเขาจึงสัมผัสได้อย่างชัดเจนและเรื่องนี้ก็พัฒนามาถึงจุดนี้แล้วมันจึงไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอีกต่อไปและเขาได้แต่หวังว่าหยุนเซินจะถูกหลอกจากนั้นเขาก็จะอาศัยอิทธิพลของเย่เชียนเพื่อออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้ไม่ใช่ที่ที่คนระดับเขาจะสามารถเผชิญหน้าได้ไม่อย่างนั้นความตายจะน่าสังเวชและอนาถอย่างมาก

“ผมรู้สึกโล่งใจที่ได้ยินคำพูดของอาจารย์หยุนมากครับ” หว่านจื่อตงพูด “ผมจะหาหลักฐานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ”

หยุนเซินก็พยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็พูดว่า “ฉันคิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องบอกบางอย่างกับแก..แกควรล้มเลิกความคิดที่จะหนีไปซะเพราะไม่ว่าแกจะหนีไปที่ไหนฉันก็จะตามหาแกจนเธอและเมื่อถึงเวลานั้นมันคงจะเลวร้ายสุดๆไปเลยล่ะ..เพราะงั้นฉันหวังว่าแกจะเข้าใจนะ!”

“ผมรู้ครับ..ผมก็หวังว่าอาจารย์หยุนจะรักษาสัญญาที่พูดเอาไว้นะครับ” หว่านจื่อตงอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านในใจและถ้าไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ดีของเขาแล้วเขาอาจจะหวาดกลัวจนไม่สามารถควบคุมได้จริงๆ จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงในตอนนี้เพราะคำพูดที่ดูเหมือนจะธรรมดาของหยุนเซินกลับมีแรงกดดันอย่างมากจนหว่านจื่อตงเหงื่อไหลออกมาเต็มหน้าผาก

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน