ตอนที่ 1317 ตามหาฆาตกร
………………..
เย่เชียนผลักประตูเปิดเข้าไปและไฟในห้องก็สลัวๆแต่เย่เชียนก็ไม่สนใจและเดินตรงขึ้นไปชั้นบนและเมื่อฉันมาถึงประตูห้องผ่านรอยแตกของประตูเย่เชียนก็เห็นแสงสีฟ้าจางๆภายในห้อง
เย่เชียนเคาะประตูด้วยรอยยิ้มและเสียงของแม่หม้ายดำจือเหวินก็ดังขึ้นมาจากข้างใน “เข้ามาสิ!” เย่เชียนเปิดประตูและเดินเข้าไปเพียงเห็นว่าไฟหน้าห้องดับลงและเมื่อเขาหันมองไปรอบๆก็พบโคมไฟเล็กๆที่เปล่งแสงสีฟ้าจางๆออกมาซึ่งดูมีศิลปะและน่าหลงใหลอย่างมาก
จือเหวินนอนอยู่บนเตียงและสวมชุดนอนบางๆและสั้นมากและแทบจะเผยบั้นท้ายออกมาและต้นขาเรียวยาวก็อยู่ในสายตาของเย่เชียนอย่างชัดเจนจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ จากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปอย่างช้าๆและพูดว่า “จือเหวินคุณทำอะไรน่ะ?..คุณต้องการจะยั่วยวนผมงั้นเหรอ?”
จือเหวินก็กระดิกนิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ใช่..คุณชอบไหมล่ะ?”
“ชอบสิ..คืนนี้ผมจะยอมให้คุณทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ” เย่เชียนพูดพร้อมหัวเราะเบาๆ
จือเหวินกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “คุณไม่กลัวว่าน้ำจะหมดตัวจนแห้งหรอ?”
“พี่ชายนั้นยอดเยี่ยมมาก คุณทำได้หรือเปล่า” เย่เฉียนกล่าว
“ถ้าได้ลองก็จะรู้เอง” จือเหวินยิ้มอย่างมีเสน่ห์และพลิกตัวไปกดเย่เชียนเอาไว้ใต้ร่างของเธอ
ว่ากันว่าผู้หญิงบ้ากว่าผู้ชายและมันก็เป็นเรื่องจริงเพราะในที่สุดเย่เชียนก็ได้เรียนรู้ว่าจือเหวินนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน ซึ่งตอนนี้พวกเขาเสียงดังมากจนเย่เชียนกลัวว่าคนข้างนอกจะได้ยินพวกเขา
อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งทางร่างกายของผู้หญิงมักจะด้อยกว่าผู้ชายเสมอดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พวกเธอจะสูญเสียความแข็งแกร่งไปบ้างและในฐานะสามีที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแล้วจึงเป็นเรื่องปกติที่จะทำให้พวกเธอมีความสุขในเวลานี้ หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็นอนลงบนเตียงและเย่เชียนจุดบุหรี่แล้วสูบ ส่วนจือเหวินกอดเย่เชียนและอิงที่หน้าอกของเย่เชียนเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
“คุณเป็นไงบ้าง?” เย่เชียนถามเบาๆและเขี่ยจมูกของจือเหวินเบาๆ
“คุณน่าทึ่งมาก!” จือเหวินพูด หลังจากหยุดไปชั่วขณะจือเหวินก็พูดต่อ “ฉันอยากเป็นแบบนี้ตลอดไปตลอดชีวิตเพื่อที่จะได้กอดคุณแน่นๆอย่างนี้”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “การจากกันแค่ชั่วคราวแล้วค่อยเจอกันใหม่ในอนาคตนั้นดีกว่าการอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ..บอกตามตรงวันนี้ที่ผมมาที่นี่จริงๆแล้วผมมีเรื่องที่อยากจะบอกคุณ..เพราะตอนนี้หยุนเซินกับจินเจิ้งผิงรู้ตัวตนที่แท้จริงของผมแล้วและกลัวว่าพวกเขาจะมาคุกคามคุณเพราะงั้นคุณจะต้องระมัดระวังเวลาไปไหนมาไหนให้มากขึ้นนะ..แต่ถ้าพ้นระยะนี้ไปก็จะไม่เป็นไร”
แม่ม่ายดำจือเหวินพูดว่า “ฉันไม่เป็นไรหรอกเพราะถึงแม้ว่าตระกูลหยุนกับตระกูลจินจะมีอำนาจมากแต่ฉันก็มีอิทธิพลในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่เหมือนกันเพราะงั้นพวกเขาไม่สามารถจัดการกับฉันได้ง่ายๆหรอก..คุณนั่นแหละที่ต้องระวังฉันเป็นห่วงคุณมาก”
“ผมน่ะไม่เป็นอะไรหรอกเพราะทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุมของผมหมดแล้วและจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น” เย่เชียนพูด “อีกไม่นานหรอกตระกูลหยุนกับตระกูลจินจะต้องล่มสลายและหายไปจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและผมจะต้องขึ้นเป็นราชาแห่งวงการใต้ดินของที่นี่”
“คุณรู้ไหมว่าฉันชอบที่คุณเป็นแบบนี้มากเพราะคุณดูมีเสน่ห์จริงๆ” จือเหวินพูด “ยังไงก็ตามตระกูลหยุนกับตระกูลจินก็มีอำนาจมากและมีรากฐานที่แข็งแกร่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและมันไม่ง่ายเลยที่จะจัดการกับพวกมัน..ถึงยังไงคุณก็ต้องระวังในทุกๆอย่างและถ้าหากคุณต้องการอะไรก็บอกฉันมาได้เลย..ถึงแม้ว่าลูกน้องของฉันจะไม่ได้เก่งอะไรมากแต่พวกเขาก็จริงใจและทำงานกันเป็นทีมเพราะงั้นเขาสามารถช่วยได้อย่างแน่นอน”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยเพราะผมไม่ตายง่ายๆขนาดนั้นหรอกแต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดล่ะก็ผมจะระดมพลทั้งหมดจากเขี้ยวหมาป่ามาที่นี่และเมื่อถึงตอนนั้นใครก็ทำอะไรผมไม่ได้แล้ว” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็เปลี่ยนเรื่องและมองไปที่จือเหวินและพูดว่า “แล้วตอนนี้คุณเป็นไงบ้างล่ะ..คุณยังมีแรงเหลืออยู่ไหม..เรามาทำกันอีกรอบดีกว่า”
เมื่อได้ยินแบบนั้นจือเหวินก็หน้าแดงและพูดว่า “ตอนนี้ฉันเหนื่อยมาก..ฉันไม่มีเรี่ยวแรงเหลือเลย”
“ถ้าคุณไม่มีแรงเดี๋ยวผมจัดการเอง” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็ดับก้นบุหรี่และพลิกตัวไปกดจือเหวินลงเอาไว้ข้างใต้เขาและทันใดนั้นห้องก็เต็มไปด้วยแสงฤดูใบไม้ผลิที่สวยงามทันที
เช้าวันรุ่งขึ้นหยุนเซินก็เดินออกจากห้องทำงานและดวงตาของเขาก็แดงก่ำและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้นอนมาทั้งคืนเพราะลูกชายของเขาถูกฆ่าอย่างไร้เหตุผลและอธิบายไม่ได้ดังนั้นเขาจะนอนหลับได้อย่างไร ตอนนี้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความแค้นและความโศกเศร้า
มีคนเปิดรั้วบ้านรอแล้วและหยุนเซินก็เดินตรงเข้าไปและเมื่อเขาเดินมาถึงประตูบ้านแล้วหนึ่งในบอดี้การ์ดของเขาก็กดกริ่งและหลังจากนั้นไม่นานหว่านจื่อตงก็ออกมาจากบ้านอย่างเร่งรีบและนี่คือสิ่งที่เย่เชียนคาดการณ์เอาไว้เพราะหลังจากที่หว่านจื่อตงคุยกับเย่เชียนแล้วเขาก็รู้ว่าหยุนเซินจะต้องมาหาเขาในวันนี้อย่างแน่นอน
หลังจากเปิดประตูหว่านจื่อตงก็แกล้งตกตะลึงโดยเจตนาและรีบพูดว่า “ครับอาจารย์หยุน?..เชิญเข้ามาก่อนครับ..ช่างเป็นเกียรติจริงๆที่อาจารย์หยุนมาที่นี่”
สีหน้าของหยุนเซินไม่ค่อยดีนักและเขาก็ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคุยกับหว่านจื่อตงเกี่ยวกับเรื่องประจบสอพลอในเวลานี้ ดังนั้นเขาจึงตรงเข้าไปนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ส่วนหว่านจื่อตงก็ไม่ได้ทำอะไรและเขายังคงพูดคำประจบสอพลอต่อไปเรื่อยๆเพราะเขารู้ว่าหยุนเซินจะต้องอารมณ์ไม่ดีหลังจากที่หยุนเจียเซิงเสียชีวิตไปดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้และไปชงชาให้หยุนเซินและนั่งลงฝั่งตรงข้ามหยุนเซินแล้วถามว่า “อาจารย์หยุนมาที่นี่มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ?”
“หว่านจือตงผู้มีฉายาผู้รู้แจ้งเพราะงั้นแกคงจะรู้สินะว่าฉันมาหาแกทำไม” หยุนเซินพูด
“พอจะเดาได้ครับแต่ผมไม่กล้าที่จะคิดอะไรเลย” หว่านจื่อตงพูด
“ลองพูดมาสิ” หยุนเซินพูด
“ลูกชายเพียงคนเดียวของอาจารย์หยุนนายน้อยหยุนเจียเซิงถูกฆ่าตายในโรงแรมเมื่อคืนนี้และผมก็คิดว่าอาจารย์หยุนมาที่นี่เพื่อถามผมว่าใครเป็นคนทำใช่ไหม?” หว่านจื่อตงพูดต่อ “ผมไม่แน่ใจจริงๆว่าการคาดเดาของผมถูกต้องหรือเปล่า”
“คาดเดางั้นเหรอ..แกที่รู้หลายสิ่งหลายอย่างก็น่าจะรู้ความจริงข้อนี้อยู่แล้ว” หยุนเซินพูด “ในเมื่อแกคาดเดาเอาไว้แล้วฉันก็จะไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้..แกแค่บอกฉันมาว่ามันเป็นฝีมือของใคร..ฉันน่ะรู้ว่ามันไม่ใช่การคาดเดาหรอกเพราะแกต้องรู้อยู่แล้วเพราะงั้นอย่าไปกลัวที่จะบอกความจริงเลย..คราวนี้ฉันโกรธแค้นมากและฉันต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนฆ่าลูกชายของฉันและถ้าใครหยุดฉันล่ะก็ฉันจะไม่แสดงความเมตตาเด็ดขาด”
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความคุกคามและกดดันและความหมายก็ชัดเจนมากและถ้าหากหว่านจื่อตงไม่พูดอะไรมันก็เท่ากับการขัดขวางไม่ให้เขาค้นหาฆาตกรนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นหว่านจื่อตงก็เป็นผีที่เห็นผีด้วยกันดังนั้นเขาไม่เข้าใจความหมายนี้ได้ยังไงและเขาก็ยิ้มอย่างเขินอายและพูดว่า “อาจารย์หยุน..ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากช่วยแต่ว่าเรื่องนี้…”
.
.

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน