เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1334

ตอนที่ 1334 การตายของหยุนเซิน

………………..

แม้ว่าจินเหว่ยห่าวต้องการจะมาช่วยเย่เชียนแต่ในขณะนี้เขาถูกล้อมรอบไปด้วยลูกศิษย์ของจินเจิ้งผิงและหยุนเซินทั้งเก้าคนและมันก็ยากสำหรับเขาที่จะเข้าไปช่วยและถ้าหากเขาประมาทแม้เพียงเล็กน้อยชีวิตของเขาก็อาจจะจบลงที่นี่เพราะเมื่อเทียบกับเย่เชียนแล้วทักษะของเขานั้นน้อยกว่าของเย่เชียนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เขาใช้ช่วงเวลากระทันหันเข้าไปจัดการลูกศิษย์ทั้งสองคนแต่ตอนนี้คนเหล่านั้นล้อมรอบเขาถึงเก้าคนจนทำให้จินเหว่ยห่าวรู้สึกอึดอัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่ได้รับการฝึกฝนการโจมตีแบบทีมผสานมาอย่างเข้มงวดแต่ทว่าทุกๆคนก็เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ไม่น้อยเลยและโดยธรรมชาติแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการกับคนทั้งเก้าคนนี้ในช่วงเวลาสั้นๆได้ ภายในระยะสั้นๆเขาก็ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องแต่โชคดีที่เขาหลบได้ทันและอาการบาดเจ็บก็ไม่ร้ายแรง

เย่เชียนต้องรับมือกับการโจมตีร่วมกันของหยุนเซินและจินเจิ้งผิงอย่างสุดกำลังในเวลานี้และเขาก็ไม่มีเวลาดูจินเหว่ยห่าวและถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าจินเหว่ยห่าวตกอยู่ในอันตรายแต่เขาก็ไม่มีทางไปช่วยเขาได้ ทางเดียวก็คือต้องจัดการศัตรูตรงหน้าก่อนไม่อย่างงั้นเย่เชียนก็ไม่มีโอกาสไปช่วยจินเหว่ยห่าวอย่างแน่นอน

มวยปาจี๋ที่ฝึกฝนมาเป็นเวลาสิบปีและใช้ฆ่าคนจริงๆมาหลายปีด้วยการปรับปรุงและผสมผสานเข้ากับศิลปะการต่อสู้หลายแขนงทั่วโลก ซึ่งเย่เชียนใช้หมัดปาจี๋กระแทกร่างกายของหยุนเซินอย่างแรงแต่ทว่าหยุนเซินผู้ฝึกเคล็ดวิชาเสริมกายาร่างกายมาหลายปีก็กระเด็นถอยหลังไปเพียงเล็กน้อยและร่างกายของหยุนเซินก็ยังคงมั่นคงเหมือนภูเขา อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่หมัดปกติเพราะมันเป็นหมัดที่ได้รับการปรับปรุงและพลังนั้นก็แตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นเมื่อหมัดของเย่เชียนกระแทกเข้ากับร่างของหยุนเซินหมัดขวาของเย่เชียนก็ยื่นนิ้วกลางออกมาและแทงเข้าไปในลำตัวของหยุนเซินอย่างแรงพร้อมกับพลังปราณที่รุนแรงที่พุ่งออกมาจากร่างกายของเย่เชียนและไหลเข้าสู่ร่างกายของหยุนเซินโดยตรงจากนิ้วกลาง

พลังทำลายล้างของพลังปราณของเย่เชียนนั้นแข็งแกร่งมากจนแม้แต่หยานตงผู้นำลัทธิมารยังบอกว่ามันน่าเหลือเชื่อและเขาก็ไม่กล้าต้านทานเลยแล้วนับประสาอะไรกับหยุนเซินเพราะทันทีที่พลังปราณของเย่เชียนกระแทกเข้าสู่ร่างกายของหยุนเซินนั้นมันก็เริ่มทำลายพลังปราณของหยุนเซินอย่างบ้าคลั่งและเคล็ดวิชาเสริมกายาที่เขาฝึกฝนมานานหลายปีถูกก็ทำลายในทันที

ทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนนานแต่ความจริงแล้วเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียวเทานั้นเพราะเมื่อเย่เชียนทำลายเคล็ดวิชาเสริมกายาของหยุนเซินแล้วเย่เชียนก็ใช้มีดคลื่นโลหิตจากมือซ้ายของเขาจะเจาะเข้าไปในร่างกายของหยุนเซินทันทีทั้งรวดเร็วและแม่นยำโดยไม่ลังเลมดๆเพราะนี่เป็นโอกาสที่หายากและเย่เชียนย่อมไม่พลาด อย่างไรก็ตามการดินรนของผู้คนก่อนที่เขาจะตายนั้นมักจะทรงพลังที่สุดแต่เย่เชียนก็ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างโง่เขลาเพราะหลังจากโจมตีสำเร็จเย่เชียนก็ถอยออกมาทันที

ทันทีที่มีดถูกดึงออกจากหน้าอกของหยุนเซินเลือดก็กระฉูดออกมาและหยุนเซินก็รีบใช้นิ้วจิ้มตามตัวสองสามครั้งอย่างรวดและปิดจุดฝังเข็มของเขาเพื่อห้ามเลือด อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็เจาะอวัยวะภายในของเขาด้วยมีดแล้วดังนั้นวิธีการดังกล่าวจึงไม่ช่วยเลยและอวัยวะภายก็มีเลือดออกไม่หยุด ซึ่งถึงแม้ว่ามีเคลื่นโลหิตจะไม่ได้มีพลังชั่วร้ายเหมือนกริซดาวตกที่สามารถทำให้บาดแผลมีเลือดออกได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีวันหยุดไหลก็ตามแต่มีดคลื่นโลหิตนั้นก็เทียบเท่ากริซดาวตกและยังเหนือกว่าด้วยซ้ำ แต่ทว่ากลับไม่มีใครรู้ถึงพลังของมันได้เพราะคนที่ถูกแทงด้วยมีดคลื่นโลหิตนั้นไม่มีใครโชคดีพอที่จะรอดชีวิตหลังจากที่พวกเขาถูกแทงเพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้บาดเจ็บสาหัสมากก็ตามแต่ใครที่ถูกมีดนี้ทำความเสียหายและถูกมันดื่มเลือดไปแล้วล่ะก็คนๆนั้นก็จะอยู่ได้ไม่นานและแม้แต่เย่เชียนเองก็ไม่รู้เรื่องนี้

เมื่อเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากหน้าอกของเขาหยุนเซินก็โกรธมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งปกติแล้วเขาจะเป็นคนที่สงบสุขุมแต่ในขณะนี้ เขาดูเหมือนคนบ้าและพุ่งเข้าหาเย่เชียนอย่างไม่ระมัดระวังและทั่วทั้งร่างกายของเขาก็มีเลือดไหลออกมาราวกับซอมบี้ที่ดุร้ายและน่าสะพรึงกลัว

หยุนเซินในตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ได้ไม่นานดังนั้นเย่เชียนจึงไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับหยุนเซินโดยตรง ดังนั้นเย่เชียนจึงเพิกเฉยต่อการโจมตีของหยุนเซินและหลบเลี่ยง เมื่อจินเจิ้งผิงเห็นสถานการณ์นี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบกลืนน้ำลายเพราะตอนนี้หยุนเซินบ้าไปแล้วและเขากลัวจริงๆว่าจะถูกหยุนเซินโจมตีถ้าหากเข้าไปช่วยในตอนนี้ อย่างไรก็ตามจินเจิ้งผิงเองก็ยังชัดเจนว่าหยุนเซินอยู่ได้อีกไม่นานและถ้าหากเขาไม่ใช้ประโยชน์จากเวลานี้เพื่อฆ่าเย่เชียนล่ะก็เขาก็กลัวว่าชีวิตของเขาเองจะตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน

ดังนั้นจินเจิ้งผิงจึงไม่ลังเลเลยและร่วมมือกับหยุนเซินเพื่อโจมตีเย่เชียนแต่ในขณะนี้หยุนเซินเป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่งและไม่ร่วมมือประสานกันเป็นทีมกับจินเจิ้งผิงเลยเพราะหยุนเซินเอาแต่โจมตีอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าซึ่งทำให้จินเจิ้งผิงหงุดหงิดอย่างมากและและบางครั้งจินเจิ้งผิงก็ต้องถอนหมัดออกไปเพราะกลัวจะไปโดนหยุนเซินนั่นเอง

“ให้ตายเถอะแกบ้าไปแล้วเหรอไง?” จินเจิ้งผิงสบถอย่างโกรธจัด

อย่างไรก็ตามดวงตาของหยุนเซินก็เป็นสีแดงโดยไม่สนใจคำสบประมาทของจินเจิ้งผิงจนจินเจิ้งผิงหมดหนทางและสาปแช่งด้วยความโกรธว่า “แม่งเอ๊ย!” อย่างไรก็ตามเขายังต้องหาช่องทางการโจมตีแต่หยุนเซินกลับเป็นแบบนี้ ซึ่งในตอนนี้หยุนเซินก็มีเลือดออกจำนวนมากและสติก็เริ่มเลือนลางและการโจมตีก็ค่อยๆอ่อนแอลงและการเคลื่อนไหวของหยุนเซินช้าลงลงด้วย ดังนั้นเมื่อเห็นจังหวะที่เหมาะสมเย่เชียนก็ไม่ลังเลเลยและเตะเข้าไปที่ท้องของหยุนเซินอย่างแรงโดยตรงจนเกิดเสียง “ปัง” หยุนเซินก็กระเด็นออกไปเหมือนว่าวที่หักกลางอากาศและกระดูกเอวก็กระแทกเข้ากับแผ่นหินของหลุมศพที่เขาเพิ่งดึงขึ้นมาจนหยุนเซินนั้นตายคาที่ในทันที ไม่รู้ว่านี่เป็นผลกรรมหรือไม่และบางทีมันอาจจะถูกกำหนดเอาไว้แล้วในความมืดเพราะหยุนเซินได้รบกวนคนตายโดยย้ายหลุมฝังศพของคนตายและตอนนี้เขาก็เสียชีวิตไปโดยหลุมฝังศพนั้น

เมื่อเห็นหยุนเซินสิ้นลมหายใจไปแล้วจินเจิ้งผิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสิ้นหวังในใจและเขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะต่อสู้อีกต่อไปแล้วเพราะการอยู่ที่นี่เพื่อต่อสู้กับเย่เชียนนั่นก็เท่ากับการแสวงหาความตายแต่หลังจากที่เขากลับไปและเรียกเหล่าสาวกและลูกศิษย์ของตระกูลมาทั้งหมดเขาก็จะไม่กลัวเย่เชียนอีกต่อไป

เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “นี่คือจุดแข็งของพี่จินจริงๆเพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีอารมณ์และความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ก็สูงเพราะงั้นผมเข้าใจดีที่พี่จินไม่อยากที่จะฆ่าจินเจิ้งผิงและผมก็เคารพการตัดสินใจของพี่..แต่ที่ผมต้องบอกให้พี่รู้ก็คือเบื้องบนนั้นเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มากและถึงเราไม่ทำพวกเขาก็ไม่ยอมปล่อยจินเจิ้งผิงไปอยู่ดีเพราะงั้นผมแนะนำให้พี่จินขึ้นเป็นผู้นำตระกูลจินแทนเพราะด้วยวิธีนี้บางทีเบื้องบนอาจจะยอมปล่อยเขาไปก็ได้และยิ่งไปกว่านั้นถ้าพี่อยู่กับผมล่ะก็พวกเขาจะไม่กังวลอะไรมากและจะไม่กดดันตระกูลจินอย่างแน่นอน..มีเรื่องที่ผมต้องบอกพี่จินเพราะสิ่งที่หยุนเซินกับจินเจิ้งผิงทำมาตลอดปลายปีที่ผ่านมานั้นล้วนเป็นสิ่งผิดกฏหมายและไม่ได้รับอนุญาตจากเบื้องบนเพราะงั้นถ้าหากพี่ไม่รับช่วงต่อล่ะก็ชะตากรรมของตระกูลจินจะต้องพังทลายอย่างแน่นอน”

ในประเทศจีนกลุ่มลักลอบค้าอาวุธนั้นไม่ได้รับอนุญาตเพราะสิ่งนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบที่เลวร้ายอย่างมากต่อเสถียรภาพทางสังคม ดังนั้นถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่ได้ทำอะไรเลยแต่เบื้องบนของประเทศจีนนั้นจะไม่มีวันปล่อยจินเจิ้งผิงไปอย่างแน่นอน ซึ่งแม้แต่เย่เชียนก็ยังอยู่ในประเทศจีนตามกฏระเบียบและอย่างน้อยๆที่สุดเขาก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงจนเกินไปแต่ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์ครั้งใหญ่บ้างแต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติดังนั้นเบื้องบนจึงปล่อนผ่านและเมินเฉยกับสิ่งที่เย่เชียนทำ

“ฉันเข้าใจที่นายพูด” จินเหว่ยห่าวพยักหน้าเล็กน้อยและลุกขึ้นอย่างช้าๆแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ..ถึงเขาจะไม่ใช่คนดีแต่เขาก็เป็นพ่อของฉันเพราะงั้นฉันจะนั่งอยู่เฉยๆและเฝ้าดูเขาตายไปแบบนั้นไม่ได้หรอก..ฉันไม่สามารถทนดูประวัติศาสตร์อันยาวนานของตระกูลจินพังทลายลงไปแบบนั้นได้หรอก”

เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “พูดตามตรงนี่เป็นเรื่องที่ดีจริงๆที่จินเจิ้งผิงมีพี่จินเป็นลูกชายและนี่ก็นับเป็นโชคดีของเขา..ผมหวังว่าพี่จินจะเปลี่ยนตระกูลจินได้ในอนาคตและทำให้ครอบครัวนี้เต็มไปด้วยความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เดินลงไปจากภูเขาอย่างช้าๆ

.

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน