ตอนที่ 1344 มองผ่าน
………………..
เย่เฉียนต้องการชวนเขาไปดื่มด้วยกันแต่เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มไม่สนใจและเขาก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไร เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและไม่ไล่ตามเขาไป
หลินเฟิงก็ผงะเล็กน้อยและมองไปที่หลังของชายหนุ่มแล้วครุ่นคิดบางอย่าง เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็มองหลินเฟิงด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น?..พี่หลินจำอะไรได้งั้นเหรอ?”
หลินเฟิงก็หยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “เมื่อฉันได้ยินชื่อของดาบเล่มนั้นฉันก็จำคนๆหนึ่งได้และเมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้วเขาดูคล้ายกับคนๆนั้นมาก”
“ตั๋วโพ่?” เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ดาบเล่มนี้ค่อนข้างแปลกและจิตสังหารที่อำมหิตบนดาบก็ทำให้สั่นสะท้านจริงๆ..พี่จำอะไรได้บ้างบอกผมที” เย่เชียนอยู่ต่างประเทศนานเกินไปและเพิ่งจะกลับมาที่จีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่รู้จักโลกศิลปะการต่อสู้โบราณเลยและเพิ่งจะมารู้ไม่กี่ปี่นี้เอง ดังนั้นเขาจึงไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องราวของตั๋วโพ่เลยแม้แต่น้อย
“เมื่อยี่สิบปีก่อนมีสุดยอดปรมาจารย์สองคนในโลกศิลปะการต่อสู้จีนโบราณและคนหนึ่งคือพ่อของนายเย่เจิ้งหรานซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะปรมาจารย์นักสู้อันดับหนึ่งแห่งโลกศิลปะการต่อสู้จีนโบราณ..ส่วนอีกคนคือเลิ่งหานปิงผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักดาบอันดับหนึ่งแห่งโลกศิลปะการต่อสู้ตีนโบราณ..ว่ากันว่าเล้งหานปิงเอาชนะปรมาจารย์นับไม่ถ้วนด้วยดาบทะลวงวิญญาณและมีคนเคยบอกว่าเขาเป็นคนเดียวที่สามารถเผชิญหน้ากับเย่เจิ้งหรานได้แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นเพราะจู่ๆเลิ่งหานปิงก็หายตัวไปและดูเหมือนว่าเขาจะตายไปแล้วในตอนนี้” หลินเฟิงพูด “ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นลูกชายของเลิ่งหานปิง”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆและถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าความสามารถของพ่อของเขานั้นสูงแค่ไหนแต่เขาก็เคยได้ยินคนนับไม่ถ้วนพูดว่าพ่อของเขาคือจุดสูงสุดของศิลปะการต่อสู้จีนโบราณและเขาจะไปถึงระดับที่เหนือกว่าที่เย่เชียนเข้าใจอย่างแน่นอน ซึ่งการที่เลิ่งหานปิงสามารถเผชิญหน้ากับพ่อของเขาได้นั้นเลิ่งหานปิงจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ดูจากพฤติกรรมของเขาแล้วเหมือนว่าเขามีความแค้นฝังลึกอยู่ในใจอย่างมาก..ผมขอเดาเลยว่ามันจะต้องมีพายุสีเลือดลูกใหญ่อีกลูกที่เราไม่รู้ก่อขึ้นในโลกใต้ดินอย่างแน่นอน” เย่เชียนพูด “แต่ไม่รู้ว่าคนที่เขากำลังตามหาในภาคตะวันตกเฉียงเหนือนั้นเป็นใคร..ถ้าเป็นแบบนั้นจริงภาคตะวันตกเฉียงเหนือได้สั่นคลอนกันแน่”
หลินเฟิงก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “แม่น้ำและทะเลสาบไม่เคยสงบสุขอยู่แล้วและถึงจะไม่มีเขาแต่นายก็จะสร้างสถานการณ์บางอย่างอยู่ดีฮ่าๆ..ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วภาคตะวันตกเฉียงเหนือถูกกำหนดให้เป็นสมรภูมิเดือดเสมอ”
เย่เชียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เราไปกันเถอะ..ตอนนี้เขาคงไม่อยากเจอเรา..ผมคิดว่าเขาคงจะไม่เปิดใจง่ายๆหรอกเพราะงั้นเราต้องใช้เวลา”
“ทำไมนายถึงสนใจเขามากขนาดนี้ล่ะ” หลินเฟิงถามแล้วยิ้ม
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” เย่เชียนพูด “ผมเพิ่งฟังเพลงที่เขาเล่นและรู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างมาก..มันเป็นไปด้วยความเกลียดชังและไม่มีแม้แต่ความรักตั้งแต่เด็ก..ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่ผมกลับรู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างมาก”
ดาบเล่มนี้อาจเป็นดาบในตำนานแต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะใช้มันได้และไม่รู้เลยว่าดาบเล่มนี้จะยังสามารถสำแดงฤทธิ์เดชเดิมของมันได้อยู่หรือเปล่า
หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้วคนสองคนก็เดินออกมาจากมุมมืดของสวนสาธารณะและหนึ่งในนั้นก็กำลังถือดาบขนาดใหญ่ที่แทบจะใหญ่เท่าร่างกำยำของเขาซึ่งดูโดดเด่นสะดุดตาอย่างมากและอีกคนก็ดูยังเด็กมากและมีสีหน้าที่เมินเฉยและดูถูกเหยียดหยามในสายตาของเขา
ชายร่างกำยำก็แสยะยิ้มอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ตั๋วโพ่..เหอะๆ..ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
“มั่นใจแบบนั้นระวังจะโดนสับหัวเอานะ” ชายหนุ่มพูด
“หึ..เขาไม่ได้เก่งอะไรนักหรอกและตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน” ชายร่างกำยำพูด “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะเก่งเหมือนพ่อของเขาน่ะ”
“นายไปลองดูสิถ้าเธอไม่เชื่อฉันล่ะก็” ชายหนุ่มพูดว่า “แต่อย่าร้องขอให้ฉันช่วยก็แล้วกัน”
“เหอะๆ..ฉันกลัวว่าจะตื่นเต้นเกินไปจนพลั้งมือฆ่าเขาน่ะสิเพราะมาสเตอร์กำชับเอาไว้ว่าให้พาเขากลับไป..แต่เมื่อไหร่ที่เราไม่ต้องการเขาแล้วฉันจะสับเขาด้วยมือของฉันเอง” ชายร่างกำยำพูด “ยังไงก็เถอะเรามาดูการแสดงดีๆกันก่อนดีกว่า..ฉันบอกได้เลยว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อจะต้องทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็นแน่”
“มันอาจไม่เป็นแบบนั้นหรอกเพราะโอ่วหยางอู๋เต๋อเป็นที่รู้จักในนามหกดาบแห่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือและนั่นมันในตอนนั้นแต่ตอนนี้เขามีเพลงดาบถึงเก้าเล่มเพราะงั้นมันยังไม่มีใครได้เห็นพลังที่แท้จริงของเพลงดาบเก้าเล่มของเขาเลยและเจ้านั่นก็มีโอกาสชนะน้อยมาก” ชายหนุ่มพูด “ถึงยังไงคนเป็นก็ยังดีกว่าคนตายอยู่ดี..ถ้าเป็นฉันจะไม่ประมาทเด็ดขาด”
“นายเองก็อย่าเพิ่งตัดสินไปสิเพราะหัวหน้านั้นตั้งความหวังบางอย่างเอาไว้กับเย่เชียนอยู่เพราะงั้นเจ้านั่นควรจะมีความสามารถบางอย่างที่เราไม่รู้” ชายร่างกำยำพูด “จนถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยพ่ายแพ้ใครเลยแบบนั้นมันคือปาฏิหาริย์งั้นเหรอ?”
ม่อหลงตกตะลึงไปครู่หนึ่งพยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจดีแต่สำนักม่อจื๊อยังไม่มั่นคงสักเท่าไหร่และยังอีกมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการอยู่เพราะงั้นถ้าฉันจะแต่งงานฉันก็ต้องจัดการสิ่งต่างๆให้เข้าที่ก่อนและตอนนี้ฉันก็ไม่มีเวลานั้นเลย..เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลังดีกว่า” จากนั้นม่อหลงก็หันหน้าไปมองเซี่ยจือยี่และยิ้มอย่างขอโทษและม่อหลงก็พูดว่า “จือยี่เธอไม่โกรธฉันใช่มั้ย?”
เซี่ยจือยี่ก็ยิ้มเล็กน้อยและส่ายหัวเพราะเธออยู่กับม่อหลงมาสักพักแล้วและเธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่เพราะม่อหลงไม่ได้รักเธอแต่เพราะเขารักทุกสิ่งที่เขามีมากจนเขากลัวจะไปทำร้ายเธอในอนาคต “ฉันจะสนับสนุนคุณในทุกสิ่งที่คุณทำ..คุณยังอายุน้อยอยู่เพราะงั้นคุณควรใช้เวลากับหน้าที่การงานและความรับผิดชอบขอบคุณ” เซี่ยจือยี่พูด
“เอาล่ะๆอย่าพูดถึงเรื่องนี้กันเลย..เอาไว้ค่อยบอกพวกเราหลังจากที่ทั้งสองตัดสินใจก็แล้วกัน” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและเปลี่ยนเรื่อง “พี่ม่อหลงอยู่ที่นี่มาสักพักแล้วเพราะงั้นพี่น่าจะเข้าใจถึงสถานการณ์ของตระกูลโอ่วหยางดีเพราะงั้นหลังจากที่เราพร้อมพี่น่าจะเริ่มดำเนินการได้เลยใช่ไหม?”
“ไม่มีปัญหา..ฉันสามารถระดมพลได้ตลอดเวลา” ม่อหลงพูด “ฉันกำลังมองหาโอกาสดีๆที่จะทำให้สาวกหมิงม่อกับสาวกอันม่อทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขช่องว่างระหว่างพวกเขาสักครั้งอยู่และนี่อาจจะเป็นงานที่เหมาะสมก็ได้เพราะฉันยังเชื่อว่าพวกเขายังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ได้เลยพี่สามารถใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้..ผมเองก็เชื่อว่าพวกเขาจะเข้าใจตรงกันได้หลังจากร่วมมือกันทำอะไรสักอย่างเพราะอันที่จริงแล้วพวกเขาไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกันมากนักพวกเขาแค่เห็นต่างกันเท่านั้น..อีกอย่างผมไม่ได้รีบร้อนเพราะงั้นถ้าพี่ม่อหลงต้องการทำอย่างอื่นก่อนก็ไปทำเถอะ..ขอแค่พี่ส่งคนไปควรตรวจสอบการเคลื่อนไหวของตระกูลโอ่วหยางเอาไว้ก็พอแล้ว..เดี๋ยวผมจะไปบอกพี่หลันให้จัดการเรื่องชิงหยุนกรุ๊ปเพราะเธอจะรับผิดชอบในการกวาดล้างธุรกิจของพวกเขา..ซึ่งเป้าหมายครั้งนี้เราจะมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจแกนหลักของตระกูลโอ่วหยางเท่านั้น”
ม่อหลงพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้ว..แต่ฉันได้ยินมาจากผู้อาวุโสหยานว่าฝีมือของตระกูลโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นไม่ธรรมดาและถ้าหากเรากวาดล้างตระกูลโอ่วหยางล่ะก็เราต้องรู้เกี่ยวกับความสามารถของเขาก่อนไม่อย่างนั้นเราอาจจะผิดพลาดได้..ยิ่งไปกว่านั้นผู้อาวุโสหยานยังบอกกับฉันว่าตระกูลโอ่วหยางอู๋เต๋อถือได้ว่าเป็นนักดาบระดับแนวหน้าในโลกศิลปะการต่อสู้จีนโบราณเลยและขนาดเขาเองก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะชนะตระกูลโอ่วหยางอู๋เต๋อได้!”
“ถ้ามันไม่ได้ผลจริงๆพวกเราก็แค่ใช้กลยุทธิ์รุมกินโต๊ะ..เพราะไม่ว่าจะยังไงผมก็ต้องทำลายตระกูลโอ่วหยางให้ได้!” เย่เชียนพูด “แต่ในเมื่อตระกูลโอ่วหยางอู๋เต๋อเป็นคนเดียวในตระกูลโอ่วหยางที่มีความสามารถเพราะงั้นคนที่เหลือก็เป็นแค่ขยะเท่านั้นแหละ!” เย่เชียนพูดแล้วฉีกยิ้ม
.
.
.
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน