เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1360

ตอนที่ 1360 จริงหรือเท็จ

………………..

ในความเป็นจริงเย่เชียนหวังว่าเยว่เหอตูจะเดินไปถูกทางเพราะเขารู้สึกว่าเยว่เหอตูเกิดมาพร้อมกับความอุสาหะดังนั้นเขาจึงแนะนำให้เยว่เหอตูไปเรียนกับเฉินฉิงหนิวพ่อของหลี่ซือเพราะเย่เชียนเชื่อว่าเยว่เหอตูจะต้องเรียนรู้อะไรได้มากมายอย่างแน่นอน

แน่นอนว่าเส้นทางแบบไหนที่เยว่เหอตูควรจะไปนั้นมันก็ยังคงขึ้นอยู่กับทางเลือกของเยว่เหอตูเอง

อย่างไรก็ตามเย่เชียนเชื่อว่าตราบใดที่เยว่เหอตูสามารถคงอยู่ในเส้นทางนี้และไม่ว่าเขาจะทำอะไรเขาก็จะได้รับผลลัพธ์เป็นสองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวและความสำเร็จก็อยู่ตรงหน้าเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลเลย

ทั้งสองคุยกันจนดึกก่อนจะผล็อยหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้นเย่เชียนตื่นแต่เช้าและหลังจากอาบน้ำเสร็จเย่เชียนรีบไปที่ห้องของหลัวสุ่ยอย่างกระวนกระวาย แทนที่จะพูดว่าเย่เชียนตื่นเช้าคงจะดีกว่าถ้าจะบอกว่าเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้นอนมาทั้งคืนเลยและไม่ใช่เพราะเสียงกรนของเยว่เหอตูดังเกินไปแต่เพราะเขากังวลอยู่เสมอว่าหลัวสุ่ยจะเป็นยังไง

หลัวสุ่ยยังไม่ตื่นแต่ยังคงหลับอยู่และมีเสียงกรนเล็กน้อย ซึ่งเย่เชียนก็นั่งเงียบๆข้างเตียงของหลัวสุ่ยและจ้องมองเธอและหัวใจของเขาก็เต้นไม่หยุดเพราะบนใบหน้าที่ขาวใสไร้ที่ตินั้นดูเหมือนจะมีรอยยิ้มที่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อนปรากฏขึ้นมา

หลังจากนั้นไม่นานหว่านไห่กับเยว่เหอตูก็เดินเข้ามาและเมื่อเห็นว่าหลัวสุ่ยยังไม่ตื่นขึ้นพวกเขาก็มีความกังวลอยู่ในใจเพราะชายนิรนามอาจจะโกหกพวกเขา? แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วชายนิรนามก็ไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เขาจะต้องโกหกพวกเขาในเรื่องนี้ “พวกคุณไปทำธุระกันก่อนเถอะเดี๋ยวผมจะรีบบอกเมื่อเธอตื่น” เย่เชียนพูด

เยว่เหอตูก็พยักหน้าและมองไปที่เย่เชียนแล้วเดินออกไปพร้อมกับหว่านไห่เพราะครั้งนี้เยว่เหอตูไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานดังนั้นหว่านไห่จึงต้องการที่จะใช้เวลาอยู่กับเขาทุกนาทีและทุกวินาทีและพยายามสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับเยว่เหอตูให้ได้มากที่สุดและปล่อยให้เขาซึมซับอย่างช้าๆ อาจเป็นไปได้ว่าหว่านไห่กังวลเล็กน้อยและหวังว่าลูกชายของเขาจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งไก้และเยว่เหอตูก็เข้าใจถึงความรู้สึกนี้ได้

เมื่อเห็นพวกเขาจากไปเย่เชียนก็หันกลับไปมองหลัวสุ่ยแล้วพูดเบาๆว่า “หลัวสุ่ยเธอไปนานขนาดนี้เธอควรจะตื่นได้แล้ว..ตื่นสิ..ถ้าเธอไม่ตื่นฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง..ฉันขอโทษที่ฉันไม่ได้ปกป้องเธอให้ดีตั้งแต่แรก..ที่เธอไม่ยอมตื่นเพราะเธอโกรธฉันเหรอ..ฉันสัญญาว่าในอนาคตฉันจะไม่เป็นแบบนี้อีกฉันจะปกป้องเธออย่างดีและอยู่เคียงข้างเธอ”

ในขณะที่พูดเย่เชียนก็ยื่นมือไปลูบแก้มของหลัวสุ่ยอย่างอ่อนโยน

หลังจากนั้นไม่นานเปลือกตาของหลัวสุ่ยก็กระตุกและเย่เชียนก็มีความสุขมากและในไม่ช้าหลัวสุ่ยก็ส่งเสียง “อืม..อืม” เล็กน้อยสองครั้งแล้วค่อยๆลืมตาขึ้นและดวงตาของเธอก็พร่ามัวเหมือนเพิ่งตื่นและเขาเมื่อเธอหันมองไปรอบๆจากนั้นเธอก็เห็นเย่เชียนและถึงกับตกตะลึงจากนั้นดวงตาของเธอก็ว่างเปล่าและถามว่า “ที่นี่ที่ไหน..คุณเป็นใคร?”

เย่เชียนก็ตกตะลึงและความรู้สึกที่เป็นลางร้ายก็เกิดขึ้นแล้วและเขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสิ่งที่ชายนิรนามพูดว่าถ้าหากหลัวสุ่ยตื่นขึ้นมาเธออาจจะสติแตกไม่ก็ความจำเลือนลางเพราะฝันร้ายได้ไปทำร้ายจิตใจของเธอเป็นเวลานานหรืออาจเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของเธอถูกปิดกั้นเพราะกลัวฝันร้ายอีก?

เป็นเรื่องยากมากที่จะฝืนยิ้มเย่เชียนก็พูดว่า “นี่คือบ้านของเธอ..ฉันคือเย่เชียนและฉันเป็นสามีของเธอ”

“คนรัก?” หลัวสุ่ยตกตะลึงและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “จะเป็นไปได้ยังไงทำไมสามีของฉันถึงได้อัปลักษณ์จัง?..คุณโกหกฉันหรือเปล่า?”

เย่เชียนถึงกับผงะและตกตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันจะไปโกหกเธอได้ยังไงเมื่อก่อนฉันดูแลเธอไม่ดีแต่ในอนาคตฉันจะดูแลเธอและปกป้องเธออย่างแน่นอน..หลัวสุ่ยฉันขอโทษ!”

การแสดงออกของหลัวสุ่ยก็ดูตกใจและดวงตาของเธอก็พร่ามัวเล็กน้อยราวกับว่าเธอรู้สึกประทับใจกับคำพูดของเย่เชียนแต่ในไม่ช้าความรู้สึกนั้นก็ถูกปกปิดกั้นไปและมองไปที่เย่เชียนด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและพูดว่า “คุณพูดอะไรน่ะฉันไม่เข้าใจเลย..คุณบอกว่าคุณเป็นสามีของฉันงั้นเหรอ?..ไม่รู้สิแต่ตอนนี้ฉันหิวแล้วมีอะไรกินบ้างหรือเปล่า?”

“มีสิ..เธอนอนพักไปก่อนนะแล้วฉันจะหาอะไรมาให้กิน” เย่เชียนพูดอย่างเร่งรีบ “ร่างกายของเธอเพิ่งฟื้นตัวและเธอยังต้องพักผ่อนให้มากๆเพราะงั้นอย่าขยับไปไหนล่ะ” เย่เชียนยืนขึ้นและออกไปและเมื่อเห็นเย่เชียนจากไปหลัวสุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มอย่างชั่วร้ายและพึมพำว่า “ตาบ้านี่นายแต่งงานกับฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมถึงได้กล้าอ้างว่าเป็นสามีของฉันกัน..หึ!” เมื่อพูดอย่างนั้นหลัวสุ่ยก็ยังคงมีรอยยิ้มที่มีความสุขบนใบหน้าของเธออยู่ดี

หลังจากนั้นไม่นานเย่เชียนก็เข้ามาจากข้างนอกพร้อมกับชามโจ๊กและสีหน้าของหลัวสุ่ยก็กลับไปเป็นมึนงงอีกครั้งในทันที “ค่อยๆกินนะ..แต่มันร้อนมากระวังด้วยด้วย” เย่เชียนพูดแล้วยื่นชามในมือให้แต่หลัวสุ่ยไม่ได้หยิบมันขึ้นมาและพูดว่า “มือของฉันเจ็บมากและแทบไม่มีแรงเลย..คุณป้อนฉันหน่อยได้หรือเปล่า?”

เย่เชียนผงะไปชั่วขณะจากนั้นก็พยักหน้าเพราะเขาคิดไม่รอบคอบพอเพราะหลัวสุ่ยที่นอนเหมือนเจ้าหญิงนิทรามาเป็นเวลานานการทำงานของร่างกายก็จะเสื่อมลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และกล้ามเนื้อจะแข็งตัวหากไม่ได้ใช้งานนานๆและนั่นก็เป็นเรื่องปกติ “มันร้อนนะระวังด้วย” เย่เชียนหยิบชามโจ๊กขึ้นมาแล้วตักจากนั้นก็เป่าและป้อนใส่ปากของหลัวสุ่ย ซึ่งหลัวสุ่ยก็ยิ้มเล็กน้อยและรู้สึกภูมิใจอยู่พักหนึ่งแต่สีหน้าของเธอไม่เปลี่ยนเลย

“คุณก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรและถึงแม้ว่าคุณจะไม่หล่อและน่ากลัวไปหน่อยแต่คุณก็นิสัยดีมาก” หลัวสุ่ยพูด “ทำไมคุณถึงทำกับฉันจัง?”

“ยัยโง่..เพราะฉันเป็นสามีของเธอไงล่ะและแน่นอนว่าฉันต้องปฏิบัติต่อเธออย่างดีอยู่แล้ว” เย่เชียนพูด “เป็นเพราะฉันทำได้ไม่ดีพอเพราะงั้นฉันจึงทำให้เธอเป็นแบบนี้..ซึ่งเมื่อเธอตื่นขึ้นมาฉันก็ต้องดูแลเธออยู่แล้วสิ”

“เอาไว้ฉันจะบอกเธอทีหลังก็แล้วกัน” เย่เชียนพูด “มาสิฉันจะช่วยพยุงเธอขึ้น” หลัวสุ่ยเพิ่งจะฟื้นตัวและดูเหมือนเธอจะสูญเสียความทรงจำไปดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ต้องการบอกเธอในตอนนี้เพราะนั่นมันจะตอกย้ำให้พวกเธอเสียใจจนอาจจะทนไม่ไหวกับการสูญเสียช่วงเวลาดีๆไป

หลัวสุ่ยไม่ได้ถามคำถามต่อไปและพยักหน้าแล้วค่อยๆยืนขึ้นโดยมีเย่เชียนช่วยพยุง บางครั้งความรู้สึกที่เท้าแตะพื้นก็สบายมาก ดูเหมือนหลัวสุ่ยจะรู้สึกแบบนี้เพราะหลังจากนอนบนเตียงเป็นเวลานานตอนนี้ความรู้สึกเหมือนติดดินก็สบายมาก “อย่ากลัวไปเลยเดี๋ยวเธอก็ค่อยๆชินกับมัน!” เย่เชียนพูด คนธรรมดาถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่บนเรือเป็นเวลานานพวกเขากลับรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อกลับถึงฝั่งและในทำนองเดียวกันคนที่อยู่ในอาการโคม่าเป็นเวลานานเกินไปก็ต้องค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับความรู้สึกนี้

“ฉันจะพาเธอไปหาพ่อและน้องชายของเธอ” เย่เชียนพูด

“อืม!” หลัวสุ่ยตอบรับและเดินออกไปอย่างช้าๆโดยมีเย่เชียนคอยสนับสนุน อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้เดินเป็นเวลานานและหลัวสุ่ยก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยหลังจากไม่ได้เดินเป็นเวลานาน เมื่อเห็นท่าทางของหลัวสุ่ยแล้วเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและนั่งลงต่อหน้าและพูดว่า “มาเลย..ฉันจะให้เธอขี่หลังฉัน!”

หลัวสุ่ยยิ้มเล็กน้อยและกระโดดขึ้นไปบนหลังของเย่เชียนและพูดว่า “อยู่บนหลังของคุณสบายมากจริง

ๆ..ฉันรู้ว่าคุณจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นานและฉันก็รู้ว่าถนนที่คุณเดินไปจะไม่มีวันสิ้นสุดแต่ฉันก็หวังว่าจะได้ขี่หลังของคุณอีกและมันจะเป็นแบบนี้เสมอ”

เย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างผิดปกติและหลัวสุ่ยก็ผงะและรีบพูดว่า “รีบๆไปสิ..นี่ฉันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ?”

.

.

.

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน