เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1365

ตอนที่ 1365 เพลงดาบเก้าเล่ม

………………..

ในแง่ของวิชาดาบเพลงดาบเก้าเล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋ออาจจะไม่มีใครในโลกศิลปะการต่อสู้เทียบได้เลย เพราะขนาดตั๋วโพ่ยังพ่ายแพ้ให้กับเพลงดาบสี่เล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋อซึ่งค่อนข้างคาดไม่ถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเย่เชียนเพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยต่อสู้กับตั๋วโพ่แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจิตสังหารที่รุนแรงในตั๋วโพ่ ดังนั้นสำหรับคนแบบนี้ถึงแม้ว่าทักษะการต่อสู้ของเขาจะอ่อนแอแต่คนแบบนี้ก็มักจะสามารถเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขาได้เสมอ

ตั๋วโพ่ก็สัมผัสที่หน้าอกของเขาและพบว่ามีบาดแผลประมาณสี่หรือห้าแผลที่ไขว้กันและเห็นได้ว่าวิชาดาบของโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนเพราะบาดแผลจำนวนมากเกิดขึ้นเพียงแค่ถูกใบดาบสัมผัสห่างๆและถ้าไม่ใช่เพราะการหลบอย่างรวดเร็วของตั๋วโพ่ล่ะก็เกรงว่าหน้าอกของตั๋วโพ่คงจะถูกฟันคนขาดไปแล้ว

บาดแผลไม่ได้ลึกมากเป็นเพียงการถูกฟันตื้นๆเท่านั้นและตั๋วโพ่ก็ยิ้มอย่างเย็นชาและหยิบกล่องไม้ที่วางเอาไว้ก่อนหน้านี้และทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ซึ่งโอ่วหยางอู๋เต๋อที่มีดาบที่มีชื่อเสียงถึงเก้าเล่มแต่เขาไม่รู้เลยว่ามันมีอะไรอยู่ในกล่องไม้ที่น่าทึ่งนี้ของตั๋วโพ่

“คุณมีเก้าดาบส่วนผมมีแปดดาบเพราะงั้นวันนี้เรามาดูกันว่าดาบทั้งเก้าของคุณจะแข็งแกร่งกว่าดาบทั้งแปดของผมหรือเปล่า” ตั๋วโพ่พูดอย่างเย็นชาและทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเพราะปรากฎว่าตั๋วโพ่มีไพ่ตายอยู่และนั่นก็คือดาบถึงแปดเล่ม สิ่งนี้ไม่เคยถูกกล่าวถึงมาก่อนเพราะถ้าหากมีดาบแปดเล่มจริงๆอาจกล่าวได้ว่าดาบทำลายวิญญาณตอนนี้เป็นเพียงแค่ดาบเล่มแรกเท่านั้น? ซึ่งเพียงแค่ดาบทำลายวิญญาณเพียงเล่มเดียวโอ่วหยางอู๋เต๋อยังถึงกับต้องใช้เพลงดาบถึงสี่เล่มเพื่อเผชิญหน้ากับตั๋วโพ่ ดังนั้นถ้าหากตั๋วโพ่มีดาบถึงแปดเล่มมันจะไม่ทรงพลังกว่านี้อีกเหรอ?

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะจ้องมองและไม่ต้องสงสัยเลยว่าการที่ตั๋วโพ่บอกว่ายังมีดาบอีกเจ็ดเล่มนั้นกระตุ้นความสนใจของทุกคนอย่างมาก แน่นอนว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อก็ถึงกับผงะและขมวดคิ้วแล้วเงยหน้าขึ้น จากนั้นตั๋วโพ่ก็ทุบกล่องไม้อย่างรุนแรงและดาบเจ็บเล่มก็ลอยออกมาจากข้างใน

“หนึ่ง..ดาบห้าสี!”

“สาม..ดาบทำลายวิญญาณ!”

“สี่..ดาบพิฆาต!”

“ห้า..ดาบร้อยลีลา!”

“หก..ดาบทลายปฐพี!”

“เจ็ด..ดาบอมตะ!”

“แปด..ดาบอาคม!”

ดาบทั้งแปดเล่มไม่ได้ถูกชักออกมาจากฝักและร่างของตั๋วโพ่ก็หมุนอย่างรวดเร็วและถือดาบทั้งแปดเล่มเอาไว้ด้วยท่าทางที่แปลกประหลาดมากโดยมีอันหนึ่งอยู่ที่ปาก มือข้างละเล่ม ข้อพับแขนข้างละเล่มและแนบเอาไว้ที่ไหล่กับคางหนึ่งเล่มและข้อพับขาข้างละเล่ม! ซึ่งดาบทั้งแปดเล่มนั้นแปลกมากๆและไม่มีใครคิดว่าคนๆหนึ่งจะสามารถใช้ดาบแปดเล่มพร้อมกันได้ รวมไปถึงโอ่วหยางอู๋เต๋อเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าเมื่อได้เห็นท่าทางแปลกๆนี้แต่เขาก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยอย่างอธิบายไม่ถูกเพราะเขาเป็นผู้ใช้เพลงดาบเก้าเล่มแต่เขานั้นใช้ได้ทีละเล่มสลับกันในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามใช้ดาบแปดเล่มพร้อมๆกันในเวลาเดียวกันและแบบนี้ใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน?

หลินเฟิงก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “มันแปลกมาก!”

เย่เชียนก็ฉีกยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ดูเหมือนว่านี่น่าจะเป็นไพ่ตายของเขาแล้ว..ซึ่งดาบทั้งแปดเล่มถูกใช้พร้อมกันแบบนี้ผมไม่รู้เลยว่ามันจะยอดเยี่ยมแค่ไหน”

“เพลงดาบเก้าเล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นเป็นเพียงจินตนาการของทุกคนเท่านั้นแต่แปดดาบทำลายวิญญาณนั้นเป็นของจริงและแต่ละเล่มก็เป็นดาบที่มีชื่อเสียงมากในสมัยโบราณอีกด้วย” ม่อหลงพูด “ต้องชื่นชมเขาจริงๆที่เขาสามารถรวบรวมดาบที่มีชื่อเสียงมากมายได้ขนาดนี้และยิ่งไปกว่านั้นการใช้ดาบที่มีน้ำหนักแตกต่างกันพร้อมกันได้มันเป็นสิ่งที่คนธรรมดาทำไม่ได้อย่างแน่นอน”

“มันแน่นอนอยู่แล้วที่จะไม่มีใครเคยเห็นเพลงดาบทำลายวิญญาณทั้งแปดของเขาเพราะมันคือไพ่ตายเพื่อจัดการกับเพลงดาบเก้าเล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋อ” เย่เชียนพูด “การต่อสู้ที่ชี้ขาดนี้น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆแล้วและมันก็น่าตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆด้วย”

“ดูสิโอ่วหยางอู๋เต๋อถึงกับประหม่าเหมือนกัน” หลินเฟิงยิ้มและพูดว่า “ดูเหมือนว่าเขาจะตกใจกับดาบแปดเล่มของตั๋วโพ่มาก..แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อสามารถใช้ดาบเก้าเล่มพร้อมๆกันได้หรือเปล่า..ถ้าทำได้จริงๆฉันก็ไม่รู้เลยว่าศึกครั้งนี้มันจะน่าตื่นเต้นขนาดไหน”

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะวิชาดาบของโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นขึ้นอยู่กับข้อดีที่แตกต่างกันออกไปของดาบแต่ละเล่มและถ้าเขาต้องการใช้ดาบทั้งเก้าเล่มพร้อมกันจริงๆนั่นก็หมายความว่าเขาต้องละทิ้งสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาก่อนหน้านี้ทั้งหมดไป..ผมกลัวว่าเขาจะทำมันไม่ได้น่ะสิ” เย่เชียนพูด “มาดูกันดีกว่ามันจะมีอะไรที่ตื่นเต้นมาเซอร์ไพรส์พวกเราอีกไหม”

ในอีกด้านหนึ่งโอ่วหยางกัวเหว่ยซึ่งกำลังนัวเนียกับหญิงสาวอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะไม่มองเพราะเมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็มองด้วยความประหลาดใจและแสดงความสงสัยออกมาทันที เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกทึ่งกับการกระทำของตั๋วโพ่เพราะในโลกใบนี้ไม่เคยมีใครที่สามารถใช้ดาบแปดเล่มพร้อมกันได้และแม้แต่เลิ่งหานปิงเองซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์เซียนดาบอันดับหนึ่งของโลกก็ยังทำไม่ได้และนี่ก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขาต้องเข้าใจความโดดเก่นและลักษณะของดาบแต่ละเล่มที่แตกต่างกันออกไปและทำให้ดาบมีประสิทธิภาพในการต่อสู้สูงสุดได้ อย่างไรก็ตามการใช้ดาบแปดเล่มพร้อมกันนั้นย่อมนำไปสู่การเสียสมาธิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งจะและมันจะทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ไม่สมบูรณ์แบบ เพราะถ้าหากรวบรวมสมาธิไปยังดาบเล่มเดียวและใช้ประสิทธิภาพสูงสุดของมันได้อย่างเต็มที่นั่นก็อาจจะได้เปรียบกว่าการใช้ดาบหลายๆเล่มพร้อมกัน

เห็นได้ชัดว่าการกระทำของตั๋วโพ่ไม่ใช่แค่การโชว์โอ้อวดและถือดาบแปดเล่มเท่านั้นเพราะตั๋วโพ่คิดที่จะใช้มันเพื่อสู้กับโอ่วหยางอู๋เต๋อจริงๆและในแง่ของประสิทธิภาพแล้วโอ่วหยางกัวเหว่ยก็สามารถบอกได้ว่าการกระทำของชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่แค่การโอ้อวดเพราะเขาสามารถใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ ในเวลานี้หญิงสาวที่อยู่ด้านข้างดูเหมือนจะมีอารมณ์และเธอก็ยังคงจับมือของโอ่วหยางกัวเหว่ยไปลูบไล้ร่างกายของเธอเรื่อยๆแต่เขาก็ผลักเธอออกไปและจ้องมองเธอพร้อมกับพูดว่า “อย่าเพิ่งมากวนฉัน..ออกไปซะ!”

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของตั๋วโพ่ก็รวดเร็วมากและเมื่อดาบเล่มสุดท้ายตกลงพื้นเขาก็กลิ้งเข้าไปหยิบดาบทั้งแปดเล่มอีกครั้งและพุ่งเข้าไปหาโอ่วหยางอู๋เต๋ออย่างต่อเนื่อง

“ดาบที่หก!..ประกายดาวแห่งนภา!”

ย้อนกลับไปตอนนั้นเลิ่งหานปิงเสียชีวิตภายใต้เพลงดาบนี้และถึงแม้ว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อจะใช้เล่ห์เหลี่ยมและกลอุบายสกปรกก็ตามแต่พลังของเพลงดาบนั้นก็แผ่กระจายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนและการเคลื่อนไหวของมันก็รวดเร็วราวกับดาวตกจนทำให้ผู้คนที่เห็นเวียนหัว อย่างไรก็ตามตั๋วโพ่ก็ไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อยและไม่เพียงแต่เขาไม่รู้สึกกลัวเพราะความดุร้ายของเพลงดาบของโอ่วหยางอู๋เต๋อแต่กลับดูเหมือนว่าเขาจะมีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

พวกเขาทั้งสองทั้งรุนแรงและรวดเร็วในเวลาเดียวกันซึ่งนี่ศิลปะการต่อสู้เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่ไม่สามารถทำลายได้ด้วยความเร็วสูง ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีความสุขที่ได้ดูและไม่ว่าใครจะชนะหรือแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้ก็ตามแต่ทุกคนก็พร้อมที่จะส่งต่อตำนานการต่อสู้ครั้งนี้ไปยังโลกภายนอกและชื่อของตั๋วโพ่ก็จะทำให้โลกต้องตกตะลึง

เย่เชียนนั้นสังเกตุการต่อสู้ของพวกเขาและทำการจดจำการเคลื่อนไหวของพวกเขาอย่างถี่ถ้วนและชื่นชมการเคลื่อนไหวที่ทรงพลังแบบนี้เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้เย่เชียนกำลังอยู่ในช่วงถึงขีดจำกัดของตัวเอง ดังนั้นการต่อสู้ชี้ขาดที่ยอดเยี่ยมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้เขาได้มากและถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช้ดาบหรือมีดเป็นหลักแต่ศิลปะการต่อสู้ทั่วโลกก็มีจุดหมายปลายทางเดียวกันและเหมือนๆกันทั้งหมด

ในช่วงแรกยังคงมีการสนทนาที่ส่งเสียงดังอยู่บ้างแต่ตอนนี้ไม่มีใครเลยที่พูดคุยกันเพราะทุกคนกำลังให้ความสนใจกับการต่อสู้ที่ชี้ขาดนี้อย่างใจจดใจจ่อและไม่อยากละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว

ในตอนนี้โอ่วหยางอู๋เต๋อก็รู้สึกกดดันอย่างมากเพราะวิชาดาบของตั๋วโพ่นั้นแปลกเกินไปและดูเหมือนว่าเพลงดาบหกเล่มของเขานั้นจะไม่มีผลกับตั๋วโพ่เลย

.

.

.

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน