ตอนที่ 1366 เก้าดาบแปดกระบวนท่า
………………..
“ดาบที่เจ็ด..แยกนภา!”
เมื่อโอ่วหยางอู๋เต๋อชักดาบที่เจ็ดออกมาก็ทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวสั่นเล็กน้อยและดูเหมือนว่าอากาศรอบๆตัวของพวกเขาจะถูกดูดออกไป ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะมีใครมาถึงระดับนี้ได้จริงๆและในที่สุดพวกเขาก็สามารถเห็นวิชาดาบที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ได้ในช่วงชีวิตของพวกเขา!
แม้แต่ชายร่างกำยำที่ภาคภูมิใจในตัวเองมาตลอดก็อดไม่ได้ที่จะมองอย่างตั้งใจในขณะนี้และเขาก็พึมพำอยู่ในปากเพราะเขาไม่คิดว่าเพลงดาบที่เก้าของโอ่วหยางอู๋เต๋อจะทรงพลังถึงขนาดนี้
อย่างไรก็ตามตั๋วโพ่ดูเหมือนจะไม่เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อยและเพลงดาบทำลายวิญญาณทั้งแปดเล่มก็ยังรุนแรงมากและดึงดูดสายตาของผู้คนจนไม่สามารถละสายตาได้เลย
แน่นอนว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อก็ประหลาดใจเช่นกันเพราะเขาได้ใช้ดาบเล่มที่เจ็ดไปแล้วแต่เขาก็ยังไม่มีอะไรเหนือกว่าตั๋วโพ่ซึ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมากเพราะย้อนกลับไปในตอนนั้นด้วยเพลงดาบที่หกเขาก็สามารถสร้างตำนานให้กับตัวเองได้แล้วแต่ตอนนี้เขาถึงกับใช้เพลงดาบที่เจ็ดแต่กลับไม่สามารถทำอะไรตั๋วโพ่ได้เลยและสิ่งนี้ก็ทำให้เขารู้สึกว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นยากที่จะรับมือเกินไปและแม้แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะฝึกฝนวิชาดาบทั้งแปดเล่มขั้นสูงแบบนี้ได้อย่างไรและใครที่เป็นคนสอนเพลงดาบทำลายวิญญาณแปดเล่มนี้ให้กับเขากัน
ซึ่งจะมีใครที่สามารถสอนวิชาดาบทำลายวิญญาณแปดเล่มให้กับตั๋วโพ่ได้? แน่นอนว่าไม่มีเพราะเนื่องจากเลิ่งหานปิงเสียชีวิตไปตั้งนานแล้วและแม่ของตั๋วโพ่ก็ไม่ได้เก่งวิชาดาบดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าที่ตั๋วโพ่มีวิชาดาบขั้นสูงแบบนี้ได้นั้นก็มาจากความพยายามและการเรียนรู้ของตัวเองอย่างสมบูรณ์และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่าเขาเป็นอัจฉริยะตัวจริง
อาจกล่าวได้ว่าเพลงดาบทำลายวิญญาณนั้นถูกเลิ่งหานปิงทิ้งเอาไว้ให้แต่วิชาดาบทำลายวิญญาณแปดดาบต่อเนื่องนั้นตั๋วโพ่ต้องฝึกฝนอย่างหนักด้วยตัวเองและไม่มีใครสอนเขาและมันก็เป็นความสามารถของตั๋วโพ่เองทั้งหมด ซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกได้ว่าตั๋วโพ่นั้นเกิดมาเพื่อเป็นอัจริยะและปรมาจารย์เซียนดาบตัวจริงใช่ไหม?
เมื่อโอ่วหยางอู๋เต๋อเห็นว่าเขาไม่สามารถรับมือกับวิชาดาบทำลายวิญญาณของตั๋วโพ่ได้เป็นเวลานานเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลและเมื่อเขากังวลมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะประหม่าและหวาดหวั่น ดังนั้นตั๋วโพ่ที่เห็นช่องว่างนี้ก็คว้าโอกาสนี้เอาไว้อย่างดีและหมุนตัวใส่โอ่วหยางอู๋เต๋อทันทีจนโอ่วหยางอู๋เต๋ออดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและรีบหมุนตัวเพื่อรับการโจมตีของตั๋วโพ่และโอ่วหยางอู๋เต๋อก็รีบถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินเสียง “ฟึบ” โอ่วหยางอู๋เต๋อก็รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่มาจากมือของเขาและเขาก็ไม่สามารถถือดาบเอาไว้ในมือได้อีกต่อไปและมันก็กระเด็นออกจากมือของเขาแต่เขาก็ไม่ได้สูญเสียความเร็วไปและยังตอบสนองได้อย่างรวดเร็วแล้วรีบถอยกลับไปอย่างเร่งรีบแต่ทว่าเขาก็ยังมีบาดแผลอยู่กลางหน้าอกและเลือดก็พุ่งกระฉูดออกมา
ผู้คนทั้งหมดประหลาดใจในทันทีเพราะไม่มีใครคิดว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อจะใช้เพลงดาบถึงเจ็ดเล่มและไม่เพียงแต่เขาไม่ชนะแต่เขายังได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย เมื่อเห็นแบบนั้นโอ่วหยางกัวเหว่ยที่อยู่ด้านข้างก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้าและดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความชื่นชม
ในเวลานี้โอ่วหยางอู๋เต๋อไม่สนใจอาการบาดเจ็บของเขาเพราะเขาไม่มีเวลาทำแบบนั้น ซึ่งในเวลานี้ตั๋วโพ่ก็พุ่งเข้าหาโอ่วหยางอู๋เต๋ออย่างต่อเนื่องเพราะเขาต้องการที่จะกำจัดโอ่วหยางอู๋เต๋อด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวและปลิดชีพโอ่วหยางอู๋เต๋อทันที
ด้วยเสียงของ “ฉึก!” โอ่วหยางอู๋เต๋อใช้มือยื่นออกไปเพื่อรับดาบของตั๋วโพ่ที่พุ่งมาหาเขาและไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเองเลยด้วยซ้ำ จากนั้นเขาก็ใช้อีกมือโจมตีไปที่ตั๋วโพ่ที่ไม่มีการป้องกันใดๆและการโจมตีนี้ก็น่ารังเกียจโดยสิ้นเชิง
“เพลงดาบที่แปด..ระบำอาทิตย์อัสดง!”
ดาบนี้มีความแหลมคมมากที่สุดในบรรดาดาบทั้งหมดของโอ่วหยางอู๋เต๋อและดาบนั้นก็จะเคลื่อนที่จากบนลงล่างด้วยการฟันซึ่งค่อนข้างน่าประหลาดเพราะทักษะการใช้ดาบแหลมนั้นมักจะต้องใช้การแทงแต่โอ่วหยางอู๋เต๋อกลับใช้การฟันแทน ซึ่งนั่นทำให้ผู้คนประหลาดใจและคิดอย่างลับๆว่าเพลงดาบเล่มที่แปดนี้ดูเหมือนจะไม่ทรงพลังเท่ากับเจ็ดดาบก่อนหน้านี้เลย
“หือ?..โอ่วหยางอู๋เต๋อเป็นคนโง่ขนาดนี้ได้ยังไงกัน?” ม่อหลงพูดอย่างงุนงงและสงสัย “วิชาดาบแหลมมันจะต้องใช้การแทงไม่ใช่เหรอ?..แต่ทำไมโอ่วหยางอู๋เต๋อถึงใช้ในการฟันแทนละ..เป็นไปได้ไหมว่าเพลงดาบเล่มที่แปดของโอ่วหยางอู๋เต๋อจะสร้างขึ้นมาเพื่อให้มันดูเยอะและน่าเกรงขามเท่านั้น?”
ไม่ใช่แค่ม่อหลงแต่หลายๆคนที่เห็นก็คงคิดแบบนี้ใช่ไหม? แต่มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆหรือเปล่า?
เย่เชียนก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “แต่ผมไม่คิดอย่างนั้นเพราะเพลงดาบเล่มที่แปดขิงโอ่วหยางอู๋เต๋อมันไม่ใช่ดาบเพราะถ้าจะพูดว่าดาบมันคงไม่ใช่เพราะมันเป็นเหมือนหอกซะมากกว่า..ซึ่งนั่นใกล้เคียงกับดาบเมียวเต๋าของจีนโบราณมากที่สุด..เอาเถอะไม่ว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อจะดูเหมือนเสียเปรียบและโง่แค่ไหนแต่เขาคงจะไม่สร้างระบำดาบที่โง่เง่าแบบนั้นด้วยวิชาดาบที่ยอดเยี่ยมของเขาในระดับนี้หรอก..หลังจากนี้คอยดูให้ดีเพราะผมคิดว่ามันน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่จริงๆ”
ชายร่างกำยำซึ่งเฝ้าดูจากต้นไม้ใหญ่ก็ตกตะลึงพอๆกันเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของโอ่วหยางอู๋เต๋อและเขาเองก็ไม่เชื่อว่าด้วยสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดของโอ่วหยางอู๋เต๋อจะคิดเพลงดาบที่โง่เขลาแบบนี้ออกมาเพราะนั่นมันจะไม่กลายเป็นการเสียหน้าเสียชื่อเสียงหรอเหรอ? เมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็พูดว่า “โอ่วหยางอู๋เต๋อคิดอะไรของเขาอยู่กันแน่..เพลงดาบแบบนั้นจะไปสู้อะไรกับเด็กคนนั้นได้..นี่เขาคงไม่ได้อยากตายใช่ไหม?”
“ไม่หรอก..ฉันคิดว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ” ชายหนุ่มพูด
“ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆทั้งๆที่ตาแก่นั่นก็อายุมากแล้วแต่ยังใช้วิธีนี้มาสู้กันอีก..บอกตามตรงว่ามันเสียเวลามากแค่ใช้ปืนยิงกันมันก็จบแล้ว” ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งที่สวมแว่นกันแดดที่ดำยืนอยู่ข้างหลังทั้งสองด้วยท่าทีที่ขี้เกียจอย่างมาก
เมื่อได้ยินแบบนั้นชายร่างกำยำหันไปมองด้วยความสงสัย
“ดาบที่เก้า..ระบำแยกสวรรค์!”
ไม่มีใครเคยเห็นเพลงดาบที่เก้าของโอ่วหยางอู๋เต๋อมาก่อนเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาเคยได้ยินเพียงเพลงดาบหกเล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋อดังนั้นด้วยการพัฒนาจากเพลงดาบหกเล่มเป็นเก้าเล่มจึงทำให้หลายๆคนต้องการเห็นพลังของมันและตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการเติมเต็มความปรารถนาของพวกเขาแล้วและแค่ชื่อนั้นก็น่าประทับใจพอแล้ว! ระบำแยกสวรรค์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้บอกชื่อดาบแต่กระบวนท่านั้นก็ฟังดูยิ่งใหญ่มาก
ในเวลานี้ดาบทั้งสองก็เกิดสะเก็ดไฟทันทีที่พวกมันปะทะกันและตั่วโพ่ก็ล้มลงกับพื้นและอดไม่ได้ที่จะกระอักเลือดออกมาและหลังจากเช็ดคราบเลือดจากมุมปากของเขาแล้วตั่วโพ่ก็จ้องมองไปที่โอ่วหยางอู๋เต๋อย่างเย็นชาและยืนขึ้นแล้วไม่ขยับเขยื้อนใดๆทั้งสิ้น!
เมื่อครู่นี้ไม่มีใครสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ในขณะนี้ดูเหมือนว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อจะได้เปรียบเพราะไม่ว่าเพลงดาบทำลายวิญญาณทั้งแปดเล่มของตั่วโพ่จะยอดเยี่ยมแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้วพวกมันก็สู้เพลงดาบเก้าเล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋อไม่ได้อยู่ดีและทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าตั่วโพ่จะพ่ายแพ้แต่ฉันเกรงว่าจะไม่มีใครในโลกที่ลืมการต่อสู้ครั้งนี้และวิชาเพลงดาบทำลายวิญญาณทั้งแปดอันบ้าคลั่งของตั่วโพ่ไปได้
ทุกคนต่างก็กลั้นหายใจและสายตาของพวกเขาก็จับจ้องไปที่โอ่วหยางอู๋เต๋อ แน่นอนว่าเย่เชียนกับคนอื่นๆก็มองดูอย่างตั้งใจเช่นกัน “เย่เชียนนายเห็นรึเปล่าว่าเมื่อกี้นี้มันเกิดอะไรขึ้น?” หลินเฟิงถาม เช่นเดียวกับคนอื่นๆพวกเขาไม่เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ตอนนี้เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ดูเหมือนว่าตั่วโพ่จะแพ้แล้ว”
เย่เชียนแสยะยิ้มและพูดว่า “ไม่ใช่..ตั่วโพ่เป็นฝ่ายชนะต่างหากล่ะ..ตอนนี้โอ่วหยางอู๋เต๋อแพ้เขาแล้ว” ไม่รู้ว่าทำไมแต่เย่เชียนนั้นสามารถเห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมดได้อย่างชัดเจนราวกับว่ามันกำลังเล่นภาพช้าต้อหน้าของเย่เชียนอย่างช้าๆซึ่งทำให้เย่เชียนรู้สึกประหลาดใจมาก
อย่างไรก็ตามช่วงนี้ก็มีเรื่องแปลกๆมากมายเกิดขึ้นกับเขาดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย แต่หลินเฟิงและคนอื่นๆก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและหันไปมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจและอดคิดไม่ได้ว่า ‘เย่เชียนเห็นได้ยังไงว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้นี้?” จากนั้นสายตาของพวกเขาก็จับจ้องไปที่โอ่วหยางอู๋เต๋อทันที
.
.
.
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน