เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1367

ตอนที่ 1367 เผชิญหน้า

………………..

ไม่มีใครที่เห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ยกเว้นเย่เชียนกับสมาชิกของสกายเน็ต ซึ่งถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวจะรวดเร็วแค่ไหนแต่พวกเขาก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจนอยู่ดี

ซึ่งความจริงก็คือโอ่วหยางอู๋เต๋อได้พ่ายแพ้ให้กับตั๋วโพ่ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวในวินาทีสุดท้าย

ในตอนนี้ร่างกายของโอ่วหยางอู๋เต๋อสั่นเล็กน้อยและถูกตรึงเอาไว้ อย่างไรก็ตามบาดแผลบนร่างกายของเขาก็เปิดออกทันทีและเลือดก็พุ่งออกมาราวกับน้ำพุ ซึ่งโอ่วหยางอู๋เต๋อก็รู้สึกเพียงว่าสติของเขาค่อยๆเลือนรางและร่างกายของเขาก็ล้มลงอย่างควบคุมไม่ได้ ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างไม่คาดฝันและไม่มีใครคาดคิดว่าเพลงดาบเก้าเล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋อจะพ่ายแพ้ให้กับตั๋วโพ่

แต่ถึงแม้ว่าตั๋วโพ่จะชนะแต่นั่นก็ไม่ง่ายเพราะระบำดาบของโอ่วหยางอู๋เต๋อได้ทำให้ตั๋วโพ่บาดเจ็บสาหัสเช่นกันและตอนนี้เขาก็ไม่มีแรงเลยและตั๋วโพ่ก็อาศัยแรงฮึดเฮือกสุดท้ายเพื่อยืนขึ้นและยิ้มอย่างเย็นชาแล้วตะโกนว่า “จากนี้ไปจะมีเพียงแค่เพลงดาบแปดเล่มไม่ใช่เก้าเล่มอีกต่อไป!”

ความเย่อหยิ่งที่ยิ่งใหญ่นี้ทำให้ผู้คนชื่นชมและตำนานนี้จะถูกจารึกเอาไว้และส่งต่อไปยังรุ่นสู่รุ่น

อย่างไรก็ตามอาการบาดเจ็บของตั๋วโพ่นั้นก็ร้ายแรงและเขาก็ไม่สามารถทรงตัวได้และเซไปเซมาและตกลงไปยังด้านข้างของลานประลอง ห่างออกไปไม่ไกลเมื่อเห็นฉากนี้เย่เชียนก็พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วแล้วคว้าร่างของตั๋วโพ่ที่กำลังจะล้มลงเอาไว้

ตั๋วโพ่ก็ตกตะลึงเล็กน้อยไปครู่หนึ่งและหันไปมองและพบเย่เชียนและเขาก็ตกใจอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “คุณสู้ได้ดีมากพี่ชาย..ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะ”

“ขอบคุณ” ตั๋วโพ่พูด มันค่อนข้างยากสำหรับคนอย่างตั๋วโพ่ที่จะพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ ซึ่งการที่เขาสามารถแสดงออกแบบนั้นก็เพียงพอที่จะบ่งบอกว่าเขาเริ่มยอมรับสิ่งต่างๆแล้ว

การตายของโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นหมายถึงการล่มสลายของตระกูลโอ่วหยางอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นตระกูลโอ่วหยางจะยอมรับสิ่งนี้ได้อย่างไร? ในความคิดของพวกเขาโอ่วหยางอู๋เต๋อคือการดำรงอยู่ของตระกูลโอ่วหยางเพราะโอ่วหยางอู๋เต๋อสามารถเอาชนะเลิ่งหานปิงปรมาจารย์นักดาบอันดับหนึ่งของโลกที่เทียบได้กับเย่งเจิ้งหรานในตอนนั้นและฝังอิฐิของเขาเอาไว้ที่ลานประลองของตระกูลโอ่วหยางเป็นเวลาหลายปี ดังนั้นโอ่วหยางอู๋เต๋อคือความหยิ่งทะนงในหัวใจของพวกเขาและเป็นดั่งวีรบุรุษของตระกูลโอ่วหยางด้วย

อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันดีว่าไม่ว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อจะใช้เพลงดาบทั้งเก้าเล่มแล้วแต่เขากลับไม่สามารถต้านทานตั๋วโพ่ได้เลย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเพลงดาบหกเล่มหรือเก้าเล่มก็ตามถึงยังไงมันก็ไม่สามารถเทียบกับเพลงดาบทำลายวิญญาณแปดเล่มได้เลย

“คุณปู่!” โอ่วหยางหมิงซวนรีบวิ่งไปที่โอ่วหยางอู๋เต๋ออย่างรวดเร็วและกอดเขาพร้อมกับตะโกนเรียกแต่เห็นได้ชัดว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อจะหายใจริบหรี่และดูเหมือนว่าเขากำลังจะตาย ดังนั้นโอ่วหยางหมิงซวนจึงโกรธเกรี้ยวและตะโกนว่า “ทุกคนฆ่าไอ้สารเลวนี่ซะ!”

ทันใดนั้นสมาชิกทั้งหมดของตระกูลโอ่วหยางก็ล้อมรอบตั๋วโพ่กับเย่เชียนเอาไว้และผู้ชมทั้งลานประลองก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและร่องรอยของความดูถูกก็เผยออกมาบนใบหน้าของพวกเขาทันที อย่างไรก็ตามพวกเขาจะไม่ทำอะไรเด็ดขาดเพราะมันจะเป็นการหาเรื่องใส่ตัวดังนั้นพวกเขาจึงแค่รอชมความสนุกและความน่าตื่นเต้นต่อไปอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็มองไปรอบๆฝูงชนอย่างเย็นชาและพูดว่า “นี่คือทัศนคติของตระกูลโอ่วหยางงั้นเหรอ?..ในการประลองแล้วชีวิตและความตายมันก็ขึ้นอยู่กับชะตากรรมของแต่ละคนและถ้าพวกคุณแพ้คุณก็ต้องยอมรับและพวกคุณจะมาแก้แค้นแบบนี้ไม่ได้!..ถ้าพวกคุณจะแก้แค้นก็รอให้เขาออกไปจากที่นี่และพวกคุณค่อยไปตามแก้แค้นเขาทีหลังก็ได้แต่แบบนี้ในน่าเกลียดมาก”

เมื่อเห็นแบบนั้นโอ่วหยางหมิงซวนก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและจ้องมองไปที่เย่เชียนแล้วพูดว่า “คุณเย่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณเพราะงั้นคุณไม่ควรเข้ามายุ่งนะครับ”

“ไอ้พวกขี้ขลาด..ถ้าใครกล้าก็เข้ามาสิ..ฉันจะประกาศให้ชัดเจนตรงนี้เลยว่าใครก็ตามที่กล้าเข้ามานั่นจะถือว่าเป็นศัตรูกับราชาหมาป่าเย่เชียนคนนี้!” เย่เชียนพูด

จากนั้นหลินเฟิง,ม่อหลงและจินเหว่ยห่าวก็รีบมารวมตัวกันตรงหน้าเย่เชียนทันที “และใครก็ตามที่กล้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของเย่เชียนล่ะก็..ฉัน..หลินเฟิงแห่งองค์กรเซเว่นคิลคนนี้จะตามล่าและต่อให้จะไกลหลายพันไมล์ฉันก็จะพลิกแผ่นดินตามล่าและไม่มีวันปล่อยพวกแกไปแน่” หลินเฟิงพูด

“ก็ลองดูสิ..ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องบอสของฉันล่ะก็มันจะต้องข้ามศพของม่อหลงเจ้าสำนักม่อจื๊อคนนี้และสาวกสำนักม่อจื๊อทั้งหมดไปก่อน!” ม่อหลงพูด

“ถ้าใครกล้าเข้ามาฉันจะฆ่ามันให้หมด..ฉันจินเหว่ยห่าวผู้นำตระกูลจินฉันจะฆ่าพวกแกให้หมดไม่เหลือแม้แต่คนเดียว!..โอ่วหยางหมิงซวน..วันนี้จะเป็นวันที่เราจะตัดสินกัน..แกทำให้เธอต้องฆ่าตัวตายเพราะงั้นวันนี้ฉันจะไม่มีวันปล่อยแกไปเด็ดขาด” จินเหว่ยห่าวตะโกนด้วยความโกรธ

“ขึ้นอยู่กับคุณหรือไม่ ฮึ่ม ครั้งสุดท้ายในถังเหมิน ถ้าชายชราคนนั้นถังจิงหนานไม่ปกป้องคุณและให้เข็มดอกลูกแพร์พายุฝนแก่คุณ คุณจะทำร้ายฉันไหม เอาล่ะ วันนี้ฉันจะให้คุณตายที่นี่ และลงไปกับผู้หญิงของคุณ” Ouyang Mingxuan คำรามด้วยความโกรธ

เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนที่นี่ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเพราะสถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างเหนือความคาดหมายไปมากแต่ดูเหมือนว่ามันจะน่าตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะที่นี่มีทั้งราชาหมาป่าเย่เชียนผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าผู้ที่ทำให้แผ่นดินจีนต้องสั่นคลอน,หลินเฟิงผู้นำองค์กรนักฆ่าเซเว่นคิลผู้ลึกลับ,ม่อหลงเจ้าสำนักแห่งสำนักม่อจื๊อและจินเหว่ยห่าวผู้นำตระกูลจินเจ้าแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่างก็มารวมตัวกันที่นี่ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเรื่องซับซ้อนอย่างมากและมันจะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่พวกเขาไม่รู้อีกมาก

บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลชายร่างกำยำก็เบิกตากว้างด้วยสีหน้าที่เหลือเชื่อและพูดว่า “เด็กคนนี้เอาชนะโอ่วหยางอู๋เต๋อได้จริงๆสินะ..ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ธรรมดาจริงๆ..ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่ามาสเตอร์เป็นเทพเจ้าหรือเปล่าทำไมเขาถึงรู้ได้ว่าเด็กคนนี้จะต้องชนะตามที่เขาพูด”

“ฉันเองก็ไม่รู้แต่ดูเหมือนว่ามาสเตอร์จะให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มาก” ชายหนุ่มพูด

“ว่าแต่เราจะลงไปกันตอนไหน..อย่าให้ตระกูลโอ่วหยางฆ่าเด็กคนนี้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะสูญเปล่าและมาสเตอร์คงจะโกรธพวกเราแน่” ชายร่างกำยำพูด “ดูนี่ไอ้หนูนั่นสิมันบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นคงจะต้องพักรักษาตัวไปสักพักใหญ่ๆเลย”

เย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเหลือคุณ..แต่ผมอยากจะขอบคุณคุณเพราะความจริงแล้วจุดประสงค์กที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อกำจัดกับตระกูลโอ่วหยางแต่ผมไม่ได้คาดหวังว่าผมจะได้เห็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมแบบนี้และถ้าหากคุณไม่ช่วยพวกผมฆ่าโอ่วหยางอู๋เต๋อล่ะก็ผมก็ไม่รู้วิธีที่จะจัดการเลยจริง”

ตั๋วโพ่ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นหันไปมองเย่เชียนแต่เขายังคงพูดเสียงแข็งว่า “นั่นมันก็เรื่องของคุณผมไม่เกี่ยวอะไรด้วย..เพราะงั้นคุณไม่ต้องมาปกป้องผมเพราะผมไม่อยากเป็นหนี้บุญใคร”

“ถึงคุณจะไม่อยากเป็นหนี้แต่คุณนั้นติดหนี้ผมเอาไว้” เย่เชียนพูด “วันนั้นในสวนสาธารณะผมช่วยคุณเอาไว้แต่ทว่าวันนี้คุณช่วยฆ่าโอ่วหยางอู๋เต๋อให้ผมเพราะงั้นพวกเราก็หายกันและไม่มีใครเป็นหนี้ต่อกันอีก”

ตั๋วโพ่ก็ผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “หืม..ถ้าวันนั้นไม่ใช่เพราะคุณล่ะก็ตำรวจสองคนนั้นคงตายไปนานแล้ว”

เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “คุณจะต้องลำบากแน่ถ้าพวกเขาตายเพราะงั้นผมจึงช่วยคุณเอาไว้ไง”

ตั๋วโพ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แล้วคุณต้องการอะไรจากผม”

“ผมยังไม่รู้..คุณจะให้ผมคิดตอนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ?..เอาไว้ผมจะบอกคุณเมื่อผมคิดออก..เพราะงั้นคุณต้องรักษาชีวิตเอาไว้ให้ดีไม่อย่างนั้นคุณจะติดหนี้ผมไปจนตาย” เย่เชียนพูดต่อ “เพราะงั้นผมไม่ได้จะช่วยคุณแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง..เพราะงั้นคุณอย่าปฏิเสธเลย”

เมื่อได้ยินแบบนั้นตั๋วโพ่ก็ขมวดคิ้วแต่ก็มีร่องรอยของความอบอุ่นและสบายใจในใจของเขา

.

.

.

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน