เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 1369

ตอนที่ 1369 สมรภูมิเดือด (1)

………………..

คนที่พูดคือชายร่างกำยำและชายสวมแว่นกันแดดและตามมาด้วยชายหนุ่มและพวกเขาก็หันไปมองร่างของโอ่วหยางอู๋เต๋อที่อยู่บนพื้น

“ตาแก่นั่นตายไปแล้วเพราะงั้นเขาคงอยากตามพ่อไปแหละ” ชายหนุ่มพูด

“นี่แกกำลังพูดถึงตัวเองอยู่หรือเปล่า..ดูเหมือนว่าแกจะไม่เด็กแล้วนะ” ชายร่างกำยำพูดและแสยะยิ้ม

การปรากฏตัวของทั้งสามค่อนข้างน่าตกตะลึงและเรื่องก็ซับซ้อนขึ้นดังนั้นผู้ชมจึงอดไม่ได้ที่จะคาดเดาตัวตนของทั้งสามคนและพยายามเดาว่าพวกเขาอยู่ฝ่ายไหน ส่วนโอ่วหยางกัวเหว่ยก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองทั้งสามคนขึ้นลงจากหัวจรดเท้าด้วยท่าทางระแวดระวัง

ซึ่งเมื่อเห็นแบบนั้นโอ่วหยางหมิงซวนก็ตะโกนด้วยความโกรธ: “พวกแกเป็นใคร?..อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระที่นี่..พวกแกอยากตายนักเหรอ?”

“นี่แกจะขู่ฉันงั้นเหรอ?..แกคิดว่าพวกเราจะกลัวแกรึไงไอ้เด็กน้อย” ชายร่างกำยำตะโกน “ฉันมีชีวิตมายาวนานขนาดนี้ก็ไม่เคยมีใครทำให้ฉันกลัวได้เลย”

“พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อมานำศพของโอ่วหยางอู๋เต๋อไปเท่านั้นส่วนตระกูลโอ่วหยางส่วนที่เหลือฉันไม่สนใจ” ชายหนุ่มพูด

ชายร่างกำยำก็หัวเราะเบาๆและพูดว่า “เหอะๆ..ฉันตัดสินใจแล้ว..ฉันจะฆ่าไอ้เด็กเวรนี่เอง” ทันทีที่พูดจบดาบขนาดใหญ่ในมือของเขาก็ฟันไปที่โอ่วหยางหมิงซวนอย่างรวดเร็วและแม่นยำและดาบนั้นดุร้ายอย่างมาก เมื่อเห็นแบบนั้นโอ่วหยางหมิงซวนก็ผงะและรีบหลบไปแต่ทันใดนั้นก็รู้สึกราวกับว่าเส้นทางหลบหนีของเขาถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์และไม่มีทางที่จะหลบได้เลยและเขาก็ทำได้เพียงต้านทานเท่านั้น

ด้วยเสียง “ชิ้ง!..” ดาบในมือของชายร่างกำยำก็ถูกปัดไปข้างๆและโอ่วหยางกัวเหว่ยก็ยืนอยู่ตรงหน้าโอ่วหยางหมิงซวนด้วยท่าทางที่เฉยเมยและพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “คุณไม่จำเป็นต้องเอาจริงกับเด็กหรอกใช่ไหม?..ดูเหมือนว่าคุณจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลยสินะ”

ทุกคนตกตะลึงและถึงแม้ว่าเย่เชียนจะคาดเดาเอาไว้แล้วแต่เขาก็ยังประหลาดใจมากที่เห็นการกระทำโอ่วหยางกัวเหว่ยและเขาก็แข็งแกร่งอย่างมาก ในวันนั้นที่สำนักม่อจื๊ออาจกล่าวชายร่างกำยำนั้นสามารถที่จะเผชิญหน้ากับสาวกสำนักม่อจื๊อหลายสิบคนได้อย่างสบายๆแต่เขาไม่คาดคิดว่าโอ่วหยางกัวเหว่ยจะสามารถเตะดาบของชายร่างกำยำออกไปได้ง่ายๆทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจมาก

โอ่วหยางกัวเหว่ยซ่อนความลับของเขาเอาไว้และทุกคนที่นี่ก็อาจจะคิดแบบเดียวกัน เมื่อเห็นแบบนั้นโอ่วหยางหมิงซวนก็ผงะเช่นกันและจ้องมองพ่อของเขาด้วยความงุนงงและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น

“ดูเหมือนว่าปรมาจารย์อันดับหนึ่งของตระกูลโอ่วหยางจะไม่ใช่โอ่วหยางอู๋เต๋อแต่เป็นคุณสินะ” ชายหนุ่มพูดเบาๆ

ชายร่างกำยำก็ตกตะลึงเล็กน้อยและเม้มริมฝีปากและหันหน้าไปมองชายหนุ่มแล้วพูดว่า “แล้วเราจะเอายังไงดี?…ในเมื่อฝีมือของเขาดีขนาดนี้เราควรจะพาเขากลับไปด้วยเลยไหม?”

“ใช่เราควรทำแบบนั้น” ชายหนุ่มพูด “ปรมาจารย์ที่เก่งกาจแบบนี้ควรกลับไปกับเรา..แต่จะมีชีวิตหรือตายก็ไม่เป็นไรขอแค่นำร่างของเขากลับไปก็พอ” จากนั้นชายหนุ่มก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆพลางชำเลืองมองเย่เชียนด้วยรอยยิ้มและจับจ้องไปที่ตั๋วโพ่และพูดว่า “ตั๋วโพ่ช่วยไปกับพวกเราหน่อยจะได้ไหม?..มาสเตอร์ของเราต้องการพบเอ็ง”

“ทำไมผมต้องไปกับพวกคุณด้วย?” ตั๋วโพ่พูดอย่างเย็นชา “ถ้าเขาต้องการพบผมก็ให้เขามาหาผมสิ”

ชายหนุ่มก็เขายักไหล่เล็กน้อยแล้วพูดว่า “ตั๋วโพ่มันดีกว่านะที่จะไม่ปฏิเสธเพราะฉันไม่ต้องการต่อสู้กับเอ็ง..เพราะถ้าเอ็งเป็นอะไรไปมันจะไม่ดีเพราะงั้นเอ็งควรจะฟังฉัน”

“นี่!..ดูเหมือนว่าครั้งที่แล้วพวกเราจะยังสู้กันไม่จบนะและในเมื่อเราพบกันวันนี้ทำไมเราไม่มาสู้ชี้เป็นชี้ตายกันไปเลยล่ะ?” เย่เชียนพูด แน่นอนเย่เชียนรู้ว่าชายหนุ่มนั้นมีฝีมือมากและเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงหนีไปครั้งที่แล้วแต่ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายกลัวเขาแต่มันจะต้องมีเหตุผลซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อไม่ให้พวกเขาพาตัวตั๋วโพ่กลับไปในกรณีนี้จะเป็นการดีกว่าหากพูดอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้

โอ่วหยางหมิงซวนก็ตะโกนว่า “วันนั้นฉันแค่ยอมให้แกไปก่อนแต่ครั้งนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีก..ฉันจะส่งแกลงนรกไปหาแฟนของแกซะ” เมื่อพูดจบโอ่วหยางหมิงซวนก็ใช้ดาบฟันไปยังจินเหว่ยห่าวทันที

ตั๋วโพ่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการประลองศิลปะการต่อสู้กับโอ่วหยางอู๋เต๋อดังนั้นเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของชายหนุ่มได้อย่างไร?ดังนั้นตั๋วโพ่จึงกระเด็นถอยหลังไปแต่โชคดีที่หลินเฟิงเคลื่อนไหวเร็วพอที่จะจับเขาเอาไว้และวางเขาลงบนพื้นและหยุดอยู่ตรงหน้าเขา นอกจากนี้เขายังรู้ดีว่าเขาอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายหนุ่มเลยแต่เนื่องจากเย่เชียนต้องการปกป้องตั๋วโพ่มากดังนั้นหลินเฟิงจึงต้องคอยดูแลความปลอดภัยของตั๋วโพ่แทนเย่เชียน

ส่วนหลินเฟิงก็มองดูชายหนุ่มอย่างเงียบๆและอดไม่ได้ที่จะแอบกลืนน้ำลายลงคอและเขาก็ได้ยินเสียง “ตึกตัก…ตึกตัก..ตึกตัก” ในใจราวกับว่าโดนค้อนหนักทุบหน้าอกเขาอย่างแรง

สำหรับเย่เชียนแล้วชายหนุ่มนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรเย่เชียนได้เพราะเขาได้รับคำสั่งจากมาสเตอร์ว่าห้ามยุ่งกับเย่เชียนแต่กับหลินเฟิงนั้นแตกต่างออกไป จากนั้นชายหนุ่มก็พูดว่า “คุณหลินหลบไปเถอะครับไม่อย่างงั้นถ้าผมฆ่าคุณไปเจ้าเย่เชียนจะต้องบ้าคลั่งอย่างแน่นอน”

“ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณแต่นี่คือคนที่เย่เชียนต้องการปกป้องเพราะงั้นผมจะปล่อยให้ทำอะไรเขาไม่ได้” หลินเฟิงพูด

“เป็นมิตรภาพที่ยอดเยี่ยมจริง” ชายหนุ่มพูดจากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและดวงตาของเขาก็ดูเหมือนจะเปล่งแสงประหลาดออกมาและหลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะสั่นไปทั้งตัวและทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาถูกไฟไหม้และความรู้สึกที่ถูกแผดเผาด้วยไฟก็ทำให้เขาเจ็บปวดทรมานมากราวกับผิวหนังของเขากำลังจะไหม้และทำให้เขากรีดร้องอย่างควบคุมไม่ได้

เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนกับชายสวมแว่นกันแดดก็หันกลับไปมองและทั้งสองก็ตกตะลึงอย่างมากเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมหลินเฟิงถึงได้ร้องอย่างน่าสยดสยองแบบนั้นโดยไม่มีเหตุผลทั้งๆที่ชายหนุ่มยังไม่ได้ทำอะไร? “พี่หลิน!..พี่เป็นอะไร?” เย่เชียนถามด้วยความเป็นห่วง

.

.

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน