เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดนักรบจอมราชัน นิยาย บท 197

ดาวตกดวงหนึ่งพุ่งตัดผ่านท้องฟ้าในยามค่ำคืนอันแสนมืดมิด… และหนึ่งวีรบุรุษได้ล่วงลับไป!

เฉินฟู่เฉิงจากไปอย่างสงบ เมื่อฉินเทียน เย่เชียนและหลัวจ้านเดินมาถึงห้องผู้ป่วย พวกเขาก็พบว่าร่างของเฉินฟู่เฉิงนั้นถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องโศกเศร้า ทว่ากลับไม่มีใครร้องไห้ออกมาสักคนเดียว

ฉินเทียนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะในความคิดของเขานั้น ชีวิตของเฉินฟู่เฉิงต้องพบเจอกับความลำบากมามากพอแล้ว เขาทำเพื่อคนอื่นมาโดยตลอดและเป็นอีกหนึ่งวีรบุรุษที่มีจิตใจดีงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ ในโลกที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ นั้นมันเต็มไปด้วยผู้ที่อ่อนแอและผู้ที่แข็งแกร่ง การจากไปของเฉินฟู่เฉิงอาจจะเป็นเรื่องที่โล่งใจสำหรับเขา ผู้ที่เป็นดั่งน้องชายและสหายที่แท้จริง

เย่เชียนค่อย ๆ ยกผ้าสีขาวขึ้นและมองไปที่ใบหน้าของเฉินฟู่เฉิงด้วยความงุนงง ถึงแม้ว่าเขาจะคุ้นเคยกับชีวิตและความตายมามากมายก็ตาม ทว่าครั้งนี้เย่เชียนกลับรู้สึกถึงความเปราะบางของตัวเองอย่างน่าประหลาด แม้เฉินฟู่เฉิงจะเป็นดั่งจักรพรรดิ แต่ท้ายที่สุดเขาก็ต้องกลายเป็นเถ้าธุลีไปเหมือนกันกับคนอื่น ๆ เหลือไว้เพียงแต่เจตนารมณ์อันแรงกล้าที่เขาได้ทำการฝากฝังไว้กับเย่เชียนก่อนตาย

ฉินเทียนออกจากโรงพยาบาลและกลับไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้

ส่วนเฉินฟู่เฉิงผู้ล่วงลับก็ถูกฝังอยู่ใต้ผืนแผ่นดิน!

ไม่มีงานศพที่หรูหราหรือพิธีรำลึกที่ยิ่งใหญ่ใด ๆ ขี้เถ้าของเฉินฟู่เฉิงนั้นถูกเหล่าชาวบ้านนำกลับไปที่บ้านเกิดของเขาและฝังไว้บนเนินเขาตรงทางเข้าหมู่บ้านเพื่อคอยปกปักรักษาหมู่บ้านที่เขาเกิดและเติบโตมา

เกิดความโกลาหลอย่างใหญ่หลวงขึ้นในเมืองหนานจิงแห่งนี้ กองกำลังทหารทั้งหมดเริ่มเคลื่อนพลไปรอบ ๆ เมืองและจะมีการปรับเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ในเมืองหนานจิง ทุกคนต่างให้ความสนใจและตั้งหน้าตั้งตาคอยดูว่าใครกันที่จะมาเป็นผู้สืบทอดของเฉินฟู่เฉิง พวกเขาคาดเดาว่าน่าจะเป็นหลัวจ้านคนสนิท หรือไม่ก็เฉิงเหวินเลขาของเฉินฟู่เฉิง

ทว่า… หลัวจ้านนั้นได้จากไปแล้ว!

เดาไม่ถูกเลยว่าการปรากฏตัวของเย่เชียนในฐานะของผู้สืบทอดต่อจากเฉินฟู่เฉิงนั้นจะสร้างความฮือฮามากขนาดไหน เพราะไม่มีใครในดินแดนนี้รู้จักชื่อของเขามาก่อน

ที่จริงเย่เชียนนั้นต้องการรักษาหลัวจ้านเอาไว้ เพราะเขาไม่ต้องการให้ผู้คนคิดว่าเขานั้นไล่กำจัดผู้ที่คัดค้านเขาการขึ้นสู่อำนาจสูงสุดของตัวเอง แต่หลัวจ้านยิ้มอย่างยินดีและบอกกับเย่เชียนว่า “ฉันน่ะอยู่กับเจ้านายมาหลายสิบปีแล้ว ฉันคอยสนับสนุนเขาทั้งทางเหนือและทางใต้ ฉันเชื่อมั่นในตัวนายในฐานะที่นายเป็นผู้ถูกเลือก ในเมื่อเจ้านายตัดสินใจอย่างนี้แล้วนั่นก็หมายความว่า นายต้องมีความสามารถในการดูแลธุรกิจของเจ้านายได้ทั้งหมด ฉันเชื่อว่านายจะไม่ทำให้เจ้านายผิดหวังแน่นอน สำหรับตัวฉันเอง ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้วตอนนี้ ฉันแค่อยากหาที่ที่ไม่มีใครรู้จักฉันและพักผ่อนอยู่อย่างเงียบ ๆ กับชีวิตที่เหลืออยู่ของฉัน… ฉันหวังว่านายคงจะเข้าใจนะ”

ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่เต็มใจและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็ตาม แต่เขาก็เคารพในการตัดสินใจของหลัวจ้าน

“แต่นายไม่ต้องกังวล… เพราะถ้านายมีปัญหาอะไร นายมาปรึกษาฉันได้เสมอ ฉันเต็มใจช่วย” หลัวจ้านพูดด้วยความจริงใจ

นอกจากรูปใบนั้นบนโต๊ะทำงานก็มีกองวัสดุหนา ๆ กองหนึ่งตั้งอยู่ด้วย ดูเหมือนมันจะถูกเตรียมเอาไว้อยู่นานแล้ว เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา เพราะเฉินฟู่เฉิงคงได้เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ก่อนหน้านี้ เย่เชียนเปิดข้อมูลและอ่านผ่าน ๆ อย่างไม่เป็นทางการมากนัก แต่เขาถึงกับต้องประหลาดใจ เพราะอุตสาหกรรมของเฉินฟู่เฉิงนั้นไม่ได้มีแค่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่มันยังรวมไปถึงการลงทุนด้านหลักทรัพย์ทางการเงินจากกองทุนเพื่อการศึกษาและสโมสรการค้าต่าง ๆ ด้วย ไหนจะการมีส่วนร่วมในการรวมทรัพยากรเหมืองถ่านหินไปจนถึงการแทรกแซงทรัพยากรที่ล้ำค่าต่าง ๆ ในต่างประเทศอีก แล้วการพัฒนาโครงการอีกหลายโครงการที่เขาเริ่มเอาไว้อีกล่ะ ?

เฉิงเหวินยืนอยู่ตรงหน้าของเย่เชียนด้วยความสุภาพ เขาเฝ้าสังเกตเย่เชียนตั้งแต่ที่เย่เชียนมาถึงจนกระทั่งถึงตอนนี้ ทว่าเขานั้นไม่สามารถเข้าใจเย่เชียนได้เลย ชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายภายใต้ฐานะผู้สืบทอดของท่านประธาน เว้นเพียงแค่รอยแผลเป็นบนใบหน้าที่ทำให้เย่เชียนดูมีอำนาจเหนือกว่าเล็กน้อยเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนธรรมดา ๆ แต่วิสัยทัศน์ของท่านประธานคงจะไม่ได้มองคนผิดหรอกใช่ไหม ?

เย่เชียนเข้าใจดีว่าการที่จะครอบครองอุตสาหกรรมของเฉินฟู่เฉิงได้อย่างสมบูรณ์นั้น เขาจะทำไม่ได้เลยหากปราศจากความช่วยเหลือจากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้ แต่เย่เชียนจะได้รับความไว้วางใจจากเขาได้อย่างไรกันล่ะ ?

“คุณผู้จัดการเฉิงครับ… ผมขอรบกวนให้คุณช่วยส่งข้อมูลของอุตสาหกรรมด้านงบทางการเงินของบริษัทให้ผมหน่อย ยิ่งเร็วยิ่งดีและมีรายละเอียดเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นนะครับ ขอบคุณครับ” เย่เชียนพูดอย่างหนักแน่น แต่ก็อ่อนน้อมถ่อมตนในคราวเดียวกัน

เฉิงเหวินรู้สึกยินดีเล็กน้อยที่เย่เชียนเข้าใจธุรกิจของบริษัทตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่งเช่นนี้ เพราะหลังจากที่เขาติดตามเฉินฟู่เฉิงต่อสู้มาเป็นเวลานาน เฉิงเหวินนั้นไม่ต้องการให้สิ่งที่เฉินฟู่เฉิงสร้างมาอย่างยากลำบากต้องถูกทำลายลง เฉิงเหวินเริ่มชื่นชมชายหนุ่มคนนี้เล็กน้อย พลางนึกถึงชายชราผู้ล่วงลับที่ยังไม่รู้จักการดำรงอยู่ของชายหนุ่มคนนี้เป็นอย่างดีและเขาก็แอบสงสัยและอยากรู้ว่าถ้าหากเฉินฟู่เฉิงยังอยู่ การแสดงออกของเขาที่มีต่อชายหนุ่มคนนี้จะเป็นอย่างไร ?

“ท่านประธาน… ผมได้เตรียมข้อมูลเอาไว้หมดแล้ว เดี๋ยวผมจะนำมันมาให้ท่านประธานดูตอนนี้เลยครับ” เฉิงเหวินพูด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดนักรบจอมราชัน