เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 126

บทที่ 126 น้องสาวของเกาหยวนขอความช่วยเหลือ

“ใช่แล้วผู้อาวุโสสูงสุด ยิ่งกว่านั้น หลังจากสืบดู ข้าพบว่าหนึ่งในศิษย์ชายคือศิษย์หน่วยรักษาการณ์แห่งสำนักชิงหยาง หวังสวี่เฉียง!”

จางฉางหลิ่งกล่าวด้วยความเคารพ

“อืม อย่างนี้นี่เอง ศิษย์สำนักชิงหยางมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้? เขาอยากสนับสนุนหลินหวั่นชิงอย่างนั้นหรือ?”

ใบหน้าของหลินเวยบิดเบี้ยวเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

“ดูท่าว่าข้าต้องขอให้ลูกชายเร่งสร้างบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เสียแล้ว”

เขาโบกมือ “เจ้าออกไปก่อน”

หลังจากจางฉางหลิ่งจากไป หลินเวยก็ไปที่ห้องลับทันที

ในห้องลับดังกล่าว ปราณวิญญาณเข้มข้นหนาแน่น หลังจากเดินผ่านทางเดิน หลินเวยก็ตะโกนไปที่ประตูหิน “ลูกชาย”

“ท่านพ่อ เหตุใดท่านถึงมาที่นี่?”

ประตูห้องหินเปิดออก แล้วผู้บำเพ็ญชายผู้มีใบหน้าหล่อเหลากับสายตาเย็นชาก็เดินออกมา

ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลูกชายของหลินเวย หลินสยงสวี่

หลินเวยมีลูกชายหลายสิบคน

เนื่องจากลูกชายคนอื่น ๆ ล้วนมีความสามารถดาษดื่น จนกระทั่งเขาอายุมากจึงให้กำเนิดบุตรชายที่มีพรสวรรค์พอรับได้

แม้พรสวรรค์จะไม่ธรรมดา แต่ความเข้าใจอยู่ในระดับดาษดื่น ต้องขอบคุณสถานะผู้อาวุโสสูงสุดของหลินเวย เขาจึงสามารถเข้าถึงทรัพยากรจำนวนมากของตระกูลหลินได้

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสามารถไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าในเวลาอันสั้นได้

หลังจากหลินเวยบอกข้อมูลที่เพิ่งได้รับมา หลินสยงสวี่ก็เผยสีหน้าเย็นชา “สวี่หยางผู้นี้มีเส้นสายมากมาย ข้าดูถูกเขาเกินไป”

“ด้วยสถานะของสำนักชิงหยาง พวกเราจึงไม่สามารถแตะต้องเขาได้สักพัก หากศิษย์หน่วยรักษาการณ์แห่งสำนักชิงหยางเข้ามายุ่ง อาจมีปัญหาใหญ่ตามมาได้!”

หลินสยงสวี่เดินรอบห้องลับโดยเอามือไพล่หลัง ดวงตาของเขายิ่งทอประกายคมปลาบ “ท่านพ่อ ช่วงนี้ปราณของหลินหวั่นชิงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ข้ารู้สึกว่าผู้นำตระกูลตั้งใจจะสนับสนุนนาง”

“เจ้าก็มองออกเหมือนกันสินะ”

หลินเวยหรี่ตา “เพราะงั้นข้าถึงได้กังวล ความได้เปรียบของพวกเราน้อยลงทุกที ทำให้หลายคนเริ่มเอนเอียงไปทางฝั่งของผู้อาวุโสสาม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดี! ดังนั้นข้าจึงมาหาเจ้าเพื่อให้เตรียมจัดการกับสัตว์อสูรที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วทำการยึดเกาะหลิงถังมา ข้าได้แผนที่ทั้งหมดมาแล้ว ข้าจะให้เจ้าไปที่นั่นเพื่อจัดการกับสัตว์อสูรด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ต่อตระกูล”

“ท่านพ่อ สัตว์อสูรที่นั่นถูกคุ้มกันโดยลิงกลุ่มหนึ่ง ซึ่งราชาลิงก็มีความแข็งแกร่งไปถึงระดับสอง เกรงว่าถ้าข้าไปคนเดียวมันจะไม่เป็นอันตรายเอาหรือ?”

หลินสยงสวี่ดูกังวลอยู่บ้าง

หลินเวยผิดหวังเล็กน้อยกับท่าทีของลูกชาย ไม่ทันไรก็สูญสิ้นความกล้าเสียแล้ว

ทว่าถึงอย่างไร อีกฝ่ายก็เป็นลูกชายที่มีพรสวรรค์ดีที่สุด เขาจึงทำได้เพียงปลอบใจ “ไม่กี่วันก่อนข้าจับคนที่รู้สถานการณ์บนเกาะหลิงถังมาได้สองคน ในกลุ่มลิงมีอสูรลิงระดับสองอยู่สองตัว เป็นตัวผู้กับตัวเมียอย่างละหนึ่ง พวกมันมีเพียงร่างกายแข็งแกร่ง เจ้าน่าจะสามารถรับมือได้”

“ท่านพ่อ หากท่านไปที่นั่นด้วยมันจะไม่ปลอดภัยกว่าหรือ?” หลินสยงสวี่ยังคงกังวลเล็กน้อย

ประสบการณ์ศึกของเขาไม่ดีนัก ดังนั้นตนเองจึงกังวลว่าจะเกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย

“สมาชิกในตระกูลจะเชื่อฟังเจ้าได้อย่างไรหากข้าไปที่นั่นด้วย?”

“เรื่องนี้…”

“อย่าลืมเป็นอันขาด ตามกฎของตระกูลแล้ว หากมีการค้นพบเกาะใหม่ มันก็จะตกเป็นของผู้ค้นพบ หากเจ้าสามารถไปเกาะหลิงถังได้ เจ้าก็จะกลายเป็นเจ้าของเกาะทันที ทั้งยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บำเพ็ญมนุษย์อย่างมาก ด้วยรากฐานนี้ ย่อมทำให้มีผู้คนมากมายมาขอความช่วยเหลือ แล้วเจ้าก็จะกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง!! ไม่อย่างนั้น หากข้ายึดเกาะหลิงถังมาให้เจ้า ผู้คนก็จะพากันบอกว่าเจ้าเอาแต่พึ่งข้า แบบนั้นมันจะไม่เป็นผลดีเอาได้!!”

หลินสยงสวี่เผยสีหน้าจนใจออกมา “ท่านพ่อ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไปที่นั่นเอง”

พวกหวงเสี่ยวเหมยอยู่ที่นี่เพียงหนึ่งวัน จากนั้นจึงออกเดินทางต่อ คาดว่าน่าจะแยกย้ายกันไปทำธุระ

สวี่หยางส่งพวกเขาที่ท่าเรือขณะมองส่งพวกเขาจากไป

กิจการในร้านเสื้อผ้าช่วงนี้เป็นไปด้วยดี สินค้าชุดใหม่ขายหมดอย่างรวดเร็ว

ในตอนแรก เขาคิดว่าเป็นเพราะเสื้อคลุมมีคุณภาพดีราคาถูก แต่ภายหลังจึงทราบว่าพวกมันส่วนใหญ่มาจากสมาคมหู่เวย

ว่ากันว่าเป็นเพราะอวี๋ซื่อหลินผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้นำสมาคมหู่เวยที่แนะนำให้ลูกน้องไปซื้อเสื้อคลุมที่ร้านนี้

ดูท่าว่ามันจะเป็นหนึ่งในวิธีการซื้อใจเขา

แม้เรื่องนี้จะทำให้สวี่หยางประหลาดใจ แต่การซื้อใจเช่นนี้ก็นับเป็นเรื่องดี ดังนั้นเขาจึงไม่คิดอะไรให้มากความ

หลังจากเสื้อคลุมหมด เขาก็กำลังจะไปซื้อสินค้ามาลงร้านเพิ่ม

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพาใบ้น้อยฟางหลินเซวียนไปเมืองเป่ยไห่

ฟางหลินเซวียนมีความชำนาญเรื่องการดูคุณภาพเสื้อคลุมเป็นอย่างดี ดังนั้นสวี่หยางมักพานางออกมาตอนเลือกซื้อสินค้า

ครึ่งชั่วยามต่อมา สวี่หยางนำเด็กน้อยขี้กลัว ฟางหลินเซวียน เข้าสู่พื้นที่คึกคักของเมืองเป่ยไห่

หลังจากตรวจสอบพื้นที่รอบข้างด้วยจิตเทวะเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมาแล้ว พวกเขาทั้งสองจึงก้าวเดินสู่ถนน

ครั้งนี้ สวี่หยางเปลี่ยนรูปลักษณ์ เพราะเขาตั้งใจมาซื้อของทั่วไปจึงไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟางหลินเซวียนมาเมืองเป่ยไห่ แต่นางยังคงระแวดระวัง เอาแต่เดินก้มหน้า ห่อไหล่หลังค่อม มันทำให้สวี่หยางรู้สึกขบขันไม่น้อย

ผู้บำเพ็ญชายที่ชอบเย็บปักถักร้อยถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ในโลกเซียน

สวี่หยางรู้สึกประหลาด แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรให้มากความ เพียงเอ่ยว่าตนมาเพื่อซื้อเสื้อคลุม

“อื้ม ช่วงนี้ของใหม่ค่อนข้างเยอะ สหายเต๋าสวี่เดินเลือกตามสบาย ไม่ต้องห่วงเรื่องราคา เจ้าคือสหายของคุณหนูหลินหวั่นชิง ข้าจะต้องให้ราคาที่พึงพอใจอย่างแน่นอน”

“สุภาพเกินไปแล้ว” สวี่หยางยิ้ม

หลังจากนั้น สวี่หยางพาฟางหลินเซวียนไปที่ห้องห้องหนึ่ง ผนังซึ่งอยู่ข้างในถูกปกคลุมไปด้วยเสื้อผ้านานาชนิดประหนึ่งร้านขายของชำที่ขายเสื้อคลุม

ฟางหลินเซวียนดูสงบกว่าตอนแรกมากนัก

ทันทีที่เข้าไปข้างใน ทั้งสองก็เลือกกันอยู่สักพักก่อนจะได้เสื้อคลุมมาสามสิบชุด นอกจากนี้ยังซื้อรองเท้า กระโปรงและชุดชั้นในบางส่วนติดมือมาด้วย

เสื้อคลุมล้วนเป็นของดี แต่ในด้านคุณภาพ อย่างดีที่สุดก็อยู่ที่ขั้นกลางระดับหนึ่งเท่านั้น

ทว่าคุณภาพนี้มากพอสำหรับที่นี่ หากดีเกินไปก็จะไม่มีใครสนใจเพราะหลายคนไม่มีเงินมากขนาดนั้น ส่วนคนที่มีกำลังซื้อก็มักสั่งกับคนรู้จัก

ในตอนนี้เอง พลันเกิดความโกลาหลด้านนอกจนได้ยินเสียงการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด

“เกาผิง ร้านของพวกเรามีความสัมพันธ์แบบร่วมมือกันเท่านั้น ไม่มีเหตุผลที่ต้องจ่ายหินวิญญาณให้ล่วงหน้า ไป ไป ไป ถ้ายังไม่ไปอีก ข้าจะหักขาเจ้า!”

ด้านนอกมีเสียงตะโกนของเถ้าแก่ดังขึ้น

จากนั้นก็มีกลุ่มคนหัวเราะเยาะ “เจ้าขาหักไปแล้วข้างหนึ่ง เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะทำให้อีกข้างหักได้”

“หากมีอะไรเกิดขึ้นกับพี่ชายของเจ้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกข้า?”

“เจ้าคิดว่าหลังจากร่วมมือกับร้านของพวกข้าสองสามครั้งแล้วจะต้องยอมเชื่อฟังหรือไร ใครใช้ให้เจ้าอาจหาญมาที่นี่เพื่อขอหินวิญญาณ?”

“ร้านนี้ไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณอะไรกับเจ้า รีบออกไปซะ พวกข้ามีลูกค้ากำลังรออยู่ ขืนยังขวางทางก็อย่าโทษพวกข้าที่เสียมารยาท!!!”

เถ้าแก่ยื่นคำขาด

“ฮือ ฮือ ฮือ…”

เกาผิงเริ่มร่ำไห้อยู่ด้านนอก

การได้ยินของสวี่หยางเฉียบคม เขาจำเสียงของคนผู้นี้ได้ทันที

นางคือเกาผิง น้องสาวของเกาหยวน

อดีตนักเล่นแร่แปรธาตุแห่งเมืองสวีเจียฟางที่เขาบังเอิญได้พบหลังจากมาถึงที่นี่

ในตอนนั้น เกาหยวนยังเชิญเขาไปเกาะด้วยกันเพื่อเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน