เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 153

บทที่ 153 วิกฤตในเมืองเป่ยไห่

“นี่… นี่คือยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถี”

หลินหวั่นชิงจับจ้องโอสถล้ำค่าในมืออย่างเหม่อลอย หลั่งน้ำตาออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

“สามี เจ้าเป็นบุตรนอกสมรสของประมุขสำนักชิงหยางหรือ??”

หลินหวั่นชิงโพล่งออกมา

จะตำหนินางที่คิดเช่นนั้นก็ไม่ได้

ในความเห็นของนาง สมบัติที่สวี่หยางนำออกมาคือสิ่งที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตจินตานก็ไม่สามารถครอบครองได้ แล้วนับประสาอะไรกับตระกูลหลิน

กล่าวได้ว่ามีเพียงผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดซึ่งเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์หาตัวจับได้ยากที่สามารถนำของล้ำค่าเช่นนี้ออกมาได้

แต่ทั่วทั้งแดนเซียนตอนเหนือมีผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดไม่ถึงสิบคน!!

ประกอบกับครั้งนี้สวี่หยางเพิ่งกลับมาจากสำนักชิงหยาง ดังนั้นนางจึงสงสัยว่าประมุขสำนักเป็นผู้มอบผลประโยชน์ให้กับเขาหรือเปล่า

หรือก็คือสวี่หยางเป็นบุตรนอกสมรสของประมุขสำนัก

อื้ม ด้วยการเชื่อมโยงเช่นนี้ มันก็ดูสมเหตุสมผลไม่น้อย

สวี่หยางรู้สึกขบขันนัก

มันเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้เขากลายเป็นบุตรนอกสมรสของประมุขสำนักไปได้? หลินหวั่นชิงช่างจินตนาการล้ำเลิศยิ่งนัก

เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง “เลิกถามเกี่ยวกับที่มาของยาได้แล้ว สรุปก็คือข้าใช้ยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีเช่นกัน! เจ้าสามารถหาวันที่เป็นมงคลเพื่อใช้มันได้ ไม่จำเป็นต้องไปใช้ยาสร้างรากฐานหนึ่งเส้นวิถีนั่นหรอก”

หากให้เทียบระหว่างสามเส้นวิถีกับหนึ่งเส้นวิถี หนึ่งเส้นวิถีย่อมสามารถถูกตัดทิ้งไปโดยปริยาย

“ขอแสดงความยินดีกับหวั่นชิงด้วยที่ได้ยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถี!!”

หลินอวี้จับมือของหลินหวั่นชิงอย่างมีความสุข

“ขอแสดงความยินดีด้วย นับจากนี้เจ้าก็กลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว!”

เสิ่นม่านอวิ๋นเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า ถึงกระนั้นในส่วนลึกของดวงตาก็เต็มไปด้วยความอิจฉาเลือนราง

ถึงอย่างไรนางก็อยู่เพียงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด เมื่อเห็นหลินหวั่นชิงก้าวหน้ามากขนาดนี้ ตนเองย่อมรู้สึกถึงความเหนือกว่าของอีกฝ่ายเป็นธรรมดา

แม้ยามปกตินางจะทำตัวไร้กังวลและมีคำพูดคำจากับพฤติกรรมไม่ต่างจากมารดาเฒ่า

แต่ความจริงแล้วความคิดของนางละเอียดอ่อนยิ่งนัก

เพียงแต่หลายปีที่ท่องไปทั่วหล้าทำให้นางสามารถใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล สามารถปกป้องตัวเองได้

แม้การทำเช่นนั้นจะทำให้ผู้อื่นคิดว่านางแข็งแกร่ง แต่ความจริงแล้วจิตใจของนางก็ไม่ต่างจากผู้หญิงธรรมดาที่มีความอ่อนไหวเหมือนกัน

“ได้ ช่วงนี้ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี จากนั้นค่อยทำการเก็บตัว”

หลินหวั่นชิงเก็บยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีพลางสวมกอดสวี่หยาง แล้วบรรจงประทับจูบลงบนแก้มของเขา

“แหวะ!!”

“ไอ้หยา ทิ้งรอยเอาไว้แล้ว”

สวี่หยางลูบเส้นผมเรียบลื่นของหลินหวั่นชิงพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไปเตรียมถ้ำได้แล้ว เมื่อถึงเวลาที่จะพัฒนา ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

“อื้ม อื้ม”

หลินหวั่นชิงพยักหน้า ทันใดนั้นนางก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิ เรื่องที่เจ้ากลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว ทางที่ดีเก็บไว้เป็นความลับจะดีกว่านะ!”

นางอธิบายให้ฟังว่าจะมีสงครามกับตระกูลลู่ในอีกไม่นานนี้ หากพลังต่อสู้แท้จริงของเขาถูกเปิดเผยในตอนนี้ขึ้นมา สวี่หยางอาจจะถูกลากให้ไปทำภารกิจอันตรายก็เป็นได้

สวี่หยางพยักหน้า

เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็นก็มีข่าวหนึ่งแพร่งพรายออกมา

ว่ากันว่าหลินอี้เตาได้รับยาสร้างรากฐานหนึ่งเส้นวิถีจากผู้นำตระกูลหลินอีหลุน ทำให้ช่วงนี้เขาอยู่ในสภาพปรับร่างกาย เมื่อไปถึงสภาวะสูงสุดก็ทำการเก็บตัวเพื่อทำการทะลวงรากฐาน

ทุกวันนี้ หลายคนต่างเสียดายว่าหากไม่มีสิ่งที่เรียกว่าสงครามก็มีความเป็นไปได้สูงที่ยาสร้างรากฐานหนึ่งเส้นวิถีนี้จะตกเป็นของหลินหวั่นชิง

สมาคมหู่เวย

หลังจากเฉินหู่ทราบข่าว เขาก็ตามหาอวี๋ซื่อหลินเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้

“เหล่าอวี๋ ไหนเจ้าบอกว่าน้องสวี่หยางเป็นคนที่โชคดีมากอย่างไร ตอนนี้ดูเหมือนมันจะไม่ใช่อย่างนั้น หลินหวั่นชิงคือผู้หญิงของเขา แม้กระทั่งยาสร้างรากฐานหนึ่งเส้นวิถีก็ยังไม่ได้มาครอบครอง!”

เฉินหู่นั่งลงพลางรินชาให้ตัวเอง จากนั้นก็เอ่ยถาม

อวี๋ซื่อหลินขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า “มันยังไม่จบหรอก ท่านหัวหน้า อย่าคิดให้มากเลย”

“อื้ม ข้าเองก็กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ต่อไปของพวกเรามากกว่า ตอนแรกเจ้าบอกว่าตระกูลหลินมีโชคลาภมากมาย ทำให้เป็นการดีที่พวกเราจะอยู่ที่นี่เพื่อพัฒนากันต่อไป แต่แล้วตอนนี้เล่า? ปรมาจารย์หยวนเฉียวได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย ส่วนผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลลู่กับตระกูลลวี่กำลังจับตาดูอยู่ แถมตระกูลหลินก็เป็นเพียงตระกูลขอบเขตสร้างรากฐานเท่านั้น พวกเขาจะต่อต้านสองกองกำลังใหญ่นี้ได้อย่างไร??”

เฉินหู่เอ่ยพลางถอนหายใจ “ตอนนี้พวกเราเข้าร่วมกับตระกูลหลินแล้ว ต่อให้อยากถอนตัวตอนนี้ก็ไม่อาจทำได้อีกต่อไป”

ในโลกเซียน ภูมิหลังตระกูลเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

เนื่องจากได้เข้าร่วมกับตระกูลหลินแล้ว หากต้องการเข้าร่วมกับตระกูลอื่น เกรงว่าจะไม่สามารถไต่เต้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ในภายภาคหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ที่มีความเป็นไปได้มากว่าพวกเขาจะกลายเป็นนักรบไร้ค่าในสงคราม

เพราะไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนเลว พวกเขาก็ล้วนเกลียดคนทรยศ หากวันนี้ทรยศตระกูลหลิน พรุ่งนี้ก็สามารถทรยศตระกูลลู่ได้ เช่นนั้นใครจะกล้าคบค้ากับพวกเขา?

ตอนนี้เฉินหู่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขารู้สึกว่าคราวนี้ตระกูลหลินกำลังจะจบสิ้นแล้ว

ไม่ใช่ว่าเขามองโลกในแง่ร้าย แต่เพราะแทบจะแน่ใจแล้วว่าจากข้อมูลบางอย่าง ทำให้ทราบว่าตระกูลหลินไม่มีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้เลย

อวี๋ซื่อหลินย่อมทราบข่าวนี้เช่นกัน พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะเขาทำนายเหตุการณ์เอาไว้ล่วงหน้าก็คงรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้กับทางตระกูลหลินจนอาจถูกล้างตระกูลก็เป็นได้

ทว่าเพราะการทำนายโชคชะตาให้ผลเช่นนั้น เขาจึงสัมผัสได้อย่างเลือนรางว่าเหตุการณ์อื่นอาจเกิดขึ้นจนทำให้ตระกูลหลินพลิกสถานการณ์ได้ในคราวเดียว

“ท่านหัวหน้า ในเมื่อทราบอยู่แล้วว่าไม่สามารถออกจากตระกูลหลินได้ พวกเราก็ควรทำให้ดีที่สุด หากยังไม่ได้ผล ข้าคิดว่าท่านยังสามารถไปหาสหายเต๋าสวี่หยางได้”

เฉินหู่ขมวดคิ้ว “ถึงทำให้สหายเต๋าสวี่หยางอารมณ์ดีไป แต่สุดท้ายเขาก็เป็นเพียงผู้บำเพ็ญมนุษย์ตัวน้อยที่อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณ เขาจะจัดการกับตระกูลลู่ได้งั้นหรือ?”

“ท่านหัวหน้า หากท่านพูดแบบนั้น เกรงว่าข้าก็คงไม่สามารถทำอะไรได้”

อวี๋ซื่อหลินขมวดคิ้ว

“ช่างมันเถอะ เหล่าอวี๋ เจ้ากับข้ารู้จักกันมานานกว่าห้าสิบปี แน่นอนว่าข้าเชื่อเจ้า เพราะงั้นเดี๋ยวข้าจะไปหาสวี่หยางเพื่อดูว่าเขามีอะไรในร้านที่จะมาจัดการกับเรื่องนี้ได้”

ตกกลางคืน

ยันต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ต้องได้รับการขัดเกลาและบำรุงรักษาเป็นเวลาหลายปีเพื่อป้องกันไม่ให้พลังอ่อนกำลังลง รวมถึงเพื่อเพิ่มพลังให้กับยันต์ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

ในทางทฤษฎี ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกับศัสตราศักดิ์สิทธิ์ หลังจากขัดเกลาและบำรุงรักษาแล้ว พวกมันจึงจะสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น

สวี่หยางลอบถอนหายใจขณะมองยันต์ศักดิ์สิทธิ์ในมือ เขารู้สึกว่ายังคงขาดภรรยาอยู่ดี

หากมีภรรยาแปดถึงสิบคน ไม่เท่ากับได้รับรางวัลหลายสิบชิ้นในช่วงที่สร้างรากฐานได้หรอกหรือ?

ถึงตอนนั้น เขาอาจจะได้รับยันต์ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากก็เป็นได้

“จุ๊ จุ๊ จุ๊… เช่นนั้นข้าต้องเดินเลียบไปทางแดนเซียนตอนเหนืองั้นหรือ??”

สวี่หยางระเบิดหัวเราะเมื่อคิดถึงเช่นนี้

เขาคิดไปไกลถึงขั้นนั้นแล้ว

ยิ่งมีภรรยามากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากเท่านั้น มีเพียงความสามัคคีที่ทำให้ได้รับรางวัลมากมาย

หาไม่แล้ว หากมีภรรยาขี้หึงมากเกินไปก็ยิ่งนำมาซึ่งปัญหา

สวี่หยางส่ายหน้าด้วยความรู้สึกว่าปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมดีกว่า

เมื่อใกล้จะทำการฝึกฝนเสร็จสิ้น เขาก็เดินไปที่สวนหลังบ้าน

ตอนนี้มีต้นชาอีกต้นเพิ่มขึ้นมา

มันคือเมล็ดพันธุ์วิญญาณชารักขามรกตที่ช่วงชิงมาจากโจรในอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

เมื่อวานนี้ เขาใช้คะแนนพิเศษหลายพันแต้มกับเคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณเพื่อทำการบำเพ็ญเป็นเวลาหลายวันก่อนปลูกต้นชา

วันนี้ ใบชาพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว

“ไม่เลว หากดื่มหนึ่งถ้วยต่อวัน ผลที่ได้ย่อมดีกว่าโสมหญ้าโลหิตถึงครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว”

เมื่อโตเต็มที่ ต้นชาจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณสิบสองจิน

หลังจากผ่านการอบแห้งและทอดจนหดตัว จำนวนที่เหลือก็มีเพียงห้าจินเท่านั้น

แม้สวี่หยางจะสามารถใช้คะแนนพิเศษเพื่อทำให้ต้นชาเติบโตเต็มที่ในเวลาสั้นที่สุดได้ แต่เขาก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันไม่น้อย

เพราะการเติบโตต้องใช้คะแนนพิเศษประมาณห้าถึงหกร้อยแต้ม

หลังจากเก็บใบชาแล้ว สวี่หยางก็พยักหน้า “เอาไปให้อวี้เอ๋อร์ต้มก่อนแล้วกัน”

ขณะเดินกลับไป ทันใดนั้นเขาก็ได้รับการติดต่อเข้ามา

มันมาจากหลินหวั่นชิง

เมืองเป่ยไห่ถูกโจมตี ทำให้ค่ายกลป้องกันถูกเปิดใช้งาน ดังนั้นเกาะหงเยี่ยต้องระวังไว้ให้มาก

“เมืองเป่ยไห่ถูกโจมตีแล้ว”

สวี่หยางขมวดคิ้ว “ตระกูลลู่ช่างเคลื่อนไหวรวดเร็วนัก”

“ไป ไป ไป… ตามข้าไปสนับสนุนที่เมืองเป่ยไห่”

ในตอนนี้ สวี่หยางสังเกตเห็นว่าบนถนนมีกลุ่มลาดตระเวนกำลังนำกำลังคนมุ่งไปทางท่าเรือด้วยความรีบร้อน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน